แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

    1. home

    2. article

    3. การนำเสนอของอัลกุรอาน

    การนำเสนอของอัลกุรอาน

    Rate this post

    3) ความอมตะของอัล-กุรอาน
    ความสมบูรณ์ของอัล-กุรอาน ตามที่กล่าวผ่านมาถือเป็นหลักฐานที่เพียงพอในการพิสูจน์ถึงความเป็นอมตะของอัล-กุรอาน ทั้งนี้เนื่องจากถ้อยคำหรือคำบรรยายที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเป้าหมาย หรือประเด็นที่สมบูรณ์ ความถูกต้อง และความน่าเชื่อถือย่อมไม่ถูกจำกัดอยู่ในเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือในสมัยใดสมัยหนึ่ง เท่านั้น อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงรับรองถ้อยคำและเนื้อหาของอัล-กุรอานไว้ว่า
    إِنَّهُ لَقَوْلٌ فَصْلٌ وَمَا هُوَ بِالْهَزْلِ
    “แท้จริง อัล-กุรอาน คือพระดำรัสที่จำแนก (ระหว่างสัจธรรมกับความเท็จ) อัลกุรอาน มิใช่สิ่งล้อเล่น” (.อัฏ-ฏอริก/13-14)
    เนื้อหาของอัล-กุรอาน กล่าวถึงประมวลคำสอนที่เกี่ยวกับความศรัทธา ศีลธรรมจรรยา และหลักการปฏิบัติ ซึ่งเป็นผลของสัจธรรมอันมั่นคง แน่นอนสิ่งที่มีลักษณะเช่นนี้ย่อมจะไม่เป็นโมฆะหรือถูกยกเลิกไปตามกาลเวลา ดังที่พระองค์ตรัสว่า
    وَبِالْحَقِّ أَنزَلْنَاهُ وَبِالْحَقِّ نَزَلَ وَمَا أَرْسَلْنَاكَ إِلاَّ مُبَشِّرًا وَنَذِيرًا
    “และด้วยความจริง เราได้ประทานอัลกุรอานลงมา และด้วยความจริงได้ถูกประทานลงมา และเรามิได้ส่งเจ้าเพื่ออื่นใด นอกจากเพื่อเป็นผู้แจ้งข่าวดี และเป็นผู้ตักเตือน” (อัล-อิสรออฺ/105)
    กล่าวคือ ทั้งการเกิดขึ้นและการดำรงอยู่ของอัล-กุรอาน จะไม่มีวันแยกออกจากสัจธรรมเป็นอันขาด ดังที่พระองค์ตรัสว่า
    مَاذَا بَعْدَ الْحَقِّ إِلاَّ الضَّلاَلُ فَأَنَّى تُصْرَفُونَ
    “แล้วจะมีค่าอันใดเล่าหลังจากความจริง นอกจากความหลงผิด แล้วสูเจ้าถูกหันเหออก (จากสัจธรรม) ได้อย่างไร” (.ยูนุส/32)
    อีกโองการหนึ่งพระองค์ตรัสไว้อย่างสมบูรณ์ว่า
    وَإِنَّهُ لَكِتَابٌ عَزِيزٌ لَا يَأْتِيهِ الْبَاطِلُ مِن بَيْنِ يَدَيْهِ وَلَا مِنْ خَلْفِهِ
    “แท้จริงอัลกุรอานเป็นคัมภีร์ที่มีอำนาจยิ่ง ความเท็จจากข้างหน้าและจากข้างหลังจะไม่มาสู่อัลกุรอาน
    ”(ฟุตซิลัต/42)
    หมายถึงอัล-กุรอานจะไม่โมฆะ หรือถูกยกเลิกเป็นอันขาดไม่ว่าจะในยุคใดสมัยใดก็ตาม ปัจจุบันหรืออนาคตกาลอันแสนยาวนานเพียงใดก็ตาม
    หมายเหตุ เกี่ยวกับความนิรัดรและความเป็นอมตะของบทบัญญัติต่างๆ ในอัล-กุรอาน มีการศึกษาค้นคว้าและวิจัยกันอย่างกว้างขวาง แต่การที่ไม่กล่าวถึง ณ ที่นี่ เนื่องจากจะทำให้ออกนอกประเด็นของหนังสือเล่มนี้ ดังนั้นผู้ที่สนใจสามารถศึกษาค้นคว้าได้จากตำราฟิกฮฺอิสลาม
    4) การบ่งชี้ความหมายที่เป็นเอกเทศและสมบูรณ์ของอัล-กุรอาน
    อัล-กุรอาน เป็นถ้อยจำนรรจ์เช่นเดียวกับถ้อยคำทั่วไป ซึ่งประกอบไปด้วยคำและความหมาย อัลกุรอานได้สาธยายความหมายของตนไว้อย่างชัดเจน โดยไม่มีความคลุมเครือ และไม่มีเหตุผลอันใดที่บ่งบอกให้เห็นว่า อัล-กุรอานมีความหมายอื่นนอกเหนือไปจากความหมายตามตัวอักษร
    ส่วนคำกล่าวที่ว่า อัล-กุรอานไม่คลุมเครือในการบ่งชี้ความหมาย เนื่องจากบุคคลใดก็ตามที่มีความรู้ภาษาอาหรับในระดับหนึ่ง เขาสมารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายของอัล-กุรอานได้ทันที ดังที่เขาเข้าใจความหมายภาษาอาหรับทั่วไป
    อัล-กุรอาน นำเสนอจุดมุ่งหมายของตนแก่บางกลุ่มชนเป็นการเฉพาะ เช่น บะนีอิสรออีล (วงศ์วานอิสรออิล) มุอฺมิน (ผู้ศรัทธา) กุฟฟาร (ผู้ปฏิเสธ) และในบางครั้งก็นำเสนอกับคนทั่วไป ดังปรากฏในโองการต่างๆ มากมายด้วยกล่าวเรียกที่ว่า “โอ้ บรรดาผู้ปฏิเสธ” “โอ้ ชาวคัมภีร์ทั้งหลาย” “โอ้ วงศ์วานอิสรออีลเอ๋ย” หรือ “โอ้ มนุษยชาติ” เป็นต้น อัล-กุรอานได้ท้าทายพวกดื้อรั้นให้แต่งถ้อยคำที่คล้ายเหมือนเยี่ยงอัล-กุรอานขึ้นมา ถ้าพวกเขาสงสัยคลางแคลงในการเป็นพระดำรัสของอัลลอฮฺ (ซบ.) แน่นอน การสนทนากับผู้คนด้วยภาษาที่พวกเขาไม่เข้าใจถือเป็นสิ่งไร้สาระ ทำนองเดียวกันการที่จะให้พวกเขาแต่งถ้อยคำให้เหมือนกับสิ่งที่ไม่มีความหมายสำหรับพวกเขา ถือเป็นเรื่องทีมิอาจยอมรับได้
    อัลลอฮฺ (ซบ.) ตรัสว่า
    أَفَلَا يَتَدَبَّرُونَ الْقُرْآنَ أَمْ عَلَى قُلُوبٍ أَقْفَالُهَا
    “พวกเขามิได้ใคร่ครวญอัล-กุรอานดอกหรือ หรือว่าหัวใจของพวกเขามีกุญแจอันเฉพาะหลายดอกลั่นอยู่” (.มุฮัมมัด/24)
    أَفَلاَ يَتَدَبَّرُونَ الْقُرْآنَ وَلَوْ كَانَ مِنْ عِندِ غَيْرِ اللّهِ لَوَجَدُواْ فِيهِ اخْتِلاَفًا كَثِيرًا
    “พวกเขาไม่พิจารณาดูอัลกุรอานบ้างหรือ และหากว่าอัลกุรอานมาจากผู้ที่ไม่ใช่อัลลอฮฺแล้ว แน่นอนพวกเขาก็จะพบว่าในนั้นมีความขัดแย้งกันมากมาย” (อัน-นิซาอฺ/82)
    โองการข้างต้นบ่งบอกให้เห็นอย่างชัดเจนว่า โองการต่างๆ ของอัล-กุรอาน มีความละเอียดอ่อน และต้องการให้ผู้อ่านพิจารณาใคร่ครวญด้วยสติปัญญา เพื่อขจัดความคลางแคลงใจที่อาจเกิดขึ้นด้วยการมองอย่างผิวเผิน ฉะนั้น เป็นที่ชัดเจนว่า ถ้าหากโองการอัล-กุรอานปราศจากความหมายภายนอกที่ชัดแจ้งแล้วละก็ การเชิญชวนให้พิจารณาใคร่ครวญ และการขจัดความไม่เข้าใจในความหมายตามอักษร ย่อมไม่มีความหมายอันใดทั้งสิ้น
    นอกจากนี้แล้วไม่ปรากฏหลักฐานจากรายงานจากท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ที่ปฏิเสธการเป็นข้อพิสูจน์และเหตุผล ของความหมายภายนอกของอัล-กุรอาน นอกเสียจากบางคนจะอ้างว่าการทำความเข้าใจอัล-กุรอาน เป็นหน้าที่ของอะฮฺลุลบัยตฺ (อ.) เท่านั้น ซึ่งข้ออ้างดังกล่าวนี้ที่มิอาจยอมรับได้ เนื่องจากข้อพิสูจน์และเหตุผล (ฮุจญะฮฺ) จากคำกล่าวของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) และบรรดาอิมามแห่งอะอฺลุลบัยตฺ (อ.) ต้องมาจากอัล-กุรอาน ดังนั้น จะเป็นไปได้อย่างไรการเป็นข้อพิสูจน์และเหตุผลของอัล-กุรอาน จะขึ้นอยู่กับการอรรถาธิบายของบุคคลดังกล่าวแต่เพียงอย่างเดียว แต่ทว่าในการพิสูจน์รากที่มาของการเป็นศาสดาและอิมามยังต้องยึดอัล-กุรอานเป็นหลัก
    แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่กล่าวข้างต้น มิได้ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงทีว่า ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) และอิมามแห่งอะอฺลุลบัยตฺ (อ.) มีหน้าที่อรรถาธิบายรายละเอียดของอัล-กุรอาน และบทบัญญัติทางศาสนาที่ไม่ปรากฏตามความหมายภายนอกของอัล-กุรอาน นอกจากนี้แล้วท่านยังเป็นครูผู้สอนหลักการต่างๆ ของอัล-กุรอาน ดังที่อัล-กุรอานหลายโองการ กล่าวว่า
    بِالْبَيِّنَاتِ وَالزُّبُرِ وَأَنزَلْنَا إِلَيْكَ الذِّكْرَ لِتُبَيِّنَ لِلنَّاسِ مَا نُزِّلَ إِلَيْهِمْ وَلَعَلَّهُمْ يَتَفَكَّرُونَ
    “ด้วยหลักฐานทั้งหลายที่ชัดแจ้งและคัมภีร์ต่าง ๆ ที่ศักดิ์สิทธิ์ และเราได้ประทานอัลกุรอานแก่เจ้า เพื่อเจ้าจะได้ชี้แจงแก่ปวงมนุษย์ซึ่งสิ่งที่ได้ถูกประทานมาแก่พวกเขา และเพื่อพวกเขาจะได้ไตร่ตรอง”(อัน-นะหฺลฺ 44)
    وَمَا آتَاكُمُ الرَّسُولُ فَخُذُوهُ وَمَا نَهَاكُمْ عَنْهُ فَانتَهُوا وَاتَّقُوا اللَّهَ إِنَّ اللَّهَ شَدِيدُ الْعِقَابِ
    “สิ่งใดที่เราะซูลได้นำมาให้สูเจ้าก็จงรับว้า และสิ่งใดที่ท่านได้ห้ามสูเจ้าก็จงหลีกเลี่ยงเสีย”(อัล-หัชรฺ/7)
    “และเรามิได้ส่งศาสนทูตคนใดมา นอกจากเพื่อที่เขาจะได้รับการภักดีโดยการอนุมัติของอัลลอฮฺ (อัน-นิซาอฺ/64)
    هُوَ الَّذِي بَعَثَ فِي الْأُمِّيِّينَ رَسُولًا مِّنْهُمْ يَتْلُو عَلَيْهِمْ آيَاتِهِ وَيُزَكِّيهِمْ وَيُعَلِّمُهُمُ الْكِتَابَ وَالْحِكْمَةَ
    “พระองค์ทรงแต่งตั้งเราะซูลผู้ไม่รู้หนังสือขึ้นจากหมู่พวกเขา เพื่อสาธยายโองการต่าง ๆ ของพระองค์แก่พวกเขา ทำการขัดเกลาพวกเขาให้บริสุทธิ์ สอนคัมภีร์และวิทยปัญญาแก่พวกเขา” (อัล-ญุมุอะฮฺ/2)
    โองการต่างๆ เหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อล ฯ) คือผู้อรรถาธิบายรายละเอียดของบทบัญญัติและเป็นครูสอนอัล-กุรอานอันจำเริญ ซึ่งตามรายงานฮะดีซ อัซ-ซะเกาะลัยน์ ซึ่งจัดว่าเป็นฮะดีซประเภทมุตะวาติร (ไม่อาจสงสัยในความถูกต้องได้) ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ได้แต่งตั้งอิมามแห่งอะฮฺลุลบัยตฺ (อ.) ให้เป็นตัวแทนของท่านตาม 2 สถานภาพข้างต้น
    แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้มิได้ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงทีว่า บุคคลอื่นที่นอกเหนือจากอะฮฺลุลบัยตฺ (อ.) ก็สามารถเข้าใจความหมายภายนอกของอัล-กุรอานได้ ด้วยการเรียนรู้จาก “บรมจารย์ที่แท้จริง” คือท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อล ฯ) และอิมามแห่งอะฮฺลุลบัยตฺ (อ.) ซึ่งแน่นอนว่าท่านได้สอนและแนะนำวิธีการสร้างความเข้าใจอัล-กุรอานแก่บรรดาสานุศิษย์ของท่านไว้แล้ว