แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages
  1. home

  2. article

  3. การยืนหยัดเพื่ออัลลอฮฺ

การยืนหยัดเพื่ออัลลอฮฺ

การมีความจริงใจ เนียตเพื่ออัลลอฮฺ และมีวิสัยทัศน์ สำหรับทุกภารกิจการงานถือว่า เป็นส่งมีคุณค่าอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาด้านการต่อสู้ เพราะเป็นปฐมบทของอำนาจฝ่ายต่ำ การหลงใหลในวัตถุปัจจัย ตำแหน่ง อำนาจและบารมี หรือการการล้างแค้น ปัญหาเหล่านี้สิ่งสำคัญที่สุดอันเป็นความต้องการอันดับต้นๆ คือ ความบริสุทธิ์และความจริงใจ
บุคคลทียืนหยัดเพื่อพระเจ้า ได้พยายามปฏิบัติ อดทนต่อหน้าที่เพียงเพื่อแสวงความ พึงพอพระทัยจากพระเจ้า ด้วยเหตุนี้ จำนวนเล็กน้อยของกองกำลัง ไม่อาจเปลี่ยนแปลงเจตนารมณ์ หรือการพ่ายแพ้ภายนอกก็ไม่อาจทำให้พวกเขาสิ้นหวังได้เช่นกัน
การยืนหยัดเพื่อพระเจ้า “กิยามุนลิลลาฮฺ” คือคำอธิบายและคำเตือนสำทับของพระเจ้า ดังกล่าวว่า
قُل اِنّما اَعِظُکُم بِواحِدَةٍ اَن تَقُوموا لِلهِ مَثنی و فُرادی»
จงกล่าวเถิด ฉันขอเตือนสูเจ้าเพียงข้อเดียว นั่นคือ สูเจ้าจงยืนขึ้นเพื่ออัลลอฮฺสองคนและคนเดียว  สะบะ -46
ฉะนั้น ถ้าในการยืนหยัดต่อสู้วางอยู่บนวิสัยทัศน์เหล่านี้ แน่นอนว่าจะได้รับหลักประกันมั่นคงมากกว่า สำหรับย่างก้าวต่อไปในการต่อสู้ จนกระทั่งสุดความสามารถและสิ้นอายุขัยของตน  หรือแม้แต่จะอยู่คนเดียว หรือสองคน หรือมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด การต่อสู้ก็จะไม่หยุดนิ่งไปจากเขา จะไม่สิ้นสุด ท่านอิมามฮุซัยนฺ (อ.) กล่าวกับมุฮัมมัด ฮะนีฟะฮฺ น้องชายของตน ซึ่งเขาได้เตือนท่านอิมามขณะจะเดินทางออกไป ท่านอิมามกล่าวว่า
« یا اَخی و الله لَوالَم یَکُن فی الدُّنیا مَلجَاً و لا مَاویً لَما بایَعتُ یَزیدَ بنُ مُعاویَةَ»
โอ้ น้องชายของฉันเอ๋ย หากในโลกอันกว้างใหญ่นี้ จะไม่มีที่พักพิงสำหรับเลย ฉันก็จะไม่ให้สัตยาบันต่อยะซีด บุตรของมุอาวิยะฮฺเด็ดขาด
ในวันอาชูรอ ท่านอิมามได้โต้ตอบบรรดาศัตรูที่สร้างความอัปยศว่า “ฉันจะต่อสู้กับศัตรูจำนวนมากมาย ด้วยสหายจำนวนเล็กน้อย และเหล่าสหายบางส่วนที่ละทิ้งพวกเราไป”
ดังนั้น สิ่งใดก็ตามถ้าเป็นไปเพื่ออัลลอฮฺ สิ่งนั้นจะถาวรคงทนและยั่งยืน ฉะนั้น การยืนหยัดในวันอาชูรอ เป็นสีสันของพระเจ้า จึงไม่พ่ายแพ้อย่างแน่นอน ตามความกล่าวของท่านอิมามโคมัยนี ที่ว่า “การสังหารท่านซัยยิดชุฮะดา มิใช่ความพ่ายแพ้ เนื่องจากเป็นการยืนหยัดเพื่ออัลลอฮฺ ซึ่งการยืนหยัดเพื่ออัลลอฮฺ จะไม่มีความพ่ายแพ้อย่างเด็ดขาด”
“ดังนั้น ถ้าเป็นการยืนหยัดเพื่อพระเจ้า จะไม่มีความรู้สึกว่าพ่ายแพ้ หรือขาดทุนย่างเด็ดขาด ส่วนผู้ต่อสู้ในสองสภาพกล่าวคือ ไม่ว่าจะพ่ายหรือชนะ เขาจะมีความรู้สึกว่าเขาคือผู้ชนะในสนามรบ”
ฉะนั้นสำหรับซัยยิดชุฮะดา ถึงแม้ว่าท่าน ครอบครัว และหมู่สหายจะถูกสังหารจนหมดสิ้น ท่านก็มิใช่ผู้พ่ายแพ้ เนื่องจากเราได้เห็นแล้วว่า วิถีที่ท่านดำเนินไปนั้นอยู่ในหนทางของพระเจ้า เป็นไปเพื่อพระเจ้า และเพื่อพระเจ้า  บรรดาสหายที่ท่านได้สูญเสียไป มิได้เป็นการสูญเสียเปล่าแต่นั่นเป็น เสบียงที่สำรองเอาไว้เพื่อโลกนิรันดร์ต่างหาก
อัลกุรอาน โองการที่กล่าวว่า
قُل إنَّما أَعِظُکُم بِواحِدَة أَن تَقُومُوا لِلّهِ مَثنی وَ فُردی
โอ้ นะบีเอ๋ย จงกล่าวเถิด ฉันขอเตือนสูเจ้าเพียงข้อเดียว นั่นคือ เจ้าจงยืนขึ้นเพื่ออัลลอฮฺสองคนและคนเดียว
อัลกุรอานโองการนี้ ได้ซ่อนสาส์นสำคัญไว้หลายประการด้วยกัน โองการข้างต้นนี้ได้รวบรวมสาส์นแห่งฟากฟ้าของพระเจ้าไว้ด้วยประโยคสั้นๆ ว่า “จงยืนหยัดเพื่อพระเจ้า” บนพื้นฐานดังกล่าวคำสอนของศาสนาที่ได้สอนมนุษย์ก็คือ “สภาพความเป็นอยู่ในปัจจุบันของเจ้าไม่มีความมั่นคง เนื่องจากสภาพที่มั่นคงต้องมีการเคลื่อนไหว มีความพยายาม มีวิสัยทัศน์ มีเจตจำนง และตนต้องสามารถปฏิบัติสิ่งนั้นให้สมจริงได้ สาส์นหลอมของโองการเชื้อเชิญดังกล่าว ต้องการจะเตือนสำทับ และการเรียกร้องมนุษย์ให้ใส่ใจต่อทุกระดับชั้นของการดำเนินชีวิต ทั้งภายนอก ภายใน จุดเริ่มต้น จุดสิ้นสุดจะต้องไม่มีความแตกต่างกัน และต้องเข้าใจเสมอว่า อัลลอฮฺ คือความสัมบูรณ์สูงสุด เป็นสิ่งสุดท้ายที่ไม่ดับสูญ
ประเด็นต่างๆ ของโองการอันเป็นความสลักสำคัญที่ต้องใส่ใจคือ
1) คำว่า “อะอิซุกุม” ข้าขอเตือนเจ้า ตามความเป็นจริงแล้วก็คือ ข้าใส่ใจในความดี การฟื้นฟู และปรับปรุงของเจ้าเสมอ มิใช่อื่นใด
2) คำว่า “วาฮิดะตัน” เพียงสิ่งเดียว ซึ่งมีความพิเศษตรงได้เน้นย้ำด้วยคำว่า “อินนะมา” นั่นหมายถึงว่ารากที่มาของการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด การขับเคลื่อน การฟื้นฟู การปฏิรูปทั้งเรื่องปัจเจกบุคคล และสังคมส่วนรวม นั้นจะต้องเป็นไปในหนทางของอัลลอฮฺ ซึ่งเป็นการปูพื้นฐานทางความคิดไว้เป็นอย่างดี ดังนั้น เมื่อความคิดตื่นตว การลืมเลือนต่างๆ จากความคิดมนุษย์ก็จะถูกทำให้มลายสิ้นไป ในทางกลับกันทุกสิ่งที่เป็นทุน  ไม่ว่าจะเป็นทุนทรัพย์ และทุนศีลธรรมทางสังคมก็จะไม่สูญสิ้นไปอย่างไร้สาระ หรือไร้เป้าหมาย
3) คำว่า “กิยาม” ในที่นี้มิได้หมายถึงการยืนหยัด ทว่าหมายถึงการเตรียมพร้อม การมีวิสัยทัศน์ เป้าหมาย การตัดสินใจ และการลงมือปฏิบัติในภารกิจการงาน
4) วิสัยทัศน์นั้น จะมีคุณค่าไม่เท่าเทียมกัน เนื่องจากบางวิสัยทัศน์ถูกจำกัดอยู่บนความเห็นแก่ตัว การหลงตนเองของบุคคล เป็นความคิดตื่นเขิน ซึ่งในที่นี้ท่ามกลางแนวคิดเหล่านั้น จะมีบางแนวคิดที่ผ่านพ้นตนเองไปแล้ว เป็นการคิดเพื่อคนอื่นและสังคม โดยมุ่งสัมพันธ์ไปสู่แหล่งกำเนิดอันกว้างไพศาลอันไม่มีที่สิ้นสุด อันได้แก่พระเจ้า ท่านอิมามอะลี (อ.) มีแนวคิดอันยิ่งใหญ่ท่ามกลางเหล่าชนที่มีความคิดตื่นเขิน ท่านได้ตำหนิพวกเขาต่อความลุ่มหลงโลก และปัจจัย ท่านอิมามอะลี (อ.) ต้องการพาพวกเขาไปสู่จุดสูงสุดด้านศีลธรรมและการพัฒนาจิตวิญญาณ แต่พวกเขาพยามดึงท่านอิมามอะลี (อ) ไปอยู่ในความต้องการทางโลกของพวกเขา ท่านอิมามอะลี (อ.) กล่าวว่า
وَلَيْسَ أَمْرِي وَأَمْرُكُمْ وَاحِداً. إنِّي أُرِيدُكُمْ للهِ وَأَنْتُمْ تُرِيدُونَنِي لإَنْفُسِكُمْ
“ภารกิจของข้ากับเจ้าแตกต่างกัน ข้าต้องการให้เจ้าปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เพื่ออัลลอฮฺ แต่เจ้าต้องการข้าเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของเจ้า”
ดังนั้น บนพื้นฐานดังกล่าวของโองการ จึงได้กำหนดกฏเกณฑ์ของการการยืนหยัดไว้เพื่อ “อัลลอฮฺ” เท่านั้น ฉะนั้น การมีวิสัยทัศน์เช่นนี้คือ แหล่งกำเนิดของความจำเริญ ความผ่องไพบูลย์ ความซื่อสัตย์ และความเงียบสงบของจิตใจ
5) ในทำนองเดียวกันใน การขับเคลื่อนและการยืนหยัดเพื่ออัลลอฮฺนั้น ถ้าเป็นการขับเคลื่อนตามลำพังจะไม่มีความสมบูรณ์เด็ดขาด ทว่าขบวนการจะสมบูรณ์ได้ต่อเมือ เราสามารถเอาชนะจิตใจฝ่ายต่ำของเราได้ ด้วยการรักษาสถานภาพของตนให้ดำรงอยู่ในสังคม ท่ามกลางหมู่ชนอื่น มีความรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยและสงสาร ด้วยเหตุนี้โองการจึงกล่าวว่า مَثنی وَ فُرادی จงยืนหยัดเพื่ออัลลอฮฺ สองคนหรือคนเดียว