แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

    1. home

    2. article

    3. ขนแมวมีกฎว่าอย่างไร

    ขนแมวมีกฎว่าอย่างไร

    Rate this post

     

    ด้วยพระนามแห่งอัลลอฮฺพระผู้ทรงปรานี พระผู้ทรงเมตตายิ่งเสมอ
    คำสำคัญ : เนื้อฮะรอม, แมว, ขน, ความเปียกชื้นของร่างกาย, เสื้อผ้าของผู้นมาซ
    สรุปคำถาม : ขนแมวมีกฎว่าอย่างไร?
    ถ้าหากวัตถุประสงค์ของคำถาม ถามว่าขนแมวในทัศนะของฟิกฮฺมีกฎว่าอย่างไร? ต้องกล่าวว่าในหมู่สัตว์ทั้งหลายเฉพาะสุนัขและสุกรที่ใช้ชีวิตบนบก นะยิส[1] ด้วยเหตุนี้ แมวที่มีชีวิตและขนของมัน ถือว่าสะอาด แต่อุจจาระและปัสสาวะแมว[2] นะยิส ซึ่งกฎข้อนี้มิได้จำกัดเฉพาะแมวเท่านั้น ทว่าอุจจาระและปัสสาวะของสัตว์ทุกประเภทที่เนื้อฮะรอม (ห้ามบริโภค) และมีเลือดไหลพุ่งขณะเชือดถือว่า นะยิส[3] ซึ่งแมวถือว่าเป็นหนึ่งในสัตว์เหล่านั้นด้วย แต่แมวตายซึ่งนับว่าเป็นซากสัตว์เช่นกัน ดังนั้น อวัยวะส่วนที่มีชีวิตถือว่า นะยิส ส่วนขนแมวถือว่าไม่มีชีวิต ไม่นะยิส[4]
    ส่วนนมาซต้องกล่าวว่า เสื้อผ้าของผู้นมาซต้องไม่ได้ทำมาจากส่วนใดส่วนหนึ่งของสัตว์ที่เนื้อฮะรอม เป็นที่แน่ชัดว่า แมว เป็นสัตว์ที่เนื้อฮะรอม ซึ่งบรรดามัรญิอฺส่วนใหญ่วินิจฉัยตรงกันว่า แม้กระทั่งขนแมวถ้าติดเสื้อผ้าของผู้นมาซ ขณะนมาซ นมาซบาฏิล[5]
    เฉพาะท่านอายะตุลลอฮฺ อัลอุซมา ซีซตานี วินิจฉัยว่า ร่างกายและเสื้อผ้าของผู้นมาซต้องไม่เปื้อนปัสสาวะ หรืออุจจาระ หรือเหงื่อ หรือน้ำนม หรือขนของสัตว์ประเภทนั้น แต่ถ้ามีขนเพียงเส้นเดียวติดบนเสื้อผ้าของเขา ไม่เป็นไร หรือสิ่งอื่นจากสิ่งเหล่านั้น เช่น นำใส่ในกระป๋องและถือไป[6]
    ส่วนความเปียกชื้นของร่างกายสัตว์ที่เนื้อฮะรอม มัรญิอฺ ตักลีดทั้งหมดวินิจฉัยว่า :
    ถ้าเป็นน้ำลาย หรือน้ำมูก หรือความเปียกชื้นอย่างอื่นของสัตว์ที่เนื้อฮะรอม เช่น แมวเปื้อนร่างกายหรือเสื้อผ้าของผู้นมาซ ถ้าความเปียกชื้นสัมผัสหรือรู้สึกได้ นมาซบาฏิล แต่ถ้าแห้งแล้วหรือขจัดออกแล้ว นมาซถูกต้อง[7]
    แต่ในทัศนะของ อนามัยและแพทย์ บางครั้งกล่าวว่า แมวหรือขนแมวเป็นสาเหตุทำให้เป็นหมัน หรือมีบุตรยากซึ่งมักจะเกิดในผู้หญิงหรือหญิงสาวทั้งหลาย อย่างไรก็ตามประเด็นดังกล่าวนี้ มิใช่ความเชี่ยวชาญของเรา ดังนั้น ขอยกประเด็นให้เป็นทัศนะของแพทย์ต่อไป[8]
     
    [1] เตาฎีฮุลมะซาอิล มะรอญิอฺ, เล่ม 1, ปัญหาข้อที่ 105, หน้า 75
    [2] ฟุฎูลาต หมายถึง อุจจาระและปัสสาวะ
    [3] เตาฎีฮุลมะซาอิล มะรอญิอฺ, เล่ม 1, ปัญหาข้อที่ 84, หน้า 68
    [4] อ้างแล้วเล่มเดิม ปัญหาข้อที่ 88, 89, หน้า 70
    [5] อ้างแล้วเล่มเดิม ปัญหาข้อที่ 824, หน้า 460
    [6] อ้างแล้วเล่มเดิม ปัญหาข้อที่ 825, หน้า 460
    [7] อ้างแล้วเล่มเดิม ปัญหาข้อที่ 825, หน้า 460
    [8] บรรดาแพทย์ทั้งหลายกล่าวว่า ร่างกายของแมวอาจเป็นเป็นพยาธิโปรโตซัว เรียกว่า (toxoplasma) ซึ่งอาจทำให้เกิดโรค toxoplasmosis ได้

     

     

    www.Islamquest.net