แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages
  1. home

  2. article

  3. การตรวจสอบจิตใจ

การตรวจสอบจิตใจ

การพัฒนาและการยกระดับจิตใจของตนเองเป็นแนวทางเดียว ที่ช่วยให้มนุษย์หลอดพ้นจากหวังของอำนาจใฝ่ต่ำ เพื่อไปสู่เสรีภาพของการเป็นบ่าวที่แท้จริง สิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาจิตใจและสร้างคุณภาพให้กับตนเอง คือ การกระทำและการปฏิบัติมิใช่การรับรู้ทฤษฎีเพียงอย่างเดียว ผู้รู้ที่สมบูรณ์คือ ผู้ที่นำเอาความรู้ของตนไปปฏิบัติ ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) กล่าวว่า “ผู้รู้ที่ไม่ปฏิบัติตนดุจดังเช่นต้นไม้ที่ไร้ผล” เพราะนอกจากจะไม่ยังประโยชน์ให้กับตัวเองแล้ว ยังไม่มีประโยชน์กับผู้อื่นอีกต่างหาก ทฤษฎีเชิงปฏิบัติประเด็นที่ ๓ ที่จะนำเสนอคือ การคำนวณนับ
การคำนวณนับจิตใจ
การคำนวณนับจิตใจ محاسبه เป็นศัทพ์เทคนิคของวิชาจริยธรรม และวิชาอิรฺฟานภาคปฏิบัติหมายถึง “ผู้ที่ทำการขัดเกลาจิตใจได้กำหนดช่วงเวลาที่แน่นอนของวัน สำหรับการคำนวณนับการกระทำ และความประพฤติของตนเองในวันนั้น ตั้งแต่เริ่มต้นของวันจนถึงช่วงเวลาดังกล่าวว่า การตัดสินใจของตนเพื่อการกระทำภารกิจต่างๆ มันขัดแย้งกับจริยธรรมคำสั่งสอนของศาสนาหรือเปล่า ? ในวันนั้นตนได้ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามหลักการของศาสนาและอัล-กุรอานหรือไม่ ? การกระทำที่ได้ปฏิบัติลงไปนั้นมันเป็นการดูถูกร่างกายและจิตใจของตนไหม ?”[๑]
ท่านอิมามมูซากาซิม (อ.) กล่าวว่า
قال الامام موسى الكاظم :لَيْسَ مِنَّا مَنْ لَمْ يُحَاسِبْ نَفْسَهُ فِي كُلِّ يَوْمٍ فَأِنَّ عَمَلُ حَسَنًا اِسْتَزَادَ اللّهُ وَ اِن عَملُ سَيِّئًا اِسْتَغْفَرُ اللَّه مِنْهُ وَتَابَ اِلَيْهِ
“บุคคลใดไม่ทำการคำนวณนับการกระทำของตนเองตลอดทั้งวัน ถือว่าไม่ใช่พวกของเรา ฉะนั้น ถ้าเป็นคุณความดีจงขอบคุณอัลลอฮฺและวอนขอให้พระองค์ทรงเพิ่มพูน ถ้าพบว่าเป็นความผิดบาปจงกลับตัวกลับใจและทำการขอลุกโทษในความผิดนั้นต่อพระองค์”[๒]  (อุศูลกาฟีย์ เล่มที่ ๒ หน้าที่ ๔๕๓, มะการิมุลอัคลาค หมวดที่ ๕ บทที่ ๔)
มัรฺฮูมฮะซัน บิน ฟัฎลิ ฏ่อบัรฺระซี (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาเขา) ได้กล่าวถึงวะซียัตของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ที่มีต่อท่านอบูซัรฺว่า …..
ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) กล่าวว่า “มนุษย์จะไม่เป็นผู้หลีกเลี่ยงหรือมีความยำเกรงเด็ดขาด นอกเสียจากว่าเขาได้ทำการตรวจสอบรายได้และรายจ่ายของเขาอย่างละเอียดว่า อาหารที่รับประทานเขาได้มาอย่างไร เครื่องดื่มเขาได้จัดหามาอย่างไร เสื้อผ้าที่สวมใส่เขาจัดหามันมาด้วยวิธีไหน ทรัพย์สินที่ตนมีอยู่ได้มาด้วยวิธีที่หะร่าม หรือว่าหะลาล ?
ทำไมต้องทำการตรวจสอบรายรับและรายจ่ายของตนด้วย ? เนื่องจากว่าสิ่งเหล่านี้เป็นอาหารที่ต้องรับประทานทุกวันร่างกายของเขาได้เจริญเติบโตด้วยกับอาหารดังกล่าว ถ้ามันเป็นที่หะลาลก็ถือว่าโชคดีสำหรับเขา แต่ถ้าเป็นอาหารที่ฮะร่ามถือว่าโชคร้ายสำหรับตนเอง นอกเหนือจากนี้ เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มเขาต้องสวมใส่มันเพื่อทำนมาซ นมาซของเขาจะถูกยอมรับได้อย่างไร ?
มุรอกิบัต
มุรอกิบัต เป็นศัทพ์เทคนิคของวิชาจริยธรรม และวิชาอิรฺฟานภาคปฏิบัติเช่นกันหมายถึง “การพึงรักษาและรู้ตัวเองตลอดเวลาในทุกสภาพ เพื่อจะได้รู้ว่าสิ่งที่เขาได้ตัดสินใจกระทำลงไป หรือสิ่งที่ตนได้สัญญาไว้นั้นเขาไม่ได้ทรยศหรือบิดพลิ้วแต่อย่างไร” [๓] (ริซาละฮฺ ซีรฺวะซุลูก, บะหฺรุลอุลูม หน้าที่ ๑๕๐)
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาและขัดเกลาจิตใจตนเองคือการพึงรักษาและระมัดระวังตนเองในการใกล้ชิดกับพระองค์อัลลอฮฺ ซึ่งถือว่าเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะไขไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองต่างๆ และเป็นแนวทางที่ดีที่สุดในการโน้มนำไปสู่คุณงามความดีและความจำเริญต่าง ๆ การระมัดระวังคือ ผลลัทธ์ที่บ่าวได้ระวังตนเองต่ออัลลอฮฺ (ซบ.) จนอีมานของตนได้ขึ้นไปสู่ระดับหนึ่งดังต่อไปนี้
๑.ไม่ใส่ใจต่อความต้องการของตนเอง แต่ใส่ใจต่อความปรารถนาของอัลลอฮฺ
๒.ไม่เสนอความต้องการของตนต่อคนอื่น แต่สายตามุ่งหวังในความเมตตาของพระองค์แต่เพียงผู้เดียว
๓. ยอมถวายชีวิตบนความปรารถนาของพระองค์ และมอบความรักที่แท้จริงเพียงเพื่อพระองค์แต่เพียงผู้เดียว
๔. จิตใจของเขามุ่งมั่นและเปี่ยมล้นไปด้วยความรักที่มีต่อัลลอฮฺ และจิตวิญญาณของเขาพร่ำรำลึกถึงแต่พระองค์
๕. สำหรับการไปถึงยังตำแหน่งที่สูงส่งเขาจะขอความช่วยเหลือเพียงเฉพาะพระองค์เท่านั้น เพื่อที่ว่าพระองค์จะได้ประทานความเมตตาแก่จิตใจของเขา อันเป็นความโปรดปรานที่ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีการสูญสลาย และประตูแห่งการลงโทษจะถูกปิดสำหรับเขาตลอดไป
บุคคลที่ทำการระมัดระวังตนเอง เป็นไปได้ที่ผลของมันจะปลดเปลื้องม่านแห่งอบายมุขให้หมดไปภายในวินาทีเดียว ซึ่งถ้าทำการต่อสู้ด้วยวิธีการอื่น ๓๐ ปีก็ไม่สามารถปลดเปลื้องอหบายมุขนั้นได้อัล-กุรอานกล่าวว่า        يُبَدِّلُ اللَّهُ سَيِّئَاتِهِمْ حَسَنَاتٍ  “อัลลอฮฺจะทรงเปลี่ยนความชั่วของพวกเขาเป็นความดี”[๔]
อัล-กุรอานกล่าวว่า        لِلَّذِينَ أَحْسَنُواْ الْحُسْنَى وَزِيَادَةٌ
“สำหรับบรรดาผู้กระทำความดี จะได้รับความดีและได้เพิ่มขึ้นอีก”
อัล-กุรอานกล่าวว่า        ذَلِكَ فَضْلُ اللّهِ يُؤْتِيهِ مَن يَشَاء وَاللّهُ وَاسِعٌ عَلِيمٌ
“นั่นคือความโปรดปรานของอัลลอฮฺซึ่งพระองค์จะทรงประทานมันแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงกว้างขวาง ผู้ทรงรอบรู้”[๕]
หมายเหตุ  ประสงค์ของอัลลอฮฺ (ซบ.) หมายถึงพระองค์อัลลอฮฺ ทรงรอบรู้ ทรงปรีชาชาญาณและพระองค์ทรงปฏิบัติภารกิจของพระองค์ด้วยกับความรอบรู้ วิทยปัญญา และความยุติธรรมฉะนั้นความประสงค์ และความปรารถนาของพระองค์เป็นเช่นนั้น มิใช่เป็นไปโดยปราศจากเหตุผลหรือวิทยปัญญา ดังนั้นถ้าบุคคลใดจะตกอยู่ในความปรารถนาของพระองค์ได้นั้นขึ้นอยู่กับเงื่อนไขซึ่งมันไม่ได้ออกนอกการเลือกสรรของพระองค์ (อิคติยารฺ)
ดังนั้นเป็นหน้าที่ของผู้ขัดเกลาทั้งหลายที่ต้องหมั่นอยู่กับการระมัดระวังตนเอง การพึงรักษาระเบียบการปฏิบัติให้กับตนเอง
อัล-กุรอานกล่าวว่า    وَكَانَ اللَّهُ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ رَّقِيبًا  “และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงเฝ้ามองทุกสิ่งทุกอย่าง”[๖]
ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้กล่าวกับสาวกบางคนของท่านว่า “จงปฏิบัติอิบาดะฮฺเหมือนกับท่านได้เห็นพระองค์ มาตรว่าท่านไม่ได้เห็นพระองค์ พระองค์ก็ทรงมองเห็นท่าน”[๗]
قال رسول الله (ص) اُعبدُ اللهَ كَانّكَ تَراَهُ فَاِنْ لَمْ تَكُنْ تَرَاهُ فَهُوَ يَرَاكَ
คำพูดของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ต้องการเน้นย้ำถึงเรื่องการระมัดระวังตัวเอง เพราะแท้จริงแล้วการระวังตนเองนั้นหมายถึง การที่คนเรารู้ตัวเองตลอดเวลาว่าพระองค์ทรงมองเห็นเราตลอดเวลาไม่ว่าเราจะอยู่ในสภาพใดก็ตาม
สูงสุดของความเหมาะสมสำหรับบ่าวคนหนึ่งคือ รู้ตนเองทุกลมหายใจเข้าออกว่าอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงมองเห็นการกระทำของเราอยู่ตลอดเวลา และทรงอยู่ใกล้ชิดกับเราเสมอ หมายถึงพระองค์ทรงมองเห็นการงาน ทรงได้ยินคำพูด ทรงมองเห็นการเคลื่อนไหว และทรงรอบรู้ความลับที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจ การมาและจากไปอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของพระองค์ จิตใจและจิตวิญาณอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ ด้วยกับสภาพดังกล่าวจะเห็นว่าเราไม่มีความสามารถหรือพลังอันใดที่จะปิดบังและซ่อนเร้นพระองค์ อีกทั้งไม่สามารถหลีกหนีออกจากอำนาจการปกครองของพระองค์ได้ดังที่เราอ่านในดุอาอฺกุเมลว่า “ข้าฯไม่อาจหนีออกจากอำนาจปกครองของพระองค์ได้”
ท่านลูกมานได้สอนบุตรชายของท่านว่า “เมื่อใดที่เจ้าต้องการกระทำความผิดบาปกับพระองค์ เจ้าจงเดินออกไปให้พ้นออกจากอำนาจปกครองของพระองค์”
คำพูดของท่านได้แสดงให้เห็นว่าไม่ว่าท่านจะไปทางไหน หรือทำอะไร ท่านก็ไม่อาจหลีกหนีอำนาจการปกครองของพระองค์ไปได้ ดังนั้นเจ้าอย่าได้คิดทำความผิดอย่างเด็ดขาด
อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงตรัสว่า       وَهُوَ مَعَكُمْ أَيْنَ مَا كُنتُمْ وَاللَّهُ بِمَا تَعْمَلُونَ بَصِيرٌ
หมายถึง “พระองค์ทรงอยู่กับ พวกเจ้าไม่ว่าพวกเจ้าจะอยู่ ณ แห่งหนใด และ อัลลอฮฺทรงเห็นสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ”[๘]
ผลลัทธ์บางอย่างที่เกิดจากการระมัดระวังตนเอง
๑. จงเลือกในสิ่งที่พระองค์อัลลอฮฺ (ซบ.) ได้เลือกให้กับเรา
๒. จงให้เกียรติและเคารพต่อสิ่งที่อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงให้เกียรติและเคารพมัน
๓. ให้ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยในสิ่งที่อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงถือว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อย
ด้วยเหตุนี้ จงมีความหวังต่อพระผู้เป็นเจ้าเพื่อพระองค์จะได้ให้ความหวังต่อเจ้าในการปฏิบัติอิบาดะฮฺ จงกลัวในความยุติธรรมของพระองค์เพื่อจะปกป้องเจ้าให้หลอดพ้นจากการกระทำความผิดบาป และเป็นสาเหตุนำเจ้าไปสู่การระมัดระวังตนเอง.
มีผู้เขียนจดหมายไปหาอัลลามะฮฺเพื่อขอคำแนะนำจากท่านในเรื่องการระมัดระวังว่า
ดังนั้นสิ่งที่กระผมต้องการจากท่านคือ โปรดแนะนำการกระทำบางอย่างที่ทำให้กระผมสามารถควบคุมอารมณ์ใฝ่ต่ำของตัวเองได้ และนำพากระผมไปสู่ความผาสุกอันเป็นนิรันดรได้
หมายเหตุ กระผมไม่ต้องการคำแนะนำที่เป็นทฤษฏีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการทฤษฏีเชิงปฏิบัติการเพื่อตัวกระผมจะได้หลอดพ้นจากสภาพดังกล่าว
ท่านอัลลามะฮฺได้กล่าวว่า
เพื่อความสำเร็จและเพื่อการบรรลุไปสู่เป้าหมายตามที่ผู้เขียนได้เขียนขอคำแนะนำมาสิ่งจำเป็นประการแรก คือเธอต้องแสดงความอดทนอย่างสูง และต้องทำการขออภัยโทษต่อพระองค์
ประการที่สอง เธอต้องทำการตรวจสอบจิตใจ การกระทำ และต้องระมัดระวังตนเอง
ด้วยกับขั้นตอนการปฏิบัติดังต่อไปนี้
๑. เมื่อตื่นนอนมาในตอนเช้าทุกๆ วันต้องตั้งเจตนาอย่างมั่นคงว่าการกระทำทุกอย่างที่จะกระทำในวันนี้ฉันจะระมัดระวังต่อความพึงพอพระทัยของพระองค์
๒.ภารกิจที่จะทำทั้งหมดต้องคำนึงถึงประโยชน์ทั้งผลบุญ และผลกรรมที่จะได้รับในวันปรโลกหน้า ถ้ามันไม่มีประโยชน์ต่อปรโลกหน้าต้องไม่ทำมันอย่างเด็ดขาด
๓.  ก่อนนอนสักประมาณสี่ห้านาทีให้ทบทวนการกระทำที่ได้ทำลงไปในวันนี้อย่างละเอียดที่ละอัน ภารกิจใดตรงกับความพึงพอพระทัยของพระองค์ จงกล่าวขอบคุณ และสิ่งใดเป็นความผิดจงขออภัยและขอลุกโทษกับพระองค์
สิ่งเหล่านี้ให้ปฏิบัติทุกวันแม้ว่าในตอนแรกจะมีความยากลำบาก และเป็นความขมขื่นของจิตใจก็ตาม แต่จงรู้ไว้เถิดว่าสิ่งนี้เป็นกุญแจสำหรับการช่วยเหลือที่ถูกต้อง
๔.ทุกๆ คืนก่อนนอนหากเป็นไปได้ให้อ่านอัล-กุรอานซูเราะฮฺที่เป็นมุสตะฮับอย่างเช่น ซูเราะฮฺหะดีด,หัชร์,ซอฟ, ญุมุอะฮฺ, และตะฆอบุน แต่ถ้าไม่สามารถปฏิบัติได้ให้อ่านซูเราะฮฺหัชร์เพียงซูเราะฮฺเดียว และหลังจาก ๒๐ วันผ่านไปแล้วโปรดแจ้งให้ฉันทราบด้วยว่า สภาพของเธอเป็นอย่างไร? อินชาอัลลอฮฺขอให้ประสบกับความสำเร็จ
[๑] ริซาละฮฺ ซีรฺวะซุลูก, บะหฺรุลอุลูม หน้าที่ ๑๕๐-๑๕๑
[๒] อุศูลกาฟีย์ เล่มที่ ๒ หน้าที่ ๔๕๓, มะการิมุลอัคลาค ฟัศล์ที่ ๕ บาบที่ ๔
[๓] ริซาละฮฺ ซีรฺวะซุลูก, บะหฺรุลอุลูม หน้าที่ ๑๕๐
[๔] อัล-ฟุรกอน ๗๐
[๕] มาอิดะฮฺ ๕๔
[๖] อะหฺซาบ ๕๒
[๗] บิฮารุลอันวารฺ เล่มที่ ๗๗ หน้าที่ ๗๔ หะดีษที่ ๓
[๘] หะดีด ๔