Language
  • คำอธิบาย

    เงื่อนไขเกี่ยวกับความสะอาด
    อัลลอฮฺ ไม่ทรงประสงค์ที่จะสร้างความยากลำบากและความคับแค้นใด ๆ แก่สูเจ้า แต่ทว่าพระองค์ทรงประสงค์ที่จะทำความสะอาดแก่สูเจ้า และประสงค์ให้ความโปรดปรานของพระองค์ที่ประทานแก่สูเจ้า เกิดความสมบูรณ์ เพื่อสูเจ้าจะได้ขอบคุณพระองค์   (อัล-มาอิดะฮฺ / 6)
    ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า สิ่งที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติเรียกว่า บทบัญญัติ (อะฮฺกาม) ซึ่งประกอบด้วยวาญิบต่าง ๆ (ข้อบังคับ) ซึ่ง นะมาซ เป็นหนึ่งในวาญิบที่เป็นพื้นฐานและมีความสำคัญมากที่สุด
    บทบัญญัติเกี่ยวกับนะมาซ แบ่งออกเป็น 3 ประเด็น ดังนี้
    1. ปฐมบทของนะมาซ หมายถึง สิ่งที่ผู้นะมาซต้องกระทำก่อนนะมาซ
    2. สิ่งที่เกี่ยวข้องกับนะมาซ หมายถึง ปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนะมาซ เริ่มตั้งแต่ตักบีเราะตุลอิฮฺรอมจนถึงสลาม
    3. สิ่งที่ทำให้นะมาซ บาฏิล (โมฆะ) หมายถึง ปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำบางอย่าง อันเป็นสาเหตุให้นะมาซเสีย
    ปฐมบทของนะมาซ
    หนึ่งในนั้น คือ ความสะอาด ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ผู้นะมาซต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษก่อนที่จะนะมาซ ฉะนั้น ร่างกายและเสื้อผ้าของผู้นะมาซทุกคนต้องสะอาดปราศจากสิ่งโสโครก (นะญิซ) ใด ๆทั้งสิ้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับนะญิซ (สิ่งโสโครก) และวิธีทำความสะอาด ด้วยเหตุนี้ อันดับแรกจึงขอทำความเข้าใจกับสิ่งเหล่านั้นก่อน
    ก่อนที่จะทำความรู้จักกับสิ่งไม่สะอาด อิสลามมีกฎครอบคลุมทั่วไปประการหนึ่ง กล่าวคือ
    สิ่งของทุกอย่างบนโลกนี้ ถือว่าสะอาด (สะอาดตามศาสนบัญญัติ) ยกเว้นสิ่งของ 11 ชนิด และสิ่งที่ได้สัมผัสกับสิ่งเหล่านี้
    นิญาซาต (สิ่งโสโครกต่าง ๆ)
    1-2.ปัสสาวะ และ อุจจาระ ของมนุษย์และสัตว์ทุกประเภทที่ไม่อนุญาตให้บริโภคเนื้อเป็น็นนนนอาหาร (ฮะรอม) และเป็นสัตว์ที่มีเลือดไหลพุ่ง [1]
    3. น้ำอสุจิ ของคนและสัตว์ทุกประเภทที่มีเลือดไหลพุ่ง  ถึงแม้จะเป็นสัตว์ที่อนุญาตให้บริโภคเนื้อเป็นอาหารก็ตาม
    4. เลือด  ของมนุษย์และสัตว์ทุกประเภทที่มีเลือดไหลพุ่ง
    5. ซากศพ  ของคนและสัตว์ทุกประเภทที่มีเลือดไหลพุ่ง
    6. สุนัข ที่อาศัยอยู่บนบก ซึ่งอวัยวะทุกส่วนนะญิซ
    7. สุกร ที่อาศัยอยู่บนบก ซึ่งอวัยวะทุกส่วนนะญิซ
    8. สุรา และสิ่งมึนเมา ของเหลวทุกชนิดที่ทำให้เมา
    9. เบียร์  (เครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่สกัดมาจากข้าวบาร์เลย์เป็นส่วนใหญ่)
    10. กาฟิร ผู้ปฏิเสธอัลลอฮฺ (ซบ.) เราะซูล และหลักคำสอนของอิสลาม
    11. เหงื่อของอูฐ ที่กินนะญิซ
    เฎาฮาเราะฮฺ คือความสะอาดตามศาสนบัญญัติ ซึ่งนอกเหนือไปจากความสะอาดทั่วไป (นิซอฟัต) และนะญิซ คือสิ่งโสโครกหรือความสกปรกตามศาสนบัญญัติ ซึ่งนอกเหนือไปจากความโสโครกและความสกปรกทั่วไปที่คนส่วนใหญ่รู้จัก กล่าวคือ สิ่งหนึ่งอาจจะสะอาดแต่ในทัศนะของบัญญัติอิสลามสิ่งนั้นอาจไม่สะอาด จุดประสงค์ของอิสลาม คือ ต้องการความสะอาดทั้งสองด้าน หมายถึง มนุษย์ต้องคิดถึงความสะอาดของตนเองสังคมและสภาพแวดล้อมตลอดเวลา
    บทบัญญัติเกี่ยวกับนะญิซ (สิ่งโสโครก)
    ปัสสาวะและอุจาระ
    1. ปัสสาวะและอุจาระของมนุษย์และสัตว์ทุกประเภทที่เนื้อฮะรอม และเป็นสัตว์ที่มีเลือดไหลพุ่ง   นะญิซ
    2. ปัสสาวะและอุจจาระของสัตว์ที่เนื้อฮะลาล (อนุญาตให้บริโภค)  เช่น วัว แพะ แกะ และสัตว์อื่น ๆ ที่ไม่มีเลือดไหลพุ่ง   เช่น งู ปลา สะอาด[2]
    3. ปัสสาวะและอุจจาระของสัตว์ที่เนื้อมักรูฮฺ ถือว่าสะอาด  เช่น ม้า ลา ฬ่อ  เป็นต้น[3]
    4. มูลของนก ที่เนื้อฮะรอม  เช่น นกกา เหยี่ยว นะญิซ[4] *
    *อายะตุลลอฮฺ อะลี คอเมเนอี มูลของนกที่เนื้อฮะรอมไม่เป็นนะญิซ (อิซติฟตาอาต คำถามที่ 4)
    บทบัญญัติเกี่ยวกับซากศพ
    1. คนตาย แม้ว่าเพิ่งจะเสียชีวิตและร่างยังไม่ทันเย็นอวัยวะทั่วร่างนะญิซ (ยกเว้นอวัยวะที่ไม่มีชีวิต เช่น เล็บ ผม ฟัน) และร่างของ
    - ผู้ที่ถูกสังหารในสมรภูมิรบ (ชะฮีด)
    - ร่างที่ฆุซุลครบ 3 น้ำแล้ว (น้ำพิมเสน ใบพุทรา และน้ำเปล่า) ไม่นะญิซ
    2. เฉพาะชะฮีดที่เสียชีวิตในสมรภูมิรบเท่านั้นร่างสะอาด ด้วยเหตุนี้ ชะฮีดที่เกิดจากการวางระเบิด หรือถูกศัตรูลอบสังหาร หรือได้รับบาดเจ็บในสมรภูมิรบและเสียชีวิตนอกสมรภูมิ มิได้รวมอยู่ในกฎดังกล่าว[5]
    ขอบเขตของสมรภูมิ
    ขอบเขตของสมรภูมิรบ คือ บริเวณที่เผชิญหน้ากันทั้งสองฝ่าย ซึ่งบริเวณนี้มิได้เจาะจงแค่แนวหน้าหรือเวลาที่ศัตรูจู่โจม[6]
    ซากสัตว์
    1. ซากสัตว์ที่ไม่มีเลือดไหลพุ่ง   ถือว่าสะอาด  เช่น ปลา เป็นต้น
    2. ซากสัตว์ที่มีเลือดไหลพุ่ง  ยกเว้นอวัยวะส่วนที่ไม่มีชีวิต เช่น ขน เขา เล็บและอื่น ๆ สะอาด ส่วนอวัยวะที่มีชีวิต เช่น เนื้อ หรือหนัง นะญิซ[7]
    ตัวอย่างบทบัญญัติของซากสัตว์
    1. ถ้าเป็นสุนัข สุกร อวัยวะทุกส่วนนะญิซ
    2. นอกเหนือจากสุนัขและสุกร
    - ถ้าเป็นสัตว์ที่มีเลือดไหลพุ่งอวัยวะส่วนที่มีชีวิต นะยิช อวัยวะส่วนที่ไม่มีชีวิต สะอาด
    - ถ้าไม่ใช่สัตว์ที่มีเลือดไหลพุ่ง อวัยวะทุกส่วนสะอาด
    3. อวัยวะส่วนที่ขาดออกจากร่างกายขณะที่ยังมีชีวิต ทั้งของคนและสัตว์ที่มีเลือดไหลพุ่ง อยู่ในเงื่อนไขเดียวกันกับอวัยวะที่ตายแล้ว หมายถึง ถ้าเป็นอวัยวะส่วนที่มีชีวิต นะญิซ ถ้าไม่มีชีวิต สะอาด ด้วยเหตุนี้ อวัยวะส่วนขาดจากร่างกายเนื่องจากการผ่าตัด นะญิซ[8]
    4. ถ้าอวัยวะส่วนหนึ่งได้ขาดออกจากร่างที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ยังไม่หลุดเสียที่เดียวเนื่องจากมีหนังติดอยู่ แม้ว่าหนังจะบางมากตราบที่ยังติดอยู่อวัยวะส่วนนั้นไม่ นะญิซ และไม่อยู่ในกฎของซากศพ[9]
    ประเด็นต่อไปนี้อยู่ในเงื่อนไขของความสะอาด
    1. ปัสสาวะและอุจจาระของสัตว์ที่ไม่รู้ว่าเนื้อฮะรอมหรือฮะลาล เช่น มูลนกที่ไม่รู้ว่าเป็นของนกประเภทใด[10]
    2. ปัสสาวะและอุจจาระของสัตว์ที่ไม่รู้ว่ามีเลือดไหลพุ่งหรือไม่มี เช่น พบมูลในอาหาร ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นของมดหรือแมงสาบ[11]
    3. พบกระดูกที่ไม่มีเนื้อติดอยู่ และไม่รู้ว่าเป็นของสัตว์ที่นะญิซ (สุนัข สุกร) หรือสัตว์อื่น[12]
    4. พบกระดูกมนุษย์ที่ไม่มีเนื้อติดอยู่ และไม่รู้ว่าเป็นกระดูกของกาฟิรหรือมุสลิม[13]
    5. พบเนื้อหรือหนังสัตว์ที่ไม่รู้ว่าเป็นของสัตว์ที่มีเลือดไหลพุ่งหรือไม่มี[14]
    บทบัญญัติของสิ่งของที่ทำมาจากหนังของสัตว์
    1. สิ่งของต่าง ๆ ที่ทำมาจากอวัยวะสัตว์ส่วนที่ไม่มีชีวิต ถือว่าสะอาด ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เชือดตามหลักการของศาสนา ดังนั้น เสื้อผ้าที่ทำมาจากขนหมี ถือว่าสะอาด แม้ว่ามุสลิมจะไม่ได้เป็นผู้ผลิต หรือขายในตลาดที่ไม่ใช่มุสลิม แต่ถ้าทำมาจากสัตว์ที่เนื้อฮะรอม นะมาซกับเสื้อผ้านั้น บาฏิล[15]
    2. สิ่งของต่าง ๆ ที่ทำมาจากอวัยวะส่วนที่มีชีวิตจากซากสัตว์ที่มีเลือดไหลพุ่ง นะญิซ  เช่น สิ่งของที่ทำจากหนังสัตว์ คล้ายกระเป๋า รองเท้า หมวก เข็มขัด ถุงมือ สายนาฬิกา เป็นต้น[16]
    3. สิ่งของที่ไม่รู้ว่าเป็นหนังสัตว์หรือไม่ ถือว่าอยู่ในกฎของความสะอาด กล่าวคือไม่นะญิซ[17]
    4. สิ่งของที่ไม่รู้ว่าทำมาจากอวัยวะของสัตว์ที่มีเลือดไหลพุ่งหรือไม่ ถือว่าอยู่ในกฎของความสะอาด เช่น เข็มขัดที่ไม่แน่ใจว่าทำมาจากหนังงู หรือหนังสัตว์อื่น[18]
    5. สิ่งของต่าง ๆ ที่ทำมาจากหนังสัตว์ที่มีเลือดไหลพุ่ง เช่น รองเท้าที่รู้ว่าทำมาจากหนังวัว แต่ไม่รู้ว่าเชือดตามหลักศาสนาหรือไม่ มีรายละเอียดแตกต่างกันดังนี้
    -  ถ้าซื้อมาจากมุสลิม หรือผลิตในประเทศมุสลิม ถือว่าสะอาด
    - ถ้าซื้อมาจากมุสลิม แต่ผลิตในประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม  เช่น ซื้อรองเท้าหนังจากร้านมุสลิมแต่ผลิตในประเทศฝรั่งเศส ถือว่านะญิซ นอกเสียจากรู้ว่าสัตว์นั้นถูกเชือดตามหลักการของศาสนา และผู้นำเข้าเป็นมุสลิมซึ่งเขาจะหลีกเลี่ยงการนำเข้าของที่ไม่ถูกต้องตามหลักการศาสนา
    - ถ้าซื้อจากผู้ที่ไม่ใช่มุสลิม แต่ผลิตในประเทศมุสลิม ถือว่าสะอาด เช่น ซื้อรองเท้าในประเทศไทย แต่ผลิตในประเทศปากีสถาน
    - ถ้าซื้อจากผู้ที่ไม่ใช่มุสลิม และผลิตในประเทศที่ไม่ใช่มุสลิมนะญิซ *
    *อายะตุลลอฮฺ อะลีคอเมเนอี ถ้าคาดว่าสัตว์นั้นได้เชือดตามหลักการศาสนา ถือว่าสะอาด แต่ถ้ามั่นใจว่าไม่ได้เชือดตามหลักการศาสนา นะญิซ (อิซติฟตาอาต คำถามที่ 8)
    -  ซื้อมาจากมุสลิม แต่ไม่รู้ว่าผลิตในประเทศใด ถือว่าสะอาด
    - ซื้อมาจากผู้ที่ไม่ใช่มุสลิม แต่ไม่รู้ว่าผลิตในประเทศใด  นะญิซ[19]
    ผลิตภัณฑ์จากนม
    ผลิตภัณฑ์นมที่ทำมาจากสัตว์ที่เนื้อฮะลาลและมีชีวิต เช่น นม นมเปรี้ยว เนย และสิ่งที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งทำมาจากวัว แพะ หรืออูฐ ถือว่าสะอาดและอนุมัติให้บริโภค แม้ว่ากาฟิรจะเป็นผู้ผลิตก็ตาม หรือขายในตลาดที่มิใช่มุสลิม หรือนำเข้าจากประเทศที่มิใช่อิสลาม นอกเสียจากมั่นใจว่าร่างกายกาฟิรโดนกับสิ่งนั้น ถือว่านะญิซ แต่แค่สงสัยหรือคาดว่า ถือว่าไม่เพียงพอ และไม่จำเป็นต้องตรวจสอบแต่อย่างใด
    อิซติฟตา(คำวินิจฉัย)[20]
    คำถาม  หนังสัตว์ที่ขายในประเทศฝรั่งเศส (รองเท้า กระเป๋าเป็นต้น) ซึ่งคาดว่าสิ่งเหล่านั้นนำเข้าจากประเทศแอลจีเรีย ซึ่งสะอาด ดังนั้น การสวมใส่หรือใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านั้น กฎเป็นเช่นไร
    คำตอบ ถือว่าอยู่ในกฎของซากสัตว์ (นะญิซ)
    คำถาม หนังสัตว์ที่สั่งนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อผลิตรองเท้า หรือสิ่งที่คล้ายคลึงกัน ถือว่านะญิซ หรือสะอาด
    คำตอบ หนังสัตว์ที่สั่งนำเข้าจากประเทศมุสลิม สะอาด นอกเสียจากมั่นใจว่าไม่ได้เชือดตามหลักการศาสนา หนังที่สั่งนำเข้าจากประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม ถือว่านะญิซ  นอกเสียจากมั่นใจว่าสัตว์นั้นเชือดตามหลักการศาสนา หรือคาดว่ามุสลิมผู้นำเข้า จะหลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามหลักการและมอบหนังให้อยู่ในความรับผิดชอบของมุสลิม

    [1] สัตว์ที่มีเลือดไหลพุ่ง หมายถึงสัตว์ที่เวลาเชือดแล้วจะมีเลือดไหลพุ่งออกมา เช่น แพะ แกะ วัว ควาย อูฐ และสัตว์อื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน
    [2] อัล อุรวะตุลวุซกอ เล่ม 1 หน้า 55
    [3] อ้างแล้วเล่มเดิม
    [4] เตาฎีอุลมะซาอิล ข้อที่ 85
    [5] อิซติฟตาอาต เล่ม 1 หน้า 83 คำถามที่ 206
    [6] อ้างแลว หน้า 504 คำถามที่ 42
    [7] อัล อุรวะตุลวุซกอ เล่ม 1 หน้า 58 , ตะฮฺรีรุลวะซีละฮฺ เล่ม 1 หน้า 115
    [8] อัลอุรวะตุลวุซกอ เล่มที่ 1 หน้าที่ 62 ข้อที่ 14
    [9] เล่มเดิม
    [10] อ้างแล้ว เล่มเดิม หน้าที่ 57 ข้อที่ 3
    [11] อ้างแล้วเล่มเดิม
    [12] อ้างแล้ว เล่ม 1 หน้า 62 ข้อที่ 17 / 18
    [13] อ้างแล้วเล่มเดิม
    [14] อ้างแล้วเล่มเดิม
    [15] อัล อุรวะตุลวุซกอ เล่ม 1 หน้า 58
    [16] อ้างแล้วเล่มเดิม
    [17] อ้างแล้ว หน้า 62
    [18] อ้างแล้วเล่มเดิม
    [19] อัล อุรวะตุลวุซกอ เล่ม 1 หน้า 558 ข้อที่ 9 หน้า 559 ข้อที่ 10 หน้า 60 ข้อที่ 6 /7
    [20] อิซติฟตา หมายถึง การขอคำวินิจฉัยจากมัรญิอฺที่ตนตักลีด หรือคำถามที่ผู้ปฏิบัติตามได้ถามมัรญิอฺที่ตนตักลีด และท่านได้ตอบคำถามนั้น

    ความคิดเห็น