แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

    1. home

    2. article

    3. วาทะแห่งปัญญา

    วาทะแห่งปัญญา

    Rate this post

    วาทะแห่งปัญญา

    วาทะแห่งปัญญานี้ นำมาจากคำกล่าวของท่าน อิมามอะลี (อ.) ซึ่งท่านกล่าวถึงคำพูดของมนุษย์ ทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งขึ้นอยู่กับบุคคลว่าควรจะพูดอย่างไร

     การพูด

    1. มนุษย์จะเป็นอะไรหากปราศจากการพูด ภาพที่ถูกวาดหรือสัตว์ที่ถูกปล่อย!
    2. ไม่พูด เมื่อไม่ใช่เวลาสำหรับพูด
    3. บ่อย ๆ ที่ถ้อยคำได้ทิ่มแทงเหมือนดาบ!
    4. บ่อย ๆ ที่ถ้อยคำได้ทิ่มทะลวงลึกกว่าลูกศรทั้งหลาย 396
    5. บ่อยเพียงใดที่ถ้อยคำ ๆ เดียวได้ก่อให้เกิดสงคราม!
    6. ความรักสักกี่มากน้อยแล้ว ที่ได้เกิดขึ้นในการชำเลืองเพียงครั้งเดียว
    7. ชิวหา (ลิ้น) มีจุดหนึ่งคมกว่าหอกเสียอีก
    8. คนกี่มากน้อยแล้วที่มีลิ้นทำลาย!
    9. ลิ้นของเพื่อนผู้โง่เขลาคือ กุญแจของเขาที่นำไปสู่ความตาย
    10. จงกลัวในคำพูดของท่าน มันเป็นลูกธนูที่พลาดเป้า
    11. ปกป้องศีรษะของท่านให้พ้นจากอุปสรรคทั้งหลายแห่งลิ้นของท่านเอง
    12. มือของลิ้นคือ การเขียน
    13. ถ้อยคำเบาบนริมฝีปากและง่ายดายต่อความเข้าใจคือ พูดคล่อง
    14. จิตใจคือ ผู้คุมคลังสมบัติแห่งชิวหา และชิวหาคือ ล่ามผู้แปลของมนุษย์ทั้งหลาย
    15. ชิวหาคือ สัตว์ดุร้ายป่าวเถื่อน ปล่อยมันอิสระ มันก็จะทำร้ายท่าน
    16. เท้าสะดุดก่อให้เกิดบาดแผลและลิ้นที่พูดโง่ ๆ ก่อให้เกิดความเสียหาย
    17. ทุก ๆ คำพูดที่สองของคนโง่เง่าคือ คำกล่าวสบถสาบาน
    18. การพูดที่ดีที่สุด คือ การพูดที่เหมาะกับการกระทำ
    19. การนิ่งเงียบ เมื่อท่านสามารถที่จะพูดบางสิ่งบางอย่างได้อย่างฉลาดและเป็นประโยชน์ มันก็เลวพอ ๆ กับการป่าวประกาศความคิดต่าง ๆ ที่ไม่ฉลาดและโง่เง่านั่นเอง 473
    20. หากท่านได้รับความมุ่งหวังและความเคารพแล้ว ก็จงตอบการคารวะและความหวังดีนั้นกลับคืนไปให้ในลักษณะที่เหมาะสมที่สุด หากท่านได้รับการเกื้อกูลก็จงให้คืนภาระผูกพันนั้นกลับไปในทำนองเดียวกันให้มาก ๆ แต่ผู้ใดได้รีบเร่งกระทำคุณความดีนั้นก่อนเขาก็ย่อมล้ำหน้าในคุณธรรมอยู่เสมอ
    21. การพูดที่ดีที่สุดคือ การพูดซึ่งไม่ก้าวร้าวระคายหู และความเข้าใจในถ้อยคำเหล่านั้น ก็ไม่ทำให้สติปัญญาเมื่อยล้า
    22. การพูดด้วยความจริงใจ สร้างความเข้มแข็งให้แก่เหตุผลข้อโต้แย้งของบุคคลนั้น
    23. ไม่ต้องคำนึงว่าใครพูด แต่จงพิจารณาว่าเขาพูดอะไร
    24. อย่าประเมินค่าความคิดที่ดีงามให้ต่ำ เพียงเพราะว่ามันมาจากบุคคลที่ไม่สำคัญ
    25. ถ้าคำปราศรัยและความคิดของผู้พูดอยู่ในภาวะสอดคล้องต้องกันผู้ฟังก็จะยอมรับการพูดของเขา มิฉะนั้นแล้วก็จะไม่บังเกิดผลใด ๆ
    26. จงพูดเพื่อทำให้ตัวท่านเองเป็นที่รู้จัก เพราะมนุษย์นั้นมักถูกซ่อนไว้ใต้ลิ้นของเขา 392
    27. มนุษย์ยิ่งพูดด้วยความจริงใจมากเท่าใด เขาก็จะได้รับความเคารพนับถือมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
    28. คนโง่ มักจะทำตัวเขาผิดพลาดไปในสามเรื่องดังนี้ การพูดถึงเรื่องต่าง ๆ ที่เขาไม่มีความรู้ การตอบก่อนที่เขาจะถูกถาม ความหุนหันพลันแล่นในการดำเนินงานต่าง ๆ ของเขา
    29. ผู้ใดก็ตามที่พูดในสิ่งที่เขาไม่ควรพูด ก็จะต้องได้รับฟังในสิ่งที่เขาไม่ต้องการฟัง
    30. คำพูดเป็นเหมือนยารักษาโรค ให้ยารับประทานเล็กน้อยย่อมเป็นคุณประโยชน์ แต่ถ้าให้มากเกินไปก็ถึงตาย
    31. จงระมัดระวังในการวิพากษ์วิจารณ์ข้อเท็จจริง ซึ่งท่านไม่รู้ถึงก้นบึ้งของมัน และไม่รู้อย่างแม่นยำถูกต้องแน่นอน พึงควรละเว้น ทั้งนี้เพราะว่าการพูดของท่านนั้นสะท้อนให้เห็นถึงสติปัญญาของท่าน และถ้อยคำทั้งหลายของท่านนั้นมันขยายให้เห็นถึงความรู้ของท่านด้วย
    32. พิษภัยของการปราศรัยคือ ยืดยาว
    33. การพูดมากเกินไป ซึ่งก่อให้เกิดความผิดพลาดบ่อย ๆ และน่าเบื่อ
    34. โสตประสาทไร้ประโยชน์ เมื่อใจลอย
    35. หากท่านไม่เป็นนักพูดคุยที่รอบรู้และปราดเปรื่องแล้วก็จงเป็นผู้ฟังที่ตั้งใจ
    36. บุคคลที่ให้ลิ้นเป็นนายเท่ากับได้ทำลายศักดิ์ศรีของตนเอง

     การพูดเท็จ

    1. เงียบใบ้เสียดีกว่าพูดเท็จ
    2. การพูดเท็จ เป็นการทรยศคดโกงทุจริต
    3. สัจธรรมเพียงน้อยนิด พิชิตขับไล่ความหลงผิดมากมาย ได้เหมือนอย่างไฟเพียงน้อยนิด สามารถเผาไหม้ไม้ฟืนกองใหญ่ได้ฉันใดก็ฉันนั้น
    4. ผู้พูดความจริงเป็นคนมีเกียรติ ส่วนผู้พูดเท็จเป็นคนน่าดูถูก
    5. ผู้ใดก็ตามที่ลือลั่นสนั่นไปทั่วเพราะการพูดเท็จ จะเห็นได้ว่าความมั่นใจของคนทั้งหลายในตัวเขาเสื่อมลง
    6. จงหลีกเลี่ยงจากคนพูดเท็จ ถ้าท่านจำเป็นจริง ๆ ที่จะต้องสัมพันธ์ติดต่อกับเขา ก็จงอย่าเชื่อว่าเขาถูกต้อง แต่อย่าให้เขาเห็นว่าท่านรู้ว่าเขาโกหก เพราะในไม่ช้าเขาจะเลิกคบท่านมากกว่าที่จะเลิกการโกหก
    7. เมื่อความจริงใจเสื่อมลง ความหลงผิดก็เพิ่มกระจายขึ้น ลิ้นพูดถึงมิตรภาพแต่หัวใจเต็มไปด้วยความจงเกลียดจงจัง
    8. การหลอกลวงคนที่ไว้เนื้อเชื่อใจในตัวท่าน คือความอกตัญญู

    การพูดล้อเล่น และการหัวเราะเยาะ

    1. ความเกลียดชังกัน เกิดจากการพูดล้อเล่น
    2. การหัวเราะมากเกินไป จะต้องเสื่อมเสียเกียรติยศ
    3. พูดตลกขบขันมากเกินไป แล้วท่านจะไม่อาจดึงกลับมาสู่เรื่องจริงจังได้
    4. จงหลีกเลี่ยงการพูดที่จะถูกหัวเราะเยาะ แม้แต่เพียงการพูดซ้ำตามถ้อยคำของผู้อื่นก็ตาม

    การยกย่องสดุดี

    1. เรื่องจริงที่น่าเกลียดที่สุดก็คือ การยกย่องสดุดีตนเอง
    2. คุยโวยกตนเอง นับเป็นความล้มเหลวในการเคารพตนเอง
    3. จงระมัดระวังตัวท่าน ให้พ้นจากการรับฟังการยกย่องสดุดีของตัวท่านเองในเรื่องที่เกินความจริง เพราะกลิ่นไอที่ฟุ้งออกมาจากการฟังเรื่องเช่นนั้น ทำให้หัวใจเกิดความฉ้อฉลและต่ำทราม
    4. จงระวังการยกย่องสรรเสริญบุคคลอื่นในคุณสมบัติต่าง ๆ ที่บุคคลนั้นไม่มี การกระทำต่าง ๆ ของเขาทรยศต่อตัวเขาเองและยังโกหกท่านด้วย
    5. คนที่ยกย่องท่านในคุณสมบัติต่าง ๆที่ท่านไม่มีนั้น ต่อ ๆ ไปก็จะพบว่าบุคคลนั้นจะตำหนิติเตียนท่านในความผิดต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ของท่าน
    6. มันเป็นการเยาะเย้ยบุคคล ในการยกย่องสดุดีเขา ในคุณสมบัติที่เขาไม่มี
    7. คนที่สมควรจะถูกตำหนิมากที่สุดในการกระทำทั้งหลายก็คือ การยกย่องสดุดีคนต่ำช้าเลวทราม
    8. ยกย่องสดุดีคนชั่วร้าย ถือเป็นบาปที่น่าเกลียดน่าชัง