แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages
  1. home

  2. article

  3. การยอมจำนนของมิชชันนารีตะวันตกต่ออิสลาม

การยอมจำนนของมิชชันนารีตะวันตกต่ออิสลาม

บรรดามิชชันนารีตะวันตกที่ทำงานต่อต้านอิสลามอยู่ในชุมชนต่างๆ นั้น จากการศึกษาค้นคว้าตำราต่างๆ ของอิสลาม และความเข้าใจอย่างชัดเจนถึงเนื้อหาที่แท้จริงของศาสนาอิสลาม ทำให้พวกเขายอมจำนนต่อศาสนาแห่งพระผู้เป็นเจ้านี้

“จอห์น ดาเวนพอร์ต” (John Davenport) นักบูรพาคดีศึกษา (Orientalist) และนักค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับอิสลามผู้มีชื่อเสียงชาวอังกฤษ ในช่วงเริ่มแรกนั้นเขาคือหนึ่งในนักเผยแพร่ศาสนาคริสต์ (มิชชันนารี) หัวรุนแรงที่ต่อต้านอิสลาม โดยที่เขาได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการเผยแพร่แนวคิดต่อต้านอิสลามในสังคมวิชาการและมหาวิทยาลัยต่างๆ ของตะวันตก หลังจากผ่านไปช่วงเวลาหนึ่ง เขากลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของบรรดากลุ่มหัวรุนแรง
ในช่วงเริ่มต้นทีเดียวนั้น จอห์น ดาเวนพอร์ต ได้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของการโฆษณาชวนเชื่อใส่ร้ายและความอคติที่มืดบอด และได้ใช้ปลายปากกาของตนเองในการเขียนหนังสือต่อต้านอิสลาม แต่หลังจากช่วงเวลาหนึ่งที่เขาได้อ่านหนังสือต่างๆ ของมุสลิม และเมื่อเขาได้ทำการค้นคว้าวิจัยและทำความเข้าใจในเนื้อหาที่เกี่ยวกับข้อเท็จจริงของอิสลาม ทำให้เขาประจักษ์ถึงความยิ่งใหญ่ของอิสลามและยอมรับสารภาพว่า อิสลามคือหนึ่งในศาสนาที่ยิ่งใหญ่แห่งพระผู้เป็นเจ้า และหันกลับจากความเชื่อเดิมของเขา เขารู้สึกสำนึกผิดและเสียใจในการที่เขาได้ใช้ช่วงเวลาส่วนหนึ่งจากชีวิตของเขาไปในการเผยแพร่แนวคิดต่อต้านศาสนาอิสลาม และเพื่อเป็นการชดเชยการกระทำของตนเอง เขาจึงเขียนหนังสืออันทรงคุณค่าเล่มหนึ่งขึ้นมา ภายใต้ชื่อ “An Apology for Mohammed and the Koran” (คำขอขมาต่อมุฮัมและอัลกุรอาน) [1]
หนังสือเล่มนี้ได้กลายเป็นสาเหตุทำให้เกิดการปฏิวัติที่น่าทึ่งขึ้นในโลกตะวันตก พวกหัวรุนแรงจำนวนมากที่เคยทำงานเผยแพร่แนวคิดต่อต้านอิสลามร่วมกับเขาได้ยุติจากการกระทำดังกล่าวและหันออกจากความเชื่อของตน เหตุการณ์ดำเนินไปจนกระทั่งในช่วงเวลานั้นอิสลามได้แผ่ขยายออกไปอย่างกว้างขวางอย่างเห็นได้ชัด นักวิชาการชาวตะวันตกจำนวนมากตกอยู่ภายใต้ผลกระทบและความน่าประทับใจจากหนังสือของเขา ทำให้บรรยากาศของประเทศตะวันตกทั้งหลายพลิกผันไปอย่างสมบูรณ์ ความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรภาพระหว่างชาวมุสลิมและชาวคริสต์รวมทั้งศาสนาอื่นๆ ได้เกิดขึ้น

ด้วยสาเหตุดังกล่าวนี้เองที่ทำให้หนังสือเล่มนี้ของ “จอห์น ดาเวนพอร์ต” ถูกห้ามในประเทศตะวันตกชั่วเวลาหนึ่ง เพื่อไม่ต้องการให้โฉมหน้าที่แท้จริงของอิสลามเป็นที่ประจักษ์ชัดต่อสาธารณชนในสังคมมากไปกว่านั้น ทั้งนี้เนื่องจากตะวันตกได้ทุ่มเทงบประมาณจำนวนมหาศาลจนสามารถแนะนำศาสนาอิสลามแก่สังคมในฐานะที่เป็นศาสนาแห่งความรุนแรง กระหายสงครามและการหลั่งเลือดได้ในระดับหนึ่งแล้ว แต่จอห์น ดาเวนพอร์ต กลับทำลายแผนการต่างๆ ของบรรดาผู้ปกครองตะวันตกลงด้วยกับการเปิดเผยข้อเท็จจริงต่างๆ และสามารถทำให้ประชาคมในโลกตะวันตกได้รู้จักกับอิสลามที่แท้จริงได้ในระดับหนึ่ง

อุซตาซกุลามริฎอ ซะอีดี นักวิชาการและผู้แปลหนังสือ “An Apology for Mohammed and the Koran” ของจอห์น ดาเวนพอร์ต ได้กล่าวในการอธิบายถึงคุณลักษณะของหนังสือเล่มนี้ว่า “นักวิชาการผู้นี้ หลังจาก โทมัส คาร์ไลล์ (Thomas Carlyle) แล้ว ถือว่าเขาเป็นนักวิชาการที่มีความเข้าใจที่ลึกซึ้ง ละเอียดอ่อนและมีความเป็นธรรมมากที่สุด” [2]

ในหนังสือ “An Apology for Mohammed and the Koran” จอห์น ดาเวนพอร์ต (John Davenport) ได้อธิบายถึงความแตกต่างระหว่างศาสนาอิสลามและศาสนาคริสต์ไว้เช่นนี้ว่า

“เพื่อที่จะให้เห็นชัดถึงความแตกต่างระหว่างศาสนาคริสต์และอิสลามนั้น จำเป็นที่จะต้องพิจารณาดูประเด็นนี้ที่ว่า ในด้านของการปกครองที่ศาสนาคริสต์มีต่อบรรดานักวิชาการทางศาสนาของศาสนานี้ แน่นอนยิ่งว่าเกี่ยวข้องโดยตรงกับรากฐานของความเชื่อและปรัชญาของมัน และเป็นผลทำให้ศาสนาและศีลธรรมในศาสนา (คริสต์) ถูกแยกออกจากกัน ในขณะที่ในศาสนาอิสลามนั้นไม่ใช่เฉพาะในด้านของปรัชญาเท่านั้น แต่ทว่าในด้านของวิทยาศาสตร์ แนวคิด การเมือง กฎหมาย สังคมและศีลธรรม ทั้งหมดนั้นมีอิทธิพลเหนือบรรดาผู้นับถือศาสนาอิสลามทั้งสิ้น ถึงขั้นที่ว่า ในความคิดของชาวมุสลิมแต่ละคนนั้น ความรักประเทศ ความชอบธรรม จารีตประเพณี การปกครอง สิทธิและอื่นๆ ทั้งหลายทั้งปวงนั้น ถูกรวมอยู่ในคำๆ เดียว และนั่นก็คือคำว่า อิสลามนั่นเอง” [3]
แหล่งอ้างอิง :

[1] ตะเฮาวุลาต ดอนิชมันดอน ฆ็อรบ์ (วิวัฒนาการของบรรดานักวิชาการตะวันตก) หน้าที่ 41 [2] An Apology for Mohammed and the Koran (คำขอขมาต่อมุฮัมและอัลกุรอาน) แปลโดยซัยยิดกุลามริฎอ ซะอีดี หน้าที่ 2
[3] เล่มเดิม หน้าที่ 110

ที่มา : http://www.adyannet.com/news