แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

    1. home

    2. article

    3. วุฎูอฺเมื่อมีบาดแผล

    วุฎูอฺเมื่อมีบาดแผล

    Rate this post

    วุฎูอฺญะบีเราะฮฺ (วุฎูอฺเมื่อมีบาดแผล)
    ญะบีเราะฮฺ หมายถึงยาใส่แผล หรือสิ่งที่ใช้พันแผล
    1. ถ้าอวัยวะวุฎูอฺเป็นแผลหรือหัก ถ้าสามารถวุฎูอฺได้เหมือนปกติธรรมดา ให้วุฎูอฺเช่นนั้น[1] เช่น
    – บาดแผลเปิดและน้ำไม่เป็นอันตรายต่อแผล
    – แผลปิด แต่สามารถเปิดได้และน้ำไม่เป็นอันตรายต่อแผล
    2.หากเป็นแผลที่ใบหน้าหรือแขน ซึ่งไม่ได้ปิดบาดแผลแต่ถ้าราดน้ำลงไปจะเป็นอันตราย ดังนั้น ให้ล้างบริเวณรอบ ๆ บาดแผลก็พอ*
    *อายะตุลลอฮฺ อะลี คอเมเนอี  อิฮฺติยาฏ ถ้าหากเอามือเปียกลูบลงไปแล้วไม่เป็นอันตราย ต้องลูบ
    3. ถ้าบริเวณหลังเท้าหรือศีรษะเป็นแผลหรือแตก (บริเวณที่เช็ด) แต่ไม่ได้ปิดบาดแผล ถ้าไม่สามารถเช็ดลงบนนั้นได้ ให้หาผ้าที่สะอาดปิดบาดแผลและเอามือที่เปียกน้ำวุฎูอฺเช็ดลงไป*
    *อายะตุลลอฮฺ อะลี คอเมเนอี บริเวณบาดแผล ที่ไม่สามารถเอามือเปียกเช็ดลงไปได้ ต้องทำตะยัมมุมแทนวุฎูอฺ แต่ถ้าสามารถเอาผ้าที่สะอาดปิดบนแผลแล้วเอามือที่เปียกเช็ดลงบนนั้นได้ อิฮฺติยาฎ นอกจากทำตะยัมมุมแล้ว ต้องทำวุฎูอฺในลักษณะดังกล่าวด้วย
    วิธีการทำวุฎูอฺที่มีบาดแผล
    การทำวุฎูอฺที่มีบาดแผล บริเวณที่ต้องล้างหรือเช็ดถ้าเป็นไปได้ให้ทำตามปกติ แต่ถ้าเป็นไปไม่ได้ให้เอามือที่เปียกลูบไปบนบาดแผล
    สองสามประเด็นสำคัญ
    1. ถ้าผ้าพันแผลใหญ่กว่าปกติและครอบคลุมบริเวณรอบ ๆ บาดแผล ซึ่งไม่สามารถเปิดออกได้ ต้องทำวุฎูอฺแบบมีบาดแผล และอิฮฺติยาฏวาญิบให้ทำตะยัมมุมด้วย[2]
    2.บุคคลที่ไม่รู้หน้าที่ของตนว่าต้องทำตะยัมมุม หรือต้องวุฏูอฺแบบมีบาดแผล อิฮฺติยาฏวาญิบ ให้ทำทั้งสองอย่าง[3]
    3. ถ้าใบหน้าหรือแขนข้างใดข้างหนึ่งมีบาดแผลทั่วไปหมด ให้วุฎูอฺแบบมีบาดแผ ถือว่าเพียงพอ[4]
    4. บุคคลที่มีบาดแผลที่ฝ่ามือหรือนิ้วขณะวุฎูอฺให้เอามือที่เปียกลูบลงไปบนบาดแผล   และสามารถใช้มือที่เปียกนั้นเช็ดศีรษะและหลังเท้าได้ หรือลูบน้ำจากบริเวณนั้นมาเช็ด[5]
    5. ถ้าบนใบหน้าหรือแขนมีบาดแผลอยู่สองสามที่ เวลาวุฎูอฺต้องล้างบริเวณระหว่างบาดแผลด้วย หรือมีบาดแผลบนศีรษะหรือหลังเท้า ต้องเช็ดบริเวณระหว่างบาดแผล ส่วนบริเวณแผลให้ทำตามเงื่อนที่กล่าวมาแล้ว[6]
    เงื่อนไข  2 ประการเกี่ยวกับผ้าพันแผลกล่าวคือ
    ประการแรก ต้องมีความสะอาด กล่าวคือถ้าเฝือกหรือผ้าพันแผลเปื้อนนะญิซและไม่อาจเปลี่ยนเฝือกหรือผ้าพันแผลใหม่ได้ ไม่เป็นวาญิบต้องวุฏูอฺ แต่เป็นวาญิบให้ตะยัมมุมแทน หรือบางครั้งต้องตะยัมมุมควบคู่กับการวุฏูอฺแบบมีบาดแผล
    ประการที่สอง เฝือกหรือผ้าพันแผลต้องได้รับอนุญาต กล่าวคือ ไม่อนุญาตให้ใช้มือที่เปียกลูบบนเฝือกหรือผ้าพันแผล ถ้าเป็นของที่ไม่ได้รับอนุญาต   ดังนั้น จำเป็นต้องเปลี่ยนเฝือกหรือผ้าพันแผลใหม่หรือต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของเสียก่อน
    ความสงสัยเกี่ยวกับวุฎูอฺ
    1. ถ้าสงสัยว่าวุฎูอฺแล้วหรือยัง ให้วุฎูอฺใหม่
    2.ระหว่างนะมาซถ้าสงสัยว่าวุฎูอฺหรือไม่ นะมาซบาฏิล ต้องวุฎูอฺและเริ่มนะมาซใหม่ตั้งแต่ต้น
    3. หลังจากนะมาซเสร็จเรียบร้อยแล้ว สงสัยว่ามีวุฎูอฺหรือไม่ นะมาซที่ทำแล้วถูกต้อง ส่วนนะมาซที่จะทำต่อไปต้องวุฎูอฺใหม่
    4. มั่นใจว่าวุฎูอฺแล้ว แต่สงสัยว่าวุฎูอฺบาฏิลแล้วหรือยัง (เช่นไม่รู้ว่าได้ผายลมหรือปัสสาวะออกมาหรือไม่) ไม่จำเป็นต้องใส่ใจกับความสงสัย  ถือว่าวุฎูอฺถูกต้อง
    5. รู้ว่าวุฎูอฺแล้วและรู้ว่าได้ผายลมหรือปัสสาวะแล้วด้วยเช่นกัน แต่ไม่รู้ว่าทำสิ่งใดก่อน ฉะนั้น ถ้าไม่รู้สถานภาพก่อนวุฏูอฺและผายลมว่าเป็นอย่างไร ต้องวุฎูอฺใหม่ แม้จะรู้ว่าได้วุฎูอฺเมื่อไหร่ แต่ไม่รู้ว่าผายลมก่อนหรือหลังวุฎูอฺ แต่ถ้ารู้สภาพก่อนวุฎูอฺและผายลมว่าเป็นอย่างไร ให้ปฏิบัติตรงกันข้าม
    6. ระหว่างวุฎูอฺสงสัยว่าอวัยวะก่อนหน้านี้ทำแล้วหรือยัง สิ่งใดที่สงสัยต้องย้อนกลับไปทำใหม่ เช่น ระหว่างที่เช็ดเท้าสงสัยว่าเช็ดศีรษะแล้วหรือยัง
    7. หลังจากวุฎูอฺเสร็จแล้ว สงสัยว่าได้ทำรายละเอียดปลีกย่อยหรือวุฎูอฺถูกต้องไหม ไม่จำเป็นต้องใส่ใจในความสงสัย ถือว่าวุฎูอฺถูกต้อง เช่น หลังจากวุฏูอฺสงสัยว่าได้ล้างแขนขวาหรือไม่[7]
    8. หลังจากวุฎูอฺ สงสัยว่ามีสิ่งกีดขวางน้ำบนอวัยวะที่ต้องวุฎูอฺหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องสนใจ วุฎูอฺถูกต้อง[8]
    9.รู้ว่ามีสิ่งหนึ่งติดอยู่บนอวัยวะส่วนที่ต้องวุฎูอฺ แต่สงสัยว่าสิ่งนั้นเป็นอุปสรรคขวางน้ำหรือไม่ จำเป็นต้องขจัดออก หรือล้างให้ถึงข้างใต้ของสิ่งนั้น[9]
    10. ก่อนวุฎูอฺรู้ว่ามีสิ่งกีดขวางอยู่บนอวัยวะที่ต้องวุฎูอฺ แต่หลังจากวุฎูอฺสงสัยว่าล้างไปถึงบริเวณนั้นหรือไม่
    – รู้ว่าขณะวุฏูอฺได้ใส่ใจต่อสิ่งกีดขวางนั้น วุฎูอฺถูกต้อง
    -ไม่รู้ว่าขณะทำวุฎูอฺ ได้ใส่ใจต่อสิ่งกีดขวางหรือไม่ วุฎูอฺถูกต้อง
    – รู้ว่าขณะทำวุฎูอฺ ไม่ได้ใส่ใจต่อสิ่งกีดขวาง ต้องวุฎูอฺใหม่[10]
    11. ถ้ามีสิ่งกีดขวางน้ำบนอวัยวะวุฎูอฺ บางครั้งน้ำจะไปถึงบริเวณดังกล่าวเอง และบางไปไม่ถึง หลังวุฎูอฺสงสัยว่า น้ำไปถึงบริเวณนั้นหรือไม่ อยู่ในกฎเดียวกันกับข้อที่ผ่านมา[11]
    12. หลังจากวุฎูอฺได้เห็นสิ่งกีดขวางน้ำอยู่บนอวัยวะวุฎูอฺ แต่ไม่รู้ว่ามีอยู่ขณะวุฎูอฺหรือหลังวุฎูอฺ  ถือว่าวุฎูอฺถูกต้อง แต่ถ้ารู้ว่าขณะที่วุฎูอฺไม่ได้ใส่ใจต่อสิ่งนั้น อิฮฺติยาฏวาญิบ ต้องวุฎูอฺใหม่[12]
    13.บุคคลที่สงสัยอย่างมากเกี่ยวกับการกระทำและเงื่อนไขของวุฎูอฺ เช่น สงสัยว่าความสะอาดของน้ำ มีสิ่งกีดขวางน้ำบนอวัยวะหรือไม่  ต้องไม่ใส่ใจในความสงสัยนั้น[13]
    ภารกิจจำเป็นต้องมีวุฏูอฺ
    1. เพื่อนะมาซต่าง ๆ ยกเว้น นะมาซมัยยิต (คนตาย)
    2. เพื่อการเฏาะวาฟวาญิบรอบกะอฺบะฮฺ  (การเวียนรอบบัยตุลลอฮฺ)
    3. เพื่อสัมผัส อักษรอัล-กุรอาน และพระนามอัลลอฮฺ (ซบ.)[14]
    สองสามประเด็นสำคัญ
    1. ถ้านะมาซและเฏาะวาฟวาญิบโดยปราศจากวุฎูอฺ บาฏิล
    2. ผู้ที่ไม่มีวุฎูอฺ ต้องไม่ให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายสัมผัสกับข้อเขียนต่อไปนี้
    –  อักษรอัล-กุรอาน ยกเว้นคำแปลไม่เป็นไร
    – พระนามของอัลลอฮฺ (ซบ.) ไม่ว่าจะเขียนด้วยภาษาใดก็ตาม เช่น อัลลอฮฺ โคดา ALLAH หรือ الله
    – อิฮฺติยาฏวาญิบ นามของท่านนะบี (ซ็อล ฯ)
    – อิฮฺติยาฏวาญิบ นามของบรรดาอิมามมะอฺซูม (อ.)
    – อิฮฺติยาฏวาญิบ นามของท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ (อ.) [15]
    3. ฮะรอมในการสัมผัสอักษรอัล-กุรอาน พระนามของอัลลอฮฺ (ซบ.) และอื่น ๆ (โดยปราศจากวุฎูอฺ) ไม่มีความแตกต่างกันในประเด็น เช่น
    – สัมผัสด้วยมือหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย (ยกเว้นผม)
    – สัมผัสตั้งแต่ต้นหรือต่อเนื่อง หมายถึงถ้ามือได้สัมผัสอยู่กับอักษรอัล-กุรอาน และนึกได้แต่ไม่ได้เอามือออก ฮะรอม
    – เอามือลูบบนอักษร เหมือนกับการลบออก เช่น ลูบด้วยมือเปียกชื้น
    – ลายอักษรธรรมดาเป็นที่รู้กันหรือไม่ก็ตาม เช่น อักษรแบบกูฟียฺ
    – เขียนด้วยปากกา หรือพิมพ์ หรือเขียนด้วยชอล์ก และอื่น ๆ
    – เขียนหรือสลักไว้บนกำแพงหรือหิน เช่น บนหินอ่อนของหลุมศพ
    – เป็นคำที่อ่านได้หรือไม่ได้ก็ตาม เช่น อลีฟ ที่เขียนไว้ในคำว่า กอลู (قَالُوْا)
    – อัล-กุรอานถูกเขียนไว้ในอัล-กุรอาน หรือที่อื่น เช่น คำ หรือโองการอัล-กุรอาน เขียนไว้ในหนังสืออื่น หรือเขียนไว้เพียงครึ่งคำ
    – สิ่งที่ใช้เขียนอัล-กุรอานไม่แตกต่างกันระหว่างบนกระดาษ ไม้ หิน เสื้อผ้า หรือบนกำแพง
    – อักษรภาษาอาหรับหรือภาษาอื่นเช่น  ALLAH  หรือ MOHAMMAD แต่คำแปลไม่เป็นไร
    – คำของอัล-กุรอาน ที่บ่งบอกความดีงาม เช่น มุอฺมิน หรือ ซับรฺ หรือคำที่ไม่ดี เช่น อิบลิซ ชัยฎอนกาฟิร และมุนาฟิกเป็นต้น[16]
    4. การสัมผัส อัล-กุรอานต่อไปนี้ไม่เป็นฮะรอม
    –  สัมผัสลายเส้น อัล-กุรอานด้วยผม  (แม้ว่าอิฮฺติยาฏมุซตะฮับให้ละเว้น)
    – สัมผัสการเขียนที่มองไม่ออกว่าเป็นลายเส้น เช่น วิธีการเขียนด้วยน้ำหัวหอมซึ่งจะอ่านได้ต่อเมื่อต้องนำไปแช่น้ำ หรือรนกับความร้อน (สัมผัสก่อนที่จะนำไปรบกับความร้อน)
    – สัมผัสผ่านกระจก หรือพลาสติก ซึ่งในความเป็นจริงไม่ได้โดนตัวอักษร
    – สัมผัสช่องว่างระหว่าคำ หรือตัวอักษร
    – สัมผัสกระดาษ คำอธิบาย ช่องว่างระหว่างบรรทัด หรือปก อัล-กุรอาน (แม้ว่าจะมักรูฮฺ)
    – สัมผัสคำแปล อัล-กุรอานทุกภาษา ยกเว้นพระนามของอัลลอฮฺ (ซบ.) ไม่ว่าจะเขียนด้วยภาษาใดก็ตามสำหรับผู้ที่ไม่มีวุฎูอฺฮะรอม  เช่น เขียนว่า อัลลอฮฺ โคดา หรือ God [17]
    5. คำที่ใช้ร่วมกันระหว่างอัล-กุรอานกับภาษาอื่น ถ้าผู้เขียนมีเจตนาเขียน อัล-กุรอาน ไม่อนุญาตให้สัมผัส แต่ถ้าไม่ได้มีเจตนาเขียนอัล-กุรอาน อนุญาตให้สัมผัส[18]
    6. การสัมผัสสัญลักษณ์ของรัฐอิสลามแห่งอิหร่านถ้าไม่มีวุฎูอฺ อิฮฺติยาฏวาญิบไม่อนุญาต[19]
    7. สร้อยคอ หรือแหวนที่สลักพระนามอัลลอฮฺ  (ซบ.)ถ้าสัมผัสโดยปราศจากวุฎูอฺ ฮะรอม[20]
    8. ภารกิจต่อไปนี้ มุซตะฮับ ให้วุฎูอฺ
    – เข้าไปในมัสยิดและฮะรัม (สถานที่ฝังศพ) ของบรรดาอิมามมะอฺซูม (อ.)
    – อัญเชิญ  อัล-กุรอาน
    – พกพา อัล-กุรอาน ติดตัว
    – สัมผัสปก หรือคำอธิบายอัล-กุรอาน
    – เข้าไปซิยาเราะฮฺ (เยี่ยม) สุสานคนตาย (กุบูร)[21]  *
    *อายะตุลลอฮฺ อะลี คอเมเนอี มุซฮับให้มีวุฎูอฺตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาเข้าไปในมัสญิด อ่านอัล-กุรอาน ก่อนนอนและเวลาอื่น ๆ

    [1] เตาฏีฮุลมะซาอิล ข้อที่ 324, 325
    [2] เตาฏีฮุลมะซาอิล ข้อที่ 335
    [3] เล่มเดิม ข้อที่ 343
    [4] เล่มเดิม ข้อที่ 330
    [5] เล่มเดิม ข้อที่ 332
    [6] เล่มเดิม ข้อที่ 334
    [7] ตะฮฺรีรุลวะซีละฮฺ เล่มที่ 1 หน้าที่ 32 ข้อที่ 1
    [8] เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้อที่ 298
    [9] เล่มเดิม ข้อที่ 290
    [10] เล่มเดิม ข้อที่ 295
    [11] เล่มเดิม ข้อที่ 296
    [12] เล่มเดิม ข้อที่ 297
    [13] เล่มเดิม ข้อที่ 299
    [14] เล่มเดิม ข้อที่ 316
    [15] เล่มเดิม ข้อที่ 317,319
    [16] อัลอุรวะตุลวุซกอ เล่มที่ 1 หน้าที่ 189 – 191 ข้อที่ 4-9, อิสติฟตาอาต เล่มที่ 1 หน้าที่ 47,48, 79,84
    [17] อัล อุรวะตุลวุซกอ เล่มที่ 1 หน้าที่ 189- 191 ข้อที่ 11-17
    [18] เล่มเดิม หน้าที่ 190 ข้อที่ 9
    [19] อิสติฟตาอาต เล่มที่ 1 หน้าที่ 47 คำถามที่ 80
    [20] เล่มเดิม หน้าที่ 47, 48 คำถามที่ 81/83
    [21] เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้อที่ 322,