แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

    1. home

    2. article

    3. การอะซานและอิกอมะฮฺ

    การอะซานและอิกอมะฮฺ

    Rate this post

    1.เป็นมุซตะฮับสำหรับผู้นะมาซทุกคนก่อนที่จะนะมาซวาญิบประจำวัน ให้อะซาน อิกอมะฮฺ และหลังจากนั้นจึงเริ่มนะมาซ คำกล่าวอะซานและอิกอมะฮฺดังนี้
    อะซาน
    ให้กล่าว อัลลอฮุอักบัร 4 ครั้ง
    อัชฮะดุอันลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ 2 ครั้ง
    อัชฮะดุอันนะมุอัมมะดัรเราะซูลุลลอฮฺ 2 ครั้ง
    อัชฮะดุอันนะอะลียันวะลียุลลอฮฺ 2 ครั้ง
    ฮัยยะอะลัซเซาะลาฮฺ  2 ครั้ง
    ฮัยยะอะลัลฟะลาฮฺ  2 ครั้ง
    ฮัยยะอะลาค็อยริลอะมัล 2 ครั้ง
    อัลลอฮุอักบัร  2 ครั้ง
    ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ  2 ครั้ง
    คำกล่าวอิกอมะฮ.
    อัลลอฮุอักบัร 2 ครั้ง
    อัชฮะดุอันลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ 2 ครั้ง
    อัชฮะดุอันนะมุอัมมะดัรเราะซูลุลลอฮฺ 2 ครั้ง
    อัชฮะดุอันนะอะลียันวะลียุลลอฮฺ 2 ครั้ง
    ฮัยยะอะลัซเซาะลาฮฺ  2 ครั้ง
    ฮัยยะอะลัลฟะลาฮฺ  2 ครั้ง
    ฮัยยะอะลาค็อยริลอะมัล 2 ครั้ง
    กัตกอมะติซเซาะลาฮฺ 2 ครั้ง
    อัลลอฮุอักบัร  2 ครั้ง
    ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ  1 ครั้ง
    2.ประโยค อัชฮะดุอันนะอะลียัน วะลียุลลอฮฺ   ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอะซานและอิกอมะฮฺ  แต่เป็นสิ่งมุซตะฮับหากได้กล่าวในอะซานและอิกอมะฮฺ
    3.อะซานและอิกอมะฮฺต้องกล่าวหลังจากได้เข้าเวลานะมาซแล้ว ถ้ากล่าวก่อนเวลาถือว่าบาฏิล[1]
    4.อิกอมะฮฺต้องกล่าวหลังจากอะซาน ถ้ากล่าวก่อนอะซานถือว่าไม่ถูกต้อง
    5.ถ้ามีผู้กล่าวอะซานและอิกอมะฮฺในนะมาซญะมาอะฮฺแล้ว  ผู้ที่เข้าร่วมญะมาอะฮฺไม่จำเป็นต้องกล่าวอีก
    6.ระหว่างประโยคของอะซาน และอิกอมะฮฺต้องไม่ทิ้งช่วงให้ห่างจนเกินไป มิเช่นนั้นต้องกล่าวใหม่ตั้งแต่ต้น[2]
    7.นะมาซมุซตะฮับต่าง ๆ ไม่มีอะซานและอิกอมะฮฺ
    8.เป็นมุซตะฮับให้อะซานทางหูขวา และกล่าวอิกอมะฮฺทางหูซ้ายแก่ทารกที่เพิ่งคลอดออกมา
    9.เป็นมุซตะฮับให้เลือกคนที่มีความยุติธรรม รู้จักเวลา และเสียงดังทำหน้าที่ อะซาน
    วาญิบต่าง ๆ มุบฏิลลาตและความสงสัยนะมาซ
    วาญิบต่าง ๆ ของนะมาซ
    1. นะมาซเริ่มต้นด้วยการกล่าว อัลลอฮุอักบัร และจบด้วยการกล่าวสลาม
    2. สิ่งที่ต้องปฏิบัติในนะมาซมีทั้งวาญิบและมุซตะฮับ
    3. วาญิบต่าง ๆ ในนะมาซมี 11 ชนิด ซึ่งบางชนิดเป็นรุกนฺ และบางชนิดไม่ใช่รุกนฺ
    สิ่งที่เป็นข้อบังคับ (วาญิบ) ของนะมาซ
    สิ่งที่เป็น รุกนฺ ของนะมาซมี  5 ประการกล่าวคือ
    1.เนียต (การตั้งเจตนา)
    2. กล่าว ตักบีเราะตุลอิฮฺรอม
    3. กิยาม (การยืนตรง)
    4. รุกูอฺ (การโค้ง)
    5. ซัจญฺดะฮฺ (กราบเคารพ)
    สิ่งที่ไม่ได้เป็น รุกนฺ ของนะมาซมี 6 ประการ กล่าวคือ
    1.กะรออะฮฺ (การอ่าน)
    2.ซิกรฺ (การกล่าว)
    3. ตะชะฮุด (ปฏิญาณตน)
    4. สลาม
    5. การทำตามขั้นตอน
    6. ความต่อเนื่อง
    ความแตกต่างระหว่างสิ่งที่เป็นรุกนฺกับสิ่งที่ไม่ใช่รุกนฺ
    รุกนฺของนะมาซ หมายถึง ส่วนสำคัญที่เป็นพื้นฐานของนะมาซ ถ้าไม่ได้ทำรุกนฺข้อหนึ่งข้อใด หรือเพิ่มหรือลด ถึงแม้ว่าจะหลงลืม นะมาซบาฏิล
    ส่วนวาญิบอื่น แม้ว่าการปฏิบัติจะเป็นสิ่งจำเป็น แต่ถ้าลืมได้เพิ่มหรือลด นะมาซไม่บาฏิล[3]
    เงื่อนไขและวาญิบต่าง ๆ ของนะมาซ
    เนียต
    1. ผู้นะมาซต้องรู้ตลอดเวลาตั้งแต่เริ่มนะมาซ จนกระทั่งสิ้นสุดว่าตนกำลังนะมาซอะไร ซึ่งสิ่งนั้นเป็นการปฏิบัติตามพระบัญชาของพระผู้เป็นเจ้าแห่งสากลโลก[4]
    2. เนียตไม่จำเป็นต้องกล่าวออกมาเป็นคำพูด แต่ถ้ากล่าวออกมาไม่เป็นไร[5]
    3. นะมาซต้องห่างไกลจากการโอ้อวด และความเห็นแก่ตัว หมายถึง นะมาซเพราะต้องการปฏิบัติตามพระบัญชาของพระองค์ ดังนั้น บางช่วงหรือตลอดทั้งนะมาซถ้าได้ทำเพื่อสิ่งอื่นที่นอกเหนือจากอัลลอฮฺ (ซบ.) บาฏิล[6]
    ตักบีเราะตุลอิฮฺรอม
    เมื่อกล่าวว่า อัลลอฮุอักบัร ถือว่าเป็นการเริ่มต้นนะมาซ และการที่เรียกว่าตักบีเราะตุลอิฮฺรอม เพราะว่าภารกิจต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ที่เคยอนุญาตให้กระทำ บัดนี้เป็นฮะรอมสำหรับผู้นะมาซ เช่น การกิน การดื่ม การหัวเราะ ร้องไห้เพราะความโศกเศร้าของโลก เป็นต้น
    วาญิบต่าง ๆ ของตักบีเราะตุลอิฮฺรอม
    1. ต้องกล่าวเป็นภาษาอาหรับอย่างถูกต้อง
    2.ขณะกล่าว ตักบีเราะตุลอิฮฺรอม ร่างกายต้องนิ่ง
    3. ถ้าไม่มีอุปสรรคอย่างอื่น ผู้นะมาซต้องได้ยินเสียงกล่าวตักบีรของตนเอง หมายถึง มิได้กล่าวค่อยจนเกินไป
    4. อิฮฺติยาฏวาญิบ ต้องไม่นำตักบีรไปเชื่อมต่อ กับประโยคอื่นก่อนหน้านี้ [7]
    มุซตะฮับ ขณะกล่าวตักบีเราะตุลอิฮฺรอมหรือตักบีรอื่นระหว่างนะมาซให้ยกมือทั้งสองข้างสูงเสมอกับติ่งหู
    กิยาม
    กิยาม หมายถึงการยืนตรงบางช่วงเป็นรุกนฺของนะมาซ ถ้าไม่ทำนะมาซบาฏิล ส่วนผู้ที่ไม่สามารถยืนได้ให้ปฏิบัติในอีกลักษณะหนึ่ง ซึ่งจะกล่าวอธิบายในโอกาสต่อไป การยืนมี 2 ประเภทกล่าวคือ
    1. การยืนตรงที่เป็น รุกนฺ ของนะมาซได้แก่
    – การยืนตรงขณะกล่าวตักบีเราะตุลอิฮฺรอม
    – การยืนตรงก่อนรุกูอฺ (ก้มโค้ง)
    2. การยืนตรงที่ไม่ใช่รุกนฺ ประกอบด้วย
    – การยืนตรงขณะอ่าน
    – การยืนตรงหลังจากรุกูอฺ (การโค้ง)[8]
    เงื่อนไขของการยืนตรง
    1. วาญิบก่อนและหลังการกล่าว ตักบีเราะตุลอิฮฺรอม ต้องยืนตรงเล็กน้อย เพื่อให้มั่นใจว่าตักบีรได้กล่าวขณะยืนตรง[9]
    2. ยืนตรงก่อนรุกูอฺ หมายถึง ขณะยืนตรงอยู่นั้นให้ลงรุกูอฺ ด้วยเหตุนี้ ถ้าลืมรุกูอฺโดยหลังจากกล่าวซูเราะฮฺจบได้ลงซัจญฺดะฮฺทันที แต่ก่อนที่จะซัจญฺดะฮฺนึกขึ้นได้ต้องลุกขึ้นยืนตรงอย่างสมบูรณ์ก่อน หลังจากนั้นจึงรุกูอฺ และซัจญฺดะฮฺตามลำดับ[10]
    3. สิ่งที่ต้องละเว้นไม่กระทำขณะที่ยืนตรง
    – การขยับเขยื้อนร่างกาย
    – การโค้งไปด้านใดด้านหนึ่ง
    – การยืนพิงกับสิ่งอื่น
    – ยืนเท้าห่างมากเกินไป
    – ยกเท้าขึ้นจากพื้น[11]
    4. ผู้นะมาซขณะยืนต้องวางเท้าทั้งสองบนพื้น แต่ไม่จำเป็นต้องทิ้งน้ำหนักตัวลงบนเท้าทั้งสอง ถ้าทิ้งน้ำหนักตัวไว้ที่เท้าข้างหนึ่ง ไม่เป็นไร
    5. ถ้าผู้นะมาซไม่สามารถยืนได้ ให้ปฏิบัติตามขั้นดังต่อไปนี้
    – นั่งนะมาซ โดยหันหน้าตรงกับกิบละฮฺ
    – ถ้านั่งไม่ได้ให้นอนนะมาซ[12]
    6. ถ้าผู้นอนนะมาซ ต้องนอนตะแคงขวานะมาซโดยหันหน้าตรงกับกิบละฮฺ  ถ้าปฏิบัติไม่ได้ให้นอนตะแคงซ้ายนะมาซโดยหันหน้าตรงกับกิบละฮฺ ถ้าปฏิบัติไม่ได้ให้นอนหงายนะมาซ โดยหันเท้าไปทางกิบละฮฺ[13]
    7. วาญิบ หลังรุกูอฺต้องยืนตรง หลังจากนั้นจึงลงซัจญฺดะฮฺ และถ้าตั้งใจไม่ยืนตรงดังกล่าว นะมาซบาฏิล[14]

    [1] เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้อที่ 935
    [2] เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้อที่ 920
    [3] เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้อที่ 942
    [4] เล่มเดิม
    [5] เล่มเดิม
    [6] เล่มเดิม ข้อที่ 946-947
    [7] เตาฎีฮุลมะซอิล ข้อที่ 947,949,951,952
    [8] เล่มเดิม ข้อที่ 958
    [9] เล่มเดิม ข้อที่ 959
    [10] เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้อที่ 960
    [11]  อ้างแล้ว เล่มเดิม  ข้อที่ 961, 963, 964
    [12] อ้างแล้ว เล่มเดิม  ข้อที่ 970, 971
    [13] อ้างแล้ว เล่มเดิม ข้อที่ 971
    [14] ตะฮฺรีรุลวะซีละฮฺ เล่มที่ 1 หน้าที่ 162 ข้อที่ 1, อัล อุรวะตุลวุซกอ เล่มที่ 1 หน้าที่ 665