แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages
  1. home

  2. article

  3. การรู้จักพระเจ้าจากสมมุติฐานที่ขัดแย้ง

การรู้จักพระเจ้าจากสมมุติฐานที่ขัดแย้ง

หนึ่งในหนทางของการรู้จักพระเจ้าที่สามารถค้นหาได้จากอัล-กุรอาน คือ การตั้งสมมุติฐานที่ขัดแย้ง หมายถึงมนุษย์ทุกวันนี้พบเห็นหรือได้เผชิญกับเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมาย ต่อไปนี้ลองจินตนาการถึงสถานที่และเวลาที่ไม่มีเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นสักแห่งหนึ่ง ในเวลานั้นจะมีสิ่งใดเกิดขึ้นบนสถานที่ดังกล่าวและเราต้องกระทำสิ่งใดบ้าง
การโคจรของโลกถูกจัดวางไว้อย่างมีระเบียบ ซึ่งผลของการโคจรของโลกทำให้เกิดกลางวันและกลางคืน ที่นี้ท่านลองคิดถึงเวลาที่กลางคืนเพียงอย่างเดียวในสภาพเช่นนั้นเราจะกระทำสิ่งใดบ้าง
อัล-กุรอาน กล่าวว่า สูเจ้าเห็นแล้วมิใช่หรือว่า หากอัลลอฮฺ ทรงทำให้กลางคือมีอยู่ตลอดไปสำหรับสูเจ้าจนถึงวันแห่งการสิ้นโลก แล้วจะมีพระเจ้าองค์อื่นนอกจากอัลลอฮฺนำแสงสว่างกลับคืนมาให้สูเจ้า สูเจ้าไม่รับฟังบ้างหรือ (อัล-กุรอาน บทอัลเกาะซ็อซ โองการที่ 71)
พื้นดินที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของมนุษย์ คือ เปลกว้างไพศาลมันได้แกว่งไกวที่ละน้อย
อัล-กุรอาน กล่าวว่า และแผ่นดินนั้น เราได้แผ่ขยายมันออกไป ดังนั้นเราเป็นผู้แผ่ขยายที่ยอดเยี่ยม (อัล-กุรอาน บทอัซซาริยาต โองการที่ 48)
สมมุติว่าพระองค์ทรงให้พื้นดินแกว่งไกวไปอย่างรวดเร็วมนุษย์และสรรพสัตว์ตลอดจนสรรพสิ่งหลายสามารถเดินหรือดำรงอยู่บนผิวโลกต่อไปได้หรือ
อัล-กุรอาน กล่าวว่า พวกเขามิเห็นดอกหรือ ถึงสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าและสิ่งที่อยู่เบื้องหลังพวกเขา ที่มีอยู่ในฟากฟ้าและแผ่นดิน หากเราประสงค์เราจะให้แผ่นดินสูบพวกเขาลงไปหรือเราจะให้ส่วนต่าง ๆ อันหนักอึ้งจากท้องฟ้าหล่นลงมาบนพวกเขาย่อมเป็นไปได้ (อัล-กุรอาน บทซะบะอฺ โองการที่ 9)
ตอนนี้ท่านลองพิจารณาถึงบ่อน้ำหนือมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ถ้าสมมุติว่าน้ำได้เหือดแห้งจนหมดสิ้น หรือไหลซึมลงสู่ก้นบึ้งของแผ่นดินผู้ใดสามารถนำน้ำขึ้นมาให้ท่านได้บ้าง
อัล-กุรอาน กล่าวว่า จงกล่าวเถิดว่า สูเจ้าจงบอกฉันซิว่า หากแหล่งน้ำของสูเจ้าเหือดแห้งลง ดังนั้น ผู้ใดเล่าจะนำน้ำที่ท่วมทันมาให้สูเจ้าได้อีก (อัล-กุรอาน บทอัลมุลกฺ โองการที่ 30)
สูเจ้าลองคิดถึงน้ำดื่มที่มีอยู่ในมือปัจจุบัน ถ้าสมมุติว่าน้ำเหล่านั้นเปลี่ยนเป็นรสขมทั้งหมดสูเจ้าจะทำอย่างไร อัล-กุรอาน กล่าวว่า หากเราประสงค์ เราจะทำให้น้ำเค็มจัด แล้วไฉนเล่าสูเจ้าจึงไม่กตัญญู (อัล-กุรอาน บทอัลวากิอะฮฺ โองการที่ 70)
ท่านทั้งหลายมองเห็นต้นไม้และพืชพันธ์ต่าง ๆ มีสีเขียวขจี ถ้าหากพืชเหล่านั้นเปลี่ยนเป็นสีแดงแห้งเหี่ยวหมดสภาพลงทั้งหมด สภาพของโลกจะเป็นอย่างไร
อัล-กุรอาน กล่าวว่า หากเราประสงค์ทำให้มันหักเป็นชิ้น ๆ แล้ว แน่นอน เราก็ย่อมทำได้ แล้วสูเจ้าคงประหลาดใจยิ่ง (อัล-กุรอาน บทอัลวากิอะฮฺ โองการที่ 65)
ถ้ามนุษย์ลืมเลือนหมดทุกสิ่งแม้แต่ที่อยู่บ้านของตนเองก็ลืม เวลานั้นมนุษย์จะเป็นเช่นไร และจะสามารถกระทำการใดได้บ้าง
การรู้จักพระเจ้าโดยการเปรียบเทียบ
หลังจากอธิบายถึงตัวอย่างในการสร้างสรรค์แล้ว พระเจ้าทรงตรัสว่า นี่คือการสร้างของอัลลอฮฺ ดังนั้น พวกเจ้าจงแสดงให้ข้าเห็นซินอกเหนือจากอัลลอฮฺแล้วสิ่งใดที่เขาเหล่านั้นได้สร้างขึ้นมา (อัล-กุรอาน บทลุกมาน โองการที่ 11)
จงกล่าวเถิดใครเล่าจะช่วยพวกเจ้าให้พ้นจากความมืดทางบกและทางน้ำ ทั้งที่พวกเจ้าวิงวอนขอต่อเขาด้วยความนอบน้อม (อัล-กุรอาน บทอัล-อันอาม โองการที่ 63)
หรือผู้ใดเล่าจะตอบรับผู้ร้องทุกข์ เมื่อเขาวิงวอนขอต่อพระองค์ และทรงปลดเปลื้องความชั่วร้ายนั้น (อัล-กุรอาน บทอันนัมลฺ โองการที่ 62)
ยังมือพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ อีกหรือที่คู่ควรแก่การเคารพภักดี หลังจากนั้นอัล-กุรอาน กล่าวการเจริญเติบโตและการงอกเงยของธัญพืชทั้งหลายว่า พวกเจ้าทำให้มันงอกเงยขึ้นมา หรือว่าเราเป็นผู้ทำให้มันงอกเงยขึ้นมา (อัล-กุรอาน บทอัล-วากิอะฮฺ โองการที่ 64)
โอ้ มนุษย์เอ๋ยเจ้าสามารถสร้างสิ่งใดให้งอกเงยขึ้นจากดินได้บ้าง เจ้าสามารถนำดินแห้งมากทำอิฐได้เท่านั้น แต่พระเจ้าทรงให้ธัญพืชงอกเงยจากจากดินเหลวยิ่งไปกว่านั้นพระองค์ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมาจากดิน
อัล-กุรอาน กล่าวว่า แล้วเราได้ทำให้เชื้ออสุจิกลายเป็นก้อนเลือด แล้วได้ทำให้ก้อนเลือดกลายเป็นก้อนเนื้อ แล้วได้ทำให้ก้อนเนื้อกลายเป็นกระดูก แล้วเราหุ้มกระดูกนั้นด้วยเนื้ออีกที่หนึ่ง หลังจากนั้นเราได้เป่าวิญญาณไปบนเขาจึงกลายเป็นอีกรูปร่างหนึ่ง ดังนั้น อัลลอฮฺ ทรงจำเริญยิ่ง ผู้ทรงเป็นเลิศในหมู่ผู้สร้างสรรค์ทั้งหลาย (อัล-กุรอาน บทอัล-มุอฺมิน โองการที่ 14)
การรู้จักพระเจ้าโดยการเพิ่มความโปรดปราน
พระเจ้าทรงขจัดความต้องการของมนุษย์ทั้งหลาย ด้วยการประทานแหล่งความโปรดปรานให้อยู่ในครอบครองของพวกเขา แม้ว่าจำนวนประชากรโลกจะเพิ่มมากขึ้น ความโปรดปรานของพระองค์ก็เพิ่มตามไปด้วย ช่วงเวลาที่โลกมีประชากรน้อยในฤดูหนาวประชาชนจะใช้ฟืนจุดไฟเพื่อประทังความหนาว และหุงต้มด้วยฟืน เมือประชากรโลกเพิ่มมากขึ้นวัตถุที่ใช้ในการหุงต้มก็เริ่มเปลี่ยนจากฟืนมาเป็นถ่านหิน หลังจากนั้นพระองค์ทรงสอนมนุษย์ให้รู้จักการคิด เพื่อค้นหาหนทางน้ำเอาความโปรดปรานของพระองค์มาใช้ให้เป็นประโยชน์ แต่เมื่อประชากรทวีจำนวนมากขึ้นการใช้พลังงานในการหุงต้มก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ แก็สจึงถูกนำมาใช้ในการหุงต้ม ต่อมาพลังงานแสงอาทิตย์ก็ถูกคิดค้นและนำมาใช้เพื่อทดแทนพลังงานที่ไม่พอเพียง และปัจจุบันมนุษย์ได้คิดค้นถึงพลังงานนิวเคลียเพื่อนำมาทดแทนพลังงานที่กำลังจะสูญสิ้นไปจากโลก แน่นอน ในยุคปัจจุบันถ้ามนุษย์ยังคงใช้ฟืนกระดูกและขนสัตว์เป็นเชื้อเพลิงอยู่ ถามว่าจะเพียงพอกับความต้องการของมนุษย์ไหม มนุษย์เมื่ออยู่คนเดียวรายจ่ายก็จำกัดพอดีสำหรับคนเดียว แต่หลังจากแต่งงานรายได้ของเขาก็เพิ่มขึ้นในระดับที่พอเพียงกับรายจ่าย สิ่งเหล่านี้ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากผู้ใด แน่นอน นอกจากพระเจ้าแล้วไม่มีผู้ในสามารถเพิ่มเติมความโปรดปรานให้แก่มนุษย์ได้เด็ดขาด
สัญลักษณ์ความเป็นหนึ่งเดียวของพระเจ้า
1.การประทานศาสดา
หนึ่งในเหตุผลของความเป็นหนึ่งเดียวของพระเจ้า ดังที่อิมามอะลี (อ.) กล่าวว่า ถ้าหากมีพระเจ้าอื่นใดแล้ว แน่นอน พระองค์ต้องประทานศาสดาลงมาด้วยเช่นกันหรืออย่างน้อยต้องมีเครื่องหมายที่บ่งบอกถึงอำนาจของพระองค์ (นะฮฺญุลบะลาเฆาะฮฺ จดหมายที่ 31)
2. ความไม่ต้องการของพระเจ้า
ถ้าหากมีพระเจ้าสององค์หรือแหล่งแห่งการมีอยู่ของอำนาจมีสองที่ แน่นอน ทั้งสองต้องมีขอบเขตจำกัดและเมื่อมีขอบเขตจำกัดแสดงว่าสิ่งนั้นมิใช่พระเจ้า เนื่องจากอำนาจที่ความจำกัดหมายถึงอำนาจซึงต้องพบกับจุดสลายหรือจุดสิ้นสุด และเป็นที่รู้แน่ชัดว่าอำนาจเช่นนี้ไม่อาจเป็นพระเจ้าได้เด็ดขาด หรืออำนาจทั้งสองไม่มีที่สิ้นสุด เมื่ออำนาจไม่มีที่สิ้นสุดจึงไม่อาจเป็นสองได้ ตัวอย่าง เมื่อท่านกล่าวถึงช่างก่อสร้างนั้นหมายถึง การปลูกสร้างบ้านหรืออาคารหรืออย่างน้อยสุดก็มีที่ดินไว้ปลูกบ้าน ซึ่งท่านจะไม่สร้างบ้านเกินหนึ่งหลัง เนื่องจากเนื้อที่ไม่พอสำหรับสร้างบ้าน 2 หลัง
3. ความเป็นสากลในการมีอยู่
ถ้าหากการมีอยู่ นอกจากพระเจ้าองค์เดียวแล้วยังมีพระเจ้าองค์อื่นอีก แน่นอน โลกต้องพบกับความพินาศย่อยยับไม่มีชิ้นดี อัล-กุรอานกล่าวว่า หากในชั้นฟ้าและแผ่นดินมีพระเจ้าหลายองค์ นอกจากอัลลอฮฺแล้ว ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายอย่างแน่นอน อัลลอฮฺ พระเจ้าแห่งบัลลังก์ทรงบริสุทธิ์จากสิ่งที่พวกเขาเสกสรรปั้นแต่งขึ้น (อัล-กุรอาน บทอันบิยาอฺ โองการที่ 22)