แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages
  1. home

  2. article

  3. การค้นพบความลี้ลับต่างๆของธรรมชาติ

การค้นพบความลี้ลับต่างๆของธรรมชาติ

การพัฒนารุดหน้าอย่างรวดเร็วในทางวิชาการของมนุษย์ทำให้ความลี้ลับต่างๆถูกเปิดเผยออกมาวันแล้ววันเล่า อีกทั้งยังทำให้พื้นฐานความคิดผิดๆในแวดวงสรีศาสตร์และวิทยาศาสตร์เป็นโมฆะด้วยเช่นกัน
ตัวอย่างเช่น ในอดีตเชื่อกันว่าอวัยวะบางส่วนของร่างกายไม่มีประโยชน์แต่อย่างใด แต่ความรู้ในปัจจุบันหลังจากการศึกษาวิจัยอย่างละเอียดถี่ถ้วนได้พิสูจน์ให้เห็นถึงประโยชน์อันสำคัญยิ่งของอวัยวะแต่ละส่วน และในอนาคตประโยชน์ที่สำคัญยิ่งๆขึ้นย่อมถูกค้นพบควบคู่ไปกับการพัฒนารุดหน้าของเครื่องมือในการศึกษาวิจัยอย่างแน่นอน
ในที่นี้เราจะนำเสนอตัวอย่างบางตัวอย่างเพื่อทำให้ประเด็นของเราชัดเจนยิ่งขึ้น
๑.ต่อม Thymus เป็นต่อมเล็กๆอยู่ระหว่างทรวงอกเหนือหลอดลม ในอดีตหน้าที่เฉพาะตัวของต่อมนี้ไม่เป็นที่ชัดเจน บ้างเชื่อว่าเป็นส่วนเกินของร่างกาย แต่ในปัจจุบันพบว่าต่อม Thymus มีส่วนอย่างมากในการป้องกันและทัดทานแบคทีเรียและสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย (นิตยสาร ดอเน็ชมันด์ ฉบับที่ ๔ ปี ๑๓๔๒ (ค.ศ. ๑๙๖๔) หน้า ๒๔-๒๗Z
นักวิชาการบางคนเชื่อว่าต่อมดังกล่าวจะส่งผลสำคัญยิ่งต่อสมรรถภาพทางเพศและการเติบโตของร่างกายหลังจากบรรลุสู่วัยเจริญพันธุ์ และหากกำจัดต่อมดังกล่าวออกไปจากร่างกาย อวัยวะเพศจะมีสภาพตายด้านและการบรรลุสู่วัยเจริญพัธุ์จะช้าลง
๒.ต่อม Pineal gland หรือ Epiphyse เป็นต่อมที่มีความซับซ้อนกว่าต่อม Thymus อยู่ในสมอง ในอดีตนักสรีรศาสตร์บางส่วนเชื่อว่าต่อมดังกล่าวไม่มีประโยชน์แต่ประการใด แต่ในปัจจุบันพบว่าต่อมนี้มีผลในการควบคุมสมรรถภาพทางเพศและยับยั้งการบรรลุสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วกว่าปกติ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่อื่นๆอีกซึ่งการผิดปกติในการทำงานของต่อมดังกล่าวจะทำให้มนุษย์เสียชีวิตได้
๓.ต่อมทอนซิล ในอดีตแพทย์มีความเห็นว่าต่อมทอนซิลไม่มีประโยชน์แต่อย่างใด เมื่อเกิดอาการบวมพวกเขาจะสั่งให้ตัดทิ้งทันที
แต่ในปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญต่างตระหนักถึงความสำคัญของการมีต่อมทอนซิลและจะไม่อนุญาตให้ตัดทิ้งนอกจากในกรณีจำเป็นเท่านั้น
ต่อมทอนซิลจะผลิตเม็ดเลือดขาวออกมาซึ่งมีหน้าที่ในการต้านทานแบคทีเรียที่ต้นทางเดินหายใจเสมือนหนึ่งเป็นเขื่อนที่แน่นหนาแข็งแรง ต่อมดังกล่าวจะกรองอากาศสำหรับหายใจให้สะอาดโดยการทำลายแบคทีเรียออกไป เมื่อใดก็ตามที่มลภาวะของอากาศมีมากหรือแบคทีเรียมีความแข็งแรงสูง ต่อมทอนซิลก็จะทำงานหนักยิ่งขึ้นจึงส่งผลให้เกิดอาการบวมและอักเสบ
การตัดต่อมทอนซิลทิ้งนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจาก
ประการที่หนึ่ง ทำให้แบคทีเรียสามารถเข้าสู่ลำคอ หลอดลม และปอดได้อย่างอิสระซึ่งส่งผลให้เกิดโรคต่างๆเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจได้อย่างง่ายดาย
ประการที่สอง การตัดต่อมทอนซิลออกจะทำให้พื้นผิวภายในโพรงจมูกและคอบางกว่าปกติ อันส่งผลให้เกิดความแห้งของจมูกและหลอดลม
ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อมีการอักเสบของหลอดลม ต่อมทอนซิลจะบวมแดงเป็นเสมือนสัญญาณเตือนภัยที่แจ้งให้แพทย์รู้ถึงการอักเสบดังกล่าว แต่ในกรณีที่ไม่มีต่อมนี้แพทย์อาจจะไม่สามารถวินิจฉัยการอักเสบของหลอดลมได้อันจะนำไปสู่การเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆตามมา
๔.ไส้ติ่ง นักวิชาการกลุ่มหนึ่งภายหลังจากการศึกษาวิจัยอย่างมาก พบว่าไส้ติ่งมีบทบาทในการทัดทานโรคมะเร็งเป็นอย่างดี และการตัดไส่ติ่งออกโดยไม่มีความจำเป็นนั้นอาจจะก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้
นิตยสารทางการแพทย์ “Jama” ได้เขียนไว้ว่า การตัดไส้ติ่งออกจากผู้ที่มีความพร้อมต่อการเป็นโรคมะเร็งนั้น มีผลอย่างมากและสามารถทำให้เกิดโรคมะเร็งในบุคคลดังกล่าวได้ (Jama ฉบับวันที่ ๒๙/๑/๑๓๖๘ (๑๘/๔/๑๙๘๙) ได้เขียนไว้ว่า ผลของการผ่าพิสูจน์ศพจำนวน ๑,๒๘๗ ศพซึ่งจากจำนวนดังกล่าว ๖๐๘ ศพ เสียชีวิตเนื่องจากโรคมะเร็ง และอีก ๖๗๙ ศพ เสียชีวิตเนื่องจากสาเหตุอื่น พบว่า ๓๕.๒๐ % ของศพกลุ่มแรกคือผู้ที่ถูกผ่าตัดเอาไส้ติ่งออก ในขณะที่ ๒๔ % ของศพกลุ่มที่สองมีสภาพการณ์เช่นเดียวกันนั้น จากการเปรียบเทียบสถิติทั้งสองจึงเป็นที่ชัดเจนว่าการตัดไส้ติ่งออกนั้นมีผลอย่างยิ่งในการก่อตัวของโรคมะเร็ง)
การศึกษาตัวอย่างข้างต้นและตัวอย่างอื่นๆอีกหลายร้อยตัวอย่างทำให้เป็นที่ประจักษ์แก่เราว่า หากเรายังไม่พบประโยชน์ของสิ่งหนึ่งๆ เราจะต้องไม่ถือว่าสิ่งนั้นไร้ประโยชน์ แต่ทว่าเราจะต้องรอคอยว่า ในอนาคตความลี้ลับและผลประโยชน์ของมันอาจจะถูกค้นพบได้เนื่องจากผลของความรุดหน้าในทางวิชาการ แม้ว่ามนุษย์จะมีความก้าวหน้าอย่างมากมายสักเพียงใดก็ตาม มันก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น มนุษย์ยังมิได้อ่านหน้าหนังสือแห่งธรรมชาติไปมากกว่าบรรทัดเดียวเท่านั้นเอง
วิลเลี่ยม เจมส์ กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ของเรากับความเขลาของเรานั้น เหมือนกับหยดน้ำหยดหนึ่งเมื่อเทียบกับมหาสมุทรลึก
หมายเหตุ วิลเลี่ยม เจมส์ นักปรัชญาชาวอเมริกา หนึ่งในผู้ก่อตั้งแนวทางปรัชญา Pragmatism ถือกำเนิดในปี ค.ศ. ๑๘๔๒ และเสียชีวิตในปี ค.ศ. ๑๙๑๐
ดังนั้น นักวัตถุนิยมที่ถือว่าสิ่งหนึ่งไร้ผลและเป็นส่วนเกินอันเนื่องมาจากการไม่มีความรู้ถึงความลี้ลับและคุณลักษณะพิเศษของสิ่งนั้นๆ พวกเขาผิดพลาดอย่างมหันต์มิใช่หรือ ? ในขณะที่ว่าหากพวกเขาพิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วนแล้ว จะตระหนักและเข้าใจเป็นอย่างดีว่าระหว่างการไม่รู้กับการไม่มีอยู่นั้น ช่างมีความห่างไกลกันเสียนี่กระไร และเป็นการไม่ถูกต้องที่มนุษย์จะถือเอาการไม่พบสิ่งๆหนึ่งมาเป็นหลักฐานบ่งชี้ถึงการไม่มีอยู่ของสิ่งนั้น
เป็นที่ชัดเจนว่า การไม่รู้ถึงคุณสมบัติเฉพาะตัวของบางสิ่งบางอย่างจากสิ่งที่มีอยู่นับหลายร้อยล้านนั้น มิได้ถือเป็นอุปสรรคที่จะทำให้มนุษย์สามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของผู้สร้างที่รอบรู้โดยอาศัยความลี้ลับและความเป็นระบบอันน่าอัศจรรย์ใจของโลกแห่งการสร้างสรรค์แต่อย่างใด ไม่เป็นที่คลางแคลงสงสัยเลยว่าการศึกษาสิ่งอื่นๆแม้กระทั่งเป็นเพียงแง่มุมเดียวของสิ่งๆหนึ่งก็ตาม ถือเป็นการเพียงพอแล้วสำหรับการชี้นำมนุษย์ไปสู่ผู้วางระบบที่รอบรู้และผู้สร้างจักรวาล
หากเราพบหนังสือเล่มหนึ่งที่เต็มไปด้วยเนื้อหาทางวิชาการและความเป็นตรรกะ แต่ทว่ามีสองสามประโยคในหนังสือดังกล่าวที่เราไม่เข้าใจและเกิดความคลุมเครือ ในกรณีนี้เราจะลงความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับหนังสือเล่มนั้น ? เราจะสามารถละเลยและไม่เอาใจใส่ต่อเนื้อหาที่มีประโยชน์เหล่านั้นซึ่งเป็นผลผลิตทางความคิดอันสูงส่งและมุมมองอันกว้างไกลได้กระนั้นหรือ ? หามิได้
ดังนั้น จะเป็นการดีเพียงใดหากเราจะจดจำไว้เสมอว่า โลกประหนึ่งดวงตา โหนกแก้ม ไฝ และขนคิ้ว ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความสวยงามในที่มองมันทั้งสิ้น