แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

    1. home

    2. article

    3. ถ้อยจำนรรจ์แห่งสติ

    ถ้อยจำนรรจ์แห่งสติ

    3.9 (77.5%) 8 votes

    ถ้อยจำนรรจ์แห่งสติ

    ท่านอิมามอะลี (อ.) นับได้ว่าเป็นผู้มีวิทยปัญญาลำ้เลิศที่สุดคนหนึ่ง ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) กล่าวยกย่องท่านว่า “ฉันคือนครแห่งความรู้ อะลีคือประตูของมัน” ดังนั้น คำพูดของท่านอิมามจึงเปรียบเสมือนประทีปนำทาง ที่นำไปสู่แสงสว่างและความผาสุกเสมอ

    ความพึงพอใจ

    1. มนุษย์พึงพอใจอยู่กับความจำเป็นในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ใช่ในเรื่องที่มากมายอันใด
    2. ไม่มีทรัพย์สฤงคารอันใดที่จะเทียบได้เท่ากับความพึงพอใจ
    3. ผู้ใดก็ตาม ที่พึงพอใจอยู่กับของที่พระเจ้าได้ทรงมอบให้กับเขา ย่อมจะไม่เศร้าโศกกับสิ่งที่เขาไม่มี
    4. ถ้าหากท่านไม่อาจสามารถจะหาเอาสิ่งที่ท่านพึงปรารถนามาได้ ก็จงพึงพอใจกับสิ่งที่ท่านมีอยู่
    5. ทุกสิ่งถ้ามีความพอใจมันก็พอเพียง

    คำแนะนำ

    1. คนที่ฉลาดที่สุดนั้นคือ คนที่ไม่รังเกียจคำแนะนำของบุคคลอื่น ๆ
    2. จงถือเอาคำแนะนำของบรรดาคนฉลาด เช่นนั้นแหละจะพ้นจากข้อครหาและความเสียใจ
    3. จงปรึกษาแม้แต่กับศัตรู ถ้าเขาเป็นคนฉลาด จงอย่าตามคำแนะนำของมิตรผู้โง่เขลา
    4. จงปรึกษาหารือกับเหล่าปรปักษ์ของท่าน เพื่อที่จะเรียนรู้จากความคิดต่าง ๆ ของพวกเขา จนขยายไปถึงฝ่ายปรปักษ์ของพวกเขา และจุดสุดท้ายทั้งหลายที่พวกเขากำลังแสวงหาอยู่
    5. จงนำทางตัวท่านเองด้วยตะเกียงส่องของบรรดาที่ปรึกษา ซึ่งพวกเขาปฏิบัติในสิ่งที่พวกเขาได้ให้คำปรึกษาหารือไปแล้ว
    6. ผู้ใดก็ตามที่แสวงหา และปฏิบัติตามคำแนะนำของบุคคลอื่น จะหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดต่าง ๆ ได้อย่างมากมาย ผู้ใดก็ตามที่ปฏิบัติโดยไม่ตามคำปรึกษาหารือแต่ปฏิบัติตามลำพังโดยตนเอง ผู้นั้นก็ย่อมสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำที่ผิดพลาดได้อย่างมากมาย
    7. มีข้อกระตุ้นเตือนให้หมู่พวกเราให้ทำการปรึกษาหารือ เพราะคำแนะนำของที่ปรึกษาถือเป็นความบริสุทธิ์ในขณะที่บุคคลผู้แสวงหาคำปรึกษาถูกผสมปรนเปรอไปด้วยโลหะอื่น ๆ ก่อนแล้ว
    8. ให้คำแนะนำแก่บุคคลอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะนั้น ก็เท่ากับเป็นการตำหนิติเตียนบุคคลผู้นั้นไปในทันที
    9. โลกนี้จะเป็นที่ปรึกษาอย่างดีที่สุดของท่าน ถ้าท่านตามคำแนะนำของมัน
    10. คนซึ่งให้คำแนะนำโดยที่ตัวเขาเองไม่ปฏิบัติตามนั้น ก็เหมือนอย่างคันธนูที่ไร้สาย
    11. คนที่ขายคำแนะนำของเขาให้ท่าน ก็เหมือนกับพ่อค้าที่เสนอดอกเบี้ยแพง
    12. บุคคลผู้แสวงหาคำแนะนำต่าง ๆ ย่อมเรียนรู้ที่จะยอมรับข้อผิดพลาดต่าง ๆ ไว้ด้วย

    การสารภาพบาป

    1. เมื่อท่านกระทำบาป ก็จงสารภาพบาป
    2. ผู้สารภาพบาป ย่อมแสวงหาทางกลับคืนสู่พระเจ้าได้
    3. การสารภาพบาป ย่อมปลดเปลื้องผู้หนึ่งให้พ้นไปจากบาปทุก ๆ บาป

    การให้อภัย

    1. การอภัยคือซะกาตของชัยชนะ
    2. การให้อภัยนับเป็นมงกุฎของคุณภาพที่ยิ่งใหญ่
    3. จงยอมรับในการขออภัย สำหรับผู้ที่เขาแสวงหาการอภัยโทษจากท่าน
    4. นับเป็นการดีที่ไม่กระทำบาปหนึ่ง มากกว่าที่จะไปขอให้ผู้หนึ่งอภัยให้กับเรา
    5. คนที่ชั่วที่สุด ก็คือ ผู้ที่ไม่เคยให้อภัยแก่ใครหรือไม่เคยแม้แต่จะขออภัยใคร
    6. จงอย่ารีบเร่งไปสู่การลงโทษบุคคลผู้หนึ่ง ในความผิดหนึ่งที่เขากระทำ แต่จงปล่อยให้มีโอกาสเพื่อการขออภัย ในระหว่างการกระทำผิดและการลงโทษ
    7. จงลงโทษคนใช้ของท่านหากเขาฝ่าฝืนคำสั่งของพระเจ้า แต่จงอภัยให้กับการที่เขาดื้อดึงไม่ทำตามท่าน
    8. เมื่อท่านมีชัยชนะเหนือศัตรูของท่านจงอภัยให้กับเขา อันเป็นหนทางที่ท่านจะตอบแทนการขอบคุณต่อพระเจ้าที่พระองค์ได้ทรงประทานพลังอำนาจในการพิชิตให้กับท่าน
    9. ผู้ใดที่สามารถมองเห็นความผิดของตนเองได้ ย่อมเป็นผู้นุ่มนวลต่อความผิดของผู้อื่น
    10. เขาเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถให้อภัยก็คือ ผู้มีอำนาจที่จะจัดการลงโทษ
    11. ถ้าหากท่านมีโอกาสและมีอำนาจเหนือศัตรูของท่าน ก็จงให้อภัยกับเขาเพื่อเป็นการขอบคุณพระเจ้าต่อชัยชนะนี้
    12. กิจกรรมที่ดีเลิศของบุคคลผู้หนึ่งที่ยิ่งใหญ่ก็คือ การให้อภัยและการลืม

    คำสัญญา

    1. คำสัญญาหนึ่งก็คือ หนี้สินหนึ่งที่ต้องชำระให้มันเสร็จสิ้นไป
    2. คำสัญญาของคนใจกว้างถือเป็นเงินสด
    3. จงอย่าให้คำมั่นสัญญาในสิ่งที่ท่านไม่อาจจะรักษามันไว้ได้
    4. การปฏิเสธที่แฝงไว้ด้วยความกรุณา มีค่ายิ่งกว่าคำสัญญาที่ยังอยู่อีกยาวไกล
    5. คนใจบุญย่อมปฏิบัติตามที่เขาสัญญา และเมื่อเขามีอำนาจเขาก็จะไว้ชีวิตแก่ศัตรูของเขา
    6. จงยอมรับคำสัญญา ของผู้ที่สามารถยึดถืออย่างมั่นคงกับคำสาบานของพวกเขาเท่านั้น

    คนชั่ว

    1. คนเลวที่สุด คือ คนที่เห็นว่าตนเองดีที่สุด
    2. คนชั่วคิดว่าคนอื่น ๆ ไม่มีใครดีเลย เขาจะคิดได้อย่างไรว่า คนอื่น ๆ มีในสิ่งที่ตัวเขาเองไม่มี
    คนเลวที่สุด คือ คนที่กระตือรือร้นอยากรู้เห็นข้อบกพร่องต่าง ๆ ของคนอื่น แต่มองไม่เห็นความชั่วร้ายของตนเอง
    3. คนที่ยึดถือตนเองเป็นใหญ่ จะมองไม่เห็นความบกพร่องของเขาเอง แต่เขาควรจะได้เรียนรู้ถึงความดีเลิศของอุปนิสัยของคนอื่น ๆ เขาจะถูกทำให้รู้สึกผิดโดยสิ่งซึ่งเขารู้สึกในขณะนี้ว่าในตัวเขาเองขาดสิ่งนั้น
    4. คนเลวที่สุด คือคนที่หลงใหลในความชั่วมั่วโลกีย์ โดยยึดถือว่าเป็นสิ่งหอมหวนชวนชื่นที่สุด และมิได้ยับยั้งรั้งรอต่อความเกรงกลัวที่จะต้องเกลือกกลั้วกับสิ่งเลวร้ายนั้นเลย
    5. คนที่น่ารังเกียจที่สุด คือ เขาผู้ซึ่งตอบแทนความดีด้วยความชั่ว และผู้ที่น่ายกย่องที่สุดคือ คนที่ตอบแทนแก่คนเลวร้ายด้วยการกระทำอย่างโอบอ้อมอารี
    6. จงรีบอย่างเร่งด่วน เพื่อหลบหนีไปจากคนชั่วร้ายและคนหลงโลก
    7. พิษร้ายของชาติคือ นักปราชญ์ผู้ชั่วร้าย และผู้ปกครองที่กดขี่คือพิษร้ายแห่งความยุติธรรม
    8. คนที่น่ารังเกียจที่สุดในสายตาของพระผู้เป็นเจ้าคือ คนลำเค็ญที่หยิ่งผยองหนึ่ง คนแก่ที่ล่วงละเมิดประเวณีหนึ่ง และนักปราชญ์ผู้หลงระเริงสุรุ่ยสุร่ายหนึ่ง
    9. คนชั่วร้ายชอบที่จะสนับสนุนความชั่วของคนอื่น ๆ ไว้ และจะมีข้อแก้ตัวอย่างมากมายเหลือเกินสำหรับความชั่วของตนเอง

     คนดี

    1. คนดีย่อมมีชีวิตอยู่ แม้เมื่อเขาถูกหามไปยังสุสานก็ตาม
    2. คนที่ดีที่สุดคือ เขาผู้ซึ่งให้ความช่วยเหลือรับใช้อย่างมากที่สุดแก่บรรดาผู้ที่มีฐานะเท่าเทียมกับเขา
    3. คนดีคือ คนที่รู้คุณค่าในความสามารถของผู้อื่น
    4. คนดีขบถเพื่อต่อต้านความรุนแรง แต่แสดงตัวเขาเองอย่างอ่อนโยนละมุนละไมและเป็นคนมีเหตุผล หากได้รับการปฏิบัติเป็นอย่างดี ส่วนคนเลวทรามหยาบช้าจะแข็งกระด้างและหยาบคาย เมื่อปรากฏอยู่ต่อหน้าความอ่อนโยนเมตตา แต่จะยอมหมอบราบคาบก็เฉพาะต่อหน้าความแข็งกร้าวเท่านั้น
    5. สิ่งหนึ่งซึ่งดีงามที่สุดในอากัปกิริยาของเสรีชนก็คือ การไม่ถือเอาความได้เปรียบในสิ่งที่เขารู้ว่าคนอื่นไม่มี
    6. บุคคลที่มีเกียรติ ไม่แสดงตนโอหังในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และหนักแน่ไม่ขยับเขยื้อน เหมือนภูเขาที่ถูกลมเหนือพัดกระหน่ำอย่างแรง ส่วนคนต่ำทรามถูกทำให้มัวเมาแม้โดย
    7. วามสำเร็จเพียงน้อยนิดก็ตาม อุปมาดั่งต้นหญ้าที่ต้องสั่นไหวแม้เพียงลมอ่อน
    8. สิ่งหนึ่งของความเจ็บปวดลำบากใจที่สุดของคนดี ก็คือพันธะหน้าที่ที่จะต้องให้เกียรติแก่คนชั่วร้าย
    9. คนที่น่าสงสารที่สุด คือ ผู้รู้ที่อยู่ภายใต้คำสั่งของคนโง่เขลา คนที่มีธรรมชาติเป็นคนใจกว้างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต้องถูกชี้นำโดยคนละโมบโลภมาก และคนที่มีคุณธรรมแต่ต้องถูกบงการโดยความชั่วมั่วโลกีย์

    ความอาลัยรัก

    1. ผู้หนึ่งที่ไม่เคยมีความสงสารต่อผู้ใด ย่อมไม่เคยได้รับความสงสาร
    2. ผู้ใดที่เขามีความอาลัยรักต่อเด็กกำพร้า ย่อมจะได้เห็นลูกๆ ของเขาได้รับการปรนนิบัติอย่างการุณย์
    43. สัจธรรม
    1. สัจธรรม คือทางวิบากที่สุด ส่วนความรู้คือ มัคคุเทศก์ที่ดีที่สุด
    2. สัจธรรม คือการเยียวยารักษาที่เคยล้มเหลว
    3. สัจธรรม ประดับถ้อยคำของบุคคล
    4. สัจธรรม แตกดอกออกหน่อมาจากระดับขั้นต่าง ๆ ของความคิด
    5. จงซื่อสัตย์ในคำพูดของท่านและบริสุทธิ์จริงใจในการกระทำต่าง ๆ ของท่าน
    6. ความจริงที่ดีที่สุด คือการรักษาคำมั่นสัญญาทั้งหลาย

    คุณธรรม

    1. เสื้อคลุมแห่งคุณธรรม เป็นเกียรติคุณสูงสุด
    2. คุณธรรม คือกุญแจไขสู่ความสำเร็จ
    3. บุคคลเป็นผู้ศรัทธา ตราบเท่าที่เขายังมีคุณธรรม
    4. หัวหน้าของบรรดาคุณธรรม คือ การควบคุมระงับยับยั้งอารมณ์ต่าง ๆ ได้