แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages
  1. home

  2. article

  3. การมีอยู่ในทัศนะอิสลาม

การมีอยู่ในทัศนะอิสลาม

โลก ในความหมายที่ว่าเป็นส่วนหนึ่งของอัลลอฮฺ (ซบ.) หมายถึงเป็นสิ่งถูกสร้างที่มาจากพระองค์ ที่ไม่อาจปราศจากความต้องการยังพระองค์ได้แม้แต่วินาที่เดียว และไม่มีวันเป็นเช่นนั้นได้อย่างเด็ดขาด การที่กล่าวว่าโลกเป็นสิ่งถูกสร้างของพระผู้เป็นเจ้าหมายถึง โลกได้ถูกสร้างขึ้นโดยพระประสงค์ของพระองค์ ความสัมพันธ์ระหว่างโลกกับอัลลอฮฺ (ซบ.) ไม่ได้เป็นเหมือนกับความสัมพันธ์ระหว่างบิดากับบุตร อัล-กุรอานกล่าวว่า
لَمْ يَلِدْ وَلَمْ يُولَدْ
“พระองค์มิได้ให้กำเนิดและพระองค์มิได้ถูกกำเนิด” (อัลอิคลาซ/๓)
ระบบที่ปกครองจักรวาลอยู่ในปัจจุบันมิใช่ระบบที่มั่นคงถาวร ทว่าหลังจากช่วงระยะเวลาหนึ่งพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงรอบรู้ถึงช่วงเวลานั้น จะทรงเปลี่ยนแปลงระบบที่มีอยู่ด้วยระบบใหม่ ซึ่งระบบใหม่นั้นเรียกว่า มะอาด (ระบบแห่งการสูญสิ้นและกลับมาใหม่) อัล-กุรอานกล่าวว่า
يَوْمَ تُبَدَّلُ الأَرْضُ غَيْرَ الأَرْضِ وَالسَّمَاوَاتُ وَبَرَزُواْ للّهِ الْوَاحِدِ الْقَهَّارِ
“วันซึ่งแผ่นดินจะถูกเปลี่ยนด้วยแผ่นดินอื่นจากแผ่นดินนี้ และชั้นฟ้าทั้งหลาย และพวกเขาจะปรากฏตัวต่อหน้าอัลลอฮ ผู้ทรงเอกะ ผู้ทรงพิชิต”
บางโองการกล่าวว่า
إِنَّا لِلّهِ وَإِنَّا إِلَيْهِ رَاجِعونَ
“แท้จริงพวกเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ และแท้จริงพวกเราจะกลับไปยังพระองค์” (บะเกาะเราะฮฺ/๑๕๖) เป็นการยืนยันถึงความจริงดังกล่าวว่าวันหนึ่งโลกต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่
ระบบของจักรวาลวางอยู่บนพื้นฐานของผู้ให้กำเนิดและผู้ถูกกำเนิด ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองเป็นความสัมพันธ์ระหว่างเหตุกับผล และสิ่งหนึ่งจะมีผลต่ออีกสิ่งหนึ่งต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งพระประสงค์ของพระองค์จะวางอยู่อย่างมั่นคงบนพื้นฐานความงดงามแห่งพระองค์ผ่านระบบของเหตุและมูลเหตุ
อัล-กุรอานกล่าวถึงสิ่งที่ได้กล่าวมาข้างต้น “ระหว่างปรากฏการณ์ต่าง ๆ ทางธรรมชาติซึ่งเป็นความสัมพันธ์อันเป็นสาของเหตุพระผู้เป็นเจ้า กับร่องรอยต่าง ๆ ของทุก ๆ สาเหตุที่เกิดขึ้นบนโลก ซึ่งขึ้นอยู่กับการอนุญาตและพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า อัล-กุรอานกล่าวถึงประการแรกดังนี้ว่า
وَأَنزَلَ مِنَ السَّمَاء مَاء فَأَخْرَجَ بِهِ مِنَ الثَّمَرَاتِ رِزْقاً لَّكُمْ
“และทรงให้น้ำหลั่งลงมาจากฟากฟ้า แล้วทรงทำให้ผลไม้ต่าง ๆ งอกออกมาจากน้ำนั้น เพื่อเป็นเครื่องยังชีพแก่สูเจ้า”
ประการที่สองอัล-กุรอานกล่าวว่า
وَالْبَلَدُ الطَّيِّبُ يَخْرُجُ نَبَاتُهُ بِإِذْنِ رَبِّهِ
“พืชพันธ์จะงอกขึ้นบนพื้นดินที่ดี ด้วยอนุมัติแห่งพระผู้อภิบาลของมัน”
อัล-กุรอานได้กล่าวในความที่ใกล้เคียงกันนี้โองการที่ ๑๐๒ , ๒๔๙ , ๒๕๑ อัล-บะเกาะเราะฮฺ และโองการที่ ๔๙ , ๑๖๖ อาลิอิมรอน
การมีอยู่ของพระผู้เป็นเจ้า ไม่เหมือนกับการมีอยู่ของธรรมชาติแห่งวัตถุ ทว่าส่วนหนึ่งของโลกประกอบขึ้นจากมิติที่อยู่เหนือธรรมชาติ อัล-กุรอานเรียกมิตินั้นว่า โลกแห่งความเร้นลับ (ญะฮาน ฆัยบฺ) ดังที่กล่าวไปแล้วว่าปรากฏการณ์หนึ่งจะมีผลกับอีกปรากฏหนึ่ง ขึ้นอยู่กับการอนุญาตของพระผู้เป็นเจ้า สรรพสิ่งในโลกแห่งความเร้นลับเช่นกันจะมีผลกับโลกแห่งธรรมชาติได้ ขึ้นอยู่กับการอนุญาตของพระองค์ หรือที่เรียกว่าการอนุเคราะห์ของพระองค์นั่นเอง อัล-กุรอานกล่าวถึงผลสะท้อนของบรรดามลาอิกะฮฺที่มีต่อโลกดังนี้ว่า
فَالْمُدَبِّرَاتِ أَمْرًا
“แล้วพวกเขา (มลาอิกะฮฺ) ผู้บริหารกิจการ” (อัน-นาซิอาต/๕)
وَهُوَ الْقَاهِرُ فَوْقَ عِبَادِهِ وَيُرْسِلُ عَلَيْكُم حَفَظَةً
“และพระองค์คือผู้ทรงอำนาจเหนือปวงบ่าวของพระองค์ และทรงส่งบรรดาผู้บันทึกความดีและความชั่วมายังสูเจ้า”
สรุป สิ่งที่โองการกล่าวถึงคือ ทั้งโลกแห่งธรรมชาติและโลกแห่งความเร้นลับถูกควบคุมด้วยสาเหตุ ซึ่งอิงอาศัยและขึ้นอยู่กับพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า
โลกเป็นปรากฏการณ์หนึ่งที่ได้รับการชี้นำแล้ว ฉะนั้นทุกอณูของโลกที่ดำรงอยู่และดำเนินไปได้เพราะรัศมีแห่งการชี้นำของพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งการชี้นำโดยทั่วไปหรือโดยรวมนี้ประกอบด้วย การชี้นำที่เป็นธรรมชาติ ความปรารถนา และการกำหนดกฎเกณฑ์ อัล-กุรอานหลายโองการกล่าวถึงการชี้นำประเภทดังกล่าวไว้ เช่น
قَالَ رَبُّنَا الَّذِي أَعْطَى كُلَّ شَيْءٍ خَلْقَهُ ثُمَّ هَدَى
“พระผู้อภิบาลของเราคือ ผู้ทรงประทานทุกอย่างแก่สิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง หลังจากนั้นทรงชี้นำ”
โลกแห่งการสร้างสรรค์ เป็นระบบที่สมบูรณ์และดีที่สุด เนื่องจากแหล่งที่ให้กำเนิดได้ถูกออกแบบมาอย่างดี และไม่สามารถคิดได้ว่ายังมีระบบที่สมบูรณ์และดีกว่านี้อีก อัล-กุรอานกล่าวว่า
الَّذِي أَحْسَنَ كُلَّ شَيْءٍ خَلَقَهُ
“ผู้ทรงทำให้ทุกสิ่งที่พระองค์สร้างดีงาม” (ซัจญะดะฮฺ/๗)
فَتَبَارَكَ اللَّهُ أَحْسَنُ الْخَالِقِينَ
“อัลลอฮฺทรงจำเริญยิ่ง ผู้ทรงเลิศแห่งปวงผู้สร้าง” (มุอฺมินูน/๑๔)
เป็นธรรมดาที่ว่า ผู้สร้างที่ดีย่อมมีความเหมะสมกับสิ่งถูกสร้างที่สวยงาม
สติปัญญากล่าวว่า ทุก ๆ การกระทำของผู้กระทำย่อมบ่งบอกถึงความสมบูรณ์ หรือความบกพร่อง ที่มีความเหมาะสมกับคุณลักษณะที่สมบูรณ์ของคนทำ ถ้าหากคนทำไม่มีความบกพร่อง การกระทำของเขาก็จะไม่บกพร่องตามไปด้วย ขณะที่พระผู้เป็นเจ้ามีคุณลักษณ์สมบูรณ์ครบทุกด้าน และให้ความสมบูรณ์แก่สรรพสิ่งทั้งหลาย ดังนั้น การกระทำของพระองค์จึงสมบูรณ์และดีที่สุด
อิสลามได้อ้างว่าโลกแห่งพระผู้เป็นเจ้า เป็นระบบที่สมบูรณ์และดีที่สุด และอัลลอฮฺ (ซบ.) ผู้ทรงเป็นเลิศแห่งปวงผู้สร้าง ขณะเดียวกันจะเห็นได้ว่ายังมีสิ่งที่ไม่ดีอีกมากมายบนโลกนี้ แสดงว่าคำกล่าวอ้างนั้นขัดกับความเป็นจริง (จะอธิบายในบทของความเป็นเอกภาพในการสร้าง)
ในโลกแห่งการสร้างสรรค์กล่าวว่าการกระทำของพระผู้เป็นเจ้าเป็นความจริง พระองค์ทรงสัจจริง และเดชานุภาพ ไม่มี่สิ่งที่ไร้สาระปะปนอยู่ในการงานของพระองค์ อัล-กุรอานหลายโองการได้ยืนยันถึงสิ่งนี้ไว้ เช่น กล่าวว่า
مَا خَلَقْنَا السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْضَ وَمَا بَيْنَهُمَا إِلَّا بِالْحَقِّ
“เรามิได้สร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และสิ่งที่อยู่ระหว่างทั้งสองเพื่ออื่นใดเว้นแต่ด้วยความจริง”
อย่างไรก็ตามในโลกวัตถุไม่ได้ยอมรับความจริงข้อนี้ แต่ในบั้นปลายมนุษย์และสรรพสิ่งทั้งหลายจะได้ประสบกับความจริงดังกล่าว ท่านอิมามอะลี (อ.) กล่าวว่า
“แท้จริงบั้นปลายสุดท้ายคือกิยามะฮฺ (วันแห่งการอวสานของโลกและสรรพสิ่ง)”