แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages
  1. home

  2. article

  3. การอาบน้ำตามศาสนบัญญัติ

การอาบน้ำตามศาสนบัญญัติ

ฆุซลฺ (การอาบน้ำตามศาสนบัญญัติ)
บางครั้งสำหรับนะมาซหรือทุกภาระหน้าที่ ๆ มีวุฎูอฺเป็นเงื่อนไข ต้องฆุซลฺแทน หมายถึงเพื่อปฏิบัติตามพระบัญชาของพระองค์ฉันจึงทำการชำระล้างร่างกาย และลำดับต่อไปจะอธิบายถึงประเด็นที่ต้องฆุซลฺ ประเภทและวิธีฆุซลฺ
ประเภทของฆุซลฺวาญิบ ร่วมระหว่างชายกับหญิง
1.ฆุซลฺญินาบะฮฺ (หลังการมีเพศสัมพันธ์)
2.ฆุซลฺมัยยิต (อาบน้ำให้คนตาย)
3.ฆุซุล มัซฮฺมัยยิต (สัมผัสคนตาย)
ฆุซลฺวาญิบสำหรับผู้หญิง
4.ฆุซุลหลังหมดประจำเดือน (ฮัยฏฺ)
5.ฆุซลฺอิสติฮาเฏาะฮฺ (ระดูเกินกำหนด)
6.ฆุซลฺนิฟาส (โลหิตหลังการคลอดบุตร)
หลังจากการตีความและการแบ่งประเภทของฆุซลฺแล้วจะอธิบายฆุซลฺวาญิบแต่ละประเภท ดังนี้

ฆุซลฺญินาบะฮฺ
ฆุซลฺญินาบะฮฺ หมายถึงการอาบน้ำชำระร่างกาย ภายหลังจากการร่วมหลับนอนกับภรรยา หรือการนอนหลับฝันจนอสุจิได้เคลื่อนออกมา หรืออีกนัยหนึ่งการ อาบน้ำตามศาสนบัญญัติภายหลังจากอสุจิได้เคลื่อนออกมา
1. มนุษย์จะมีญูนุบได้อย่างไร
– เนื่องจากการหลั่งของอสุจิ ไม่ว่ามากหรือน้อย หลับหรือตื่นก็ตาม
– เนื่องจากการร่วมเพศ ด้วยวิธีฮะลาล (อนุมัติ) กับภรรยาตนเอง หรือฮะรอม (ไม่อนุมัติ) เช่น ผิดประเวณี และไม่ว่าอสุจิจะเคลื่อนออกมาหรือไม่ก็ตาม[1]
ดังนั้น ญูนุบ จึงหมายถึงการหลั่งอสุจิจะด้วยวิธีใดก็ตาม หลังจากอสุจิหลั่งแล้วจึงเรียกบุคคลนั้นว่ามีญูนุบ ถ้าต้องบุคคลนั้นต้องการนะมาซและอิบาดะฮฺอื่น ๆ ต้องอาบน้ำตามหลักศาสนบัญญัติ เรียกว่า ฆุซลฺญินาบะฮฺ
2.หากอสุจิได้เคลื่อนจากที่ แต่ไม่ได้ออกมาข้างนอกไม่เป็นสาเหตุทำให้เขามีญูนุบ (ไม่ต้องฆุซลฺ)[2]
3. บุคคลที่แน่ใจว่าอสุจิได้เคลื่อนออกมา หรือรู้ว่าสิ่งที่เคลื่อนออกมานั้นเป็นอสุจิอย่างแน่นอน ถือว่ามีญูนุบ ต้องฆุซลฺญินาบะฮฺ[3]
4. บุคคลที่ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เคลื่อนออกมาเป็นอสุจิหรือไม่ ถ้ามีสัญลักษณ์ของอสุจิถือว่ามีญูนุบ แต่ถ้าไม่มีสัญลักษณ์ไม่ถือว่าอยู่ในกฎของการมีญูนุบ [4]
5.สัญลักษณ์ที่บ่งว่าเป็นอสุจิ
– ออกมาด้วยความใคร่ (ชะฮฺวัต)
– ไหลพุ่งและอุ่น
– หลังจากอสุจิเคลื่อนออกมาร่างกายจะอ่อนเพลียเล็กน้อย
ด้วยเหตุนี้ หากมีน้ำเคลื่อนออกมาแต่ไม่รู้ว่าเป็นอสุจิหรือไม่ ถ้ามีลักษณะตามที่กล่าวมา ถือว่าเป็นญูนุบ ถ้าไม่เช่นนั้นจะไม่ถือว่าเป็นญูนุบ หรือบางครั้งอาจไม่มีสัญลักษณ์บางประการตามที่กล่าวมา นอกจากหญิงและอาการป่วย ซึ่งสัญลักษณ์กล่าวคือ อสุจิได้หลั่งออกมาเพราะความต้องการ ถือว่าพอเพียงแล้ว
6. มุซตะฮับหลังจากอสุจิเคลื่อนออกมาให้ปัสสาวะ ถ้าไม่ปัสสาวะหลังจากฆุซลฺแล้ว ถ้ามีน้ำเคลื่อนออกมาโดยไม่รู้ว่าเป็นอสุจิหรือเป็นน้ำอย่างอื่น ถือว่าอยู่ในกฎของอสุจิ[5]
ภารกิจที่ฮะรอมสำหรับผู้มีญูนุบ
1. สัมผัสอักษร อัล-กุรอาน พระนามของอัลลอฮฺ (ซบ.). และอิฮฺติยาฏวาญิบนามของบรรดาศาสดา (อ.) บรรดาอิมามมะอฺซูม (อ.) และนามของท่านหญิง ฟาติมะฮฺ (อ.)
2. เข้าไปในมัสญิด อัล-ฮะรอมและมัสญิดนบี (ซ็อลฯ) แม้จะว่าจะเดินผ่านจากประตูหนึ่งและไปออกอีกประตูหนึ่งก็ตาม
3. หยุดในมัสยิด
4. นำสิ่งของไปวางในมัสยิด หรือแม้แต่จะอยู่นอกมัสญิดก็ตาม
5. อ่านอัล-กุรอานซูเราะฮฺซัจญฺดะฮฺวาญิบ (จำเป็นต้องกราบเมื่อได้อ่าน) แม้แต่คำเดียวก็ตาม*
อายุตุลลอฮฺ คอเมเนอี  อ่านโองการซัจญฺดะฮฺวาญิบ
6. เข้าไปหยุดในสถานที่ฝังศพของบรรดาอิมาม (อิฮฺติยาฏวาญิบ)
ซูเราะฮฺซัจญฺดะฮฺวาญิบประกอบด้วย[6]
1.ซูเราะฮฺ ที่ 32  (อัซ-ซะญะดะฮฺ) โองการที่ 15
2.ซูเราะฮฺ ที่ 41  (ฮามีม)  โองการที่ 37
3. ซูเราะฮฺ ที่ 53  (อัล-นัจมุ) โองการสุดท้าย
4.ซูเราะฮฺ ที่ 96  (อัล-อะลัก)  โองการสุดท้าย
ถ้าผู้มีญูนุบได้เข้ามัสญิดทางประตูหนึ่งและออกอีประตูหนึ่ง (เดินผ่านโดยไม่ได้หยุด) ไม่เป็นไร ยกเว้นมัสญิด อัลฮะรอมและมัสญิดนบี แม้แต่เดินผ่านก็ไม่อนุญาต[7]
ถ้าจัดสถานที่หนึ่งภายในบ้าน สำนักงาน หรือองค์กรเป็นสถานที่นมาซโดยเฉพาะ ถือว่าไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขของมัสญิด[8]
การอาบน้ำตามศาสนบัญญัติ (ฆุซลฺ)
ฆุซลฺ จำเป็นต้องล้างให้ทั่วร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ไม่ว่าจะเป็นฆุซลฺเป็นวาญิบ เช่น ฆุซลฺญินาบะฮฺ หรือฆุซลฺมุซตะฮับ เช่น ฆุซลฺญุมุอะฮฺ อีกนัยหนึ่งวิธีการฆุซลฺทั้งหมดเหมือนกัน ยกเว้นเนียต (เจตนา)
การฆุซลฺต้องทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. ฆุซลฺตัรติบียฺ  หมายถึงการทำไปตามลำดับขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการทำสลับกันและหลังจากเนียตฆุซลฺแล้ว
– อันดับแรก ให้ล้างศีรษะและต้นคอ
– อันดับที่สอง  ล้างซีกขวาของร่างกายจนทั่ว*
อายะตุลลอฮฺ อะลี คอเมเนอียฺ  ฆุซลฺตัรตีบียฺล้างซีกขวาก่อนเนื่องจากเป็นอิฮฺติยาฏ (อิซติฟตาอาต คำถามที่ 16)
– อันดับที่สาม ล้างซีกซ้ายของร่างกาย
2.ฆุซลฺอิรติมาซียฺ  หมายถึงเนียตฆุซลฺแล้วดำลงใต้น้ำเพียงครั้งเดียว โดยให้น้ำผ่านร่างกายทั้งหมด
– หรือหลังจากเนียตฆุซลฺแล้วค่อย ๆ ดำไปใต้น้ำโดยให้ร่างกายทั้งหมดอยู่ใต้น้ำ
– หรือดำไปใต้น้ำแล้ว จึงเนียตฆุซลฺหลังจากนั้นให้ขยับตัวเล็กน้อย
คำอธิบาย
การฆุซลฺ สามารถทำได้ 2 วีธี กล่าวคือ ทำแบบตัรตีบียฺและแบบอิรติมาซียฺ
ฆุซลฺตัรตีบียฺ อันดับแรกให้ล้างศีรษะและลำคอ หนังจากนั้นให้ล้างซีกขวาของร่างกาย เมื่อล้างทั่วแล้ว ให้ล้างซีกซ้ายมือต่อไป
ฆุซลฺอิรติมาซียฺ คือ ให้ดำลงน้ำเพียงครั้งเดียว ดังนั้น ถ้าต้องการทำฆุซลฺนี้ต้องมีน้ำเพียงพอที่จะดำลงไปได้

เงื่อนไขเกี่ยวกับฆุซลฺ
1. เงื่อนไขที่ถูกต้องทั้งหมดของวุฎูอฺ ถือเป็นเงื่อนไขที่ถูกต้องของฆุซลฺด้วย ยกเว้นความต่อเนื่อง และไม่จำเป็นต้องล้างจากข้างบนลงสู่ข้างล่าง[9]
2.ถ้ามีฆุซลฺหลายประเภทวาญิบสำหรับตน สามารถเนียตพร้อมกันหลายฆุซลฺและทำในคราวเดียวกัน
3. ผู้ที่ฆุซลฺญินาบะฮฺแล้ว ถ้าต้องการนมาซต้องไม่ทำฎูอฺอีก แต่สำหรับฆุซลฺอื่น ๆ ไม่สามารถนะมาซได้ต้องวุฎูอฺก่อน[10]
4. ก่อนฆุซลฺอิรติมาซียฺ ร่างกายต้องสะอาดแต่ฆุซลฺตัรตีบียฺไม่จำเป็น ดังนั้น ถ้าส่วนใดของร่างกายสกปรกให้ทำความสะอาดส่วนนั้นก่อนและฆุซลฺ ถือว่าเพียงพอ[11]
5.ฆุซลฺแบบมีบาดแผลให้ทำเหมือนกับวุฎูอฺมีบาดแผล แต่อิฮฺติยาฏวาญิบ ต้องทำแบบตัรตีบียฺ[12]
6.บุคคลที่ถือศีลอดวาญิบ ไม่สามารถฆุซลฺอิรติมาซียฺได้ เนื่องจากผู้ถือศีลอดต้องไม่ดำน้ำ แต่ถ้าลืมและได้ฆุซลฺอิรติมาซียฺ ถือว่าถูกต้อง[13]
7. การฆุซลฺ ไม่จำเป็นต้องเอามือลูบให้ทั่วตัว เพียงแค่เนียตฆุซลฺ แล้วน้ำได้ไหลไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย ถือว่าเพียงพอ[14]
8. ประเด็นต่อไปนี้ฆุซลฺบาฏิล (เสีย)
– บางที่ต้องเช่าห้องน้ำอาบน้ำ ซึ่งตั้งใจว่าจะไม่จ่ายค่าเช่าห้องอาบน้ำ และหลังจากฆุซลฺเสร็จเรียบร้อยแล้วแม้ว่าเจ้าของจะยินยอมก็ตาม
– ไม่รู้ว่าเจ้าของห้องอาบน้ำจะยินยอมหรือไม่ แต่ตั้งใจว่าจะแบ่งจ่ายค่าเช่าเป็นงวด และหลังจากฆุซลฺเสร็จเรียบร้อยแล้วแม้ว่าเจ้าของจะยินยอมก็ตาม
– ต้องการเอาเงินฮะรอมหรือเงินที่ยังไม่ได้จ่ายคุมซฺ จ่ายเป็นค่าเช่าห้องอาบน้ำ[15]
9. ขณะฆุซลฺอยู่นั้น ถ้าปัสสาวะหรือผายลมออกมาฆุซลฺ ไม่เสีย แต่ถ้าต้องการนะมาซต้องวุฏูอฺ แม้จะเป็นฆุซลฺญินาบะฮฺก็ตาม[16]
9.การสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง (อิสติมนาอฺ) เป็นฮะรอม ถ้าหากอสุจิได้เคลื่อนออกมาต้องฆุซลฺญินาบะฮฺด้วย[17]
10. เป็นไปได้ที่ผู้หญิงอาจจะฝันเหมือนกับผู้ชาย ดังนั้น ถ้ามั่นใจว่ามีการหลั่งวาญิบต้องฆุซลฺญินาบะฮฺด้วย  แต่ถ้าสงสัยไม่มีสิ่งใดเป็นวาญิบสำหรับเธอ[18]
11. การสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง (อิซติมนาอฺ) เป็นการกระทำที่ฮะรอม ถ้าอสุจิหลั่งออกมาต้องฆุซลฺด้วย[19]
12. หน้าที่ของบุคคลหลังจากฆุซลฺแล้วรู้ว่า ฆุซลฺไม่ทั่วตัวมีบางส่วนที่น้ำไหลไปไม่ถึง
ก. ถ้าเป็นฆุซลฺอิรติมาซียฺ ต้องทำฆุซลฺใหม่อีกครั้ง ไม่ว่าจะรู้บริเวณที่โดนน้ำ หรือไม่รู้ก็ตาม
ข.  ถ้าเป็นฆุซลฺตัรตีบียฺ มี 2 ลักษณะ กล่าวคือ
1. กรณีไม่รู้ว่าบริเวณใดที่น้ำไปไม่ถึง ต้องฆุซลฺใหม่อีกครั้ง
2. รู้ว่าบริเวณใดที่น้ำไปไม่ถึง
– ถ้าเป็นด้านซ้าย ให้ล้างส่วนนั้นใหม่ ถือว่าเพียงพอ
– ถ้าเป็นด้านขวา ให้ล้างส่วนนั้นใหม่และหลังจากนั้นให้ล้างด้านซ้ายอีกครั้ง*
*อายะตุลลอฮฺ อะลี คอเมเนอี  ถือว่าเป็นอิฮฺติยาฏวาญิบ
– ถ้าเป็นศีรษะและคอ ให้ล้างส่วนนั้นหลังจากนั้นให้ล้างด้านขวา และด้านซ้ายตามลำดับ[20]
ความสงสัยเกี่ยวกับฆุซลฺ
1. ถ้าสงสัยในการฆุซลฺ (ไม่รู้ว่าฆุซลฺแล้วหรือยัง) ต้องฆุซลฺใหม่ สำหรับนะมาซที่ผ่านมาแล้ว ถูกต้อง ส่วนนะมาซต่อไปต้องฆุซลฺใหม่อีกครั้ง
2. สงสัยในความถูกต้องของฆุซลฺ (ไม่รู้ว่าทำถูกหรือไม่)
2.1. หลังจากฆุซลฺเสร็จแล้วจึงสงสัย  ไม่ต้องใส่ใจ และให้ถือว่าฆุซลฺถูกต้อง
2.2. สงสัยระหว่างฆุซลฺ (ก่อนที่จะเสร็จ)
3. กรณีที่สงสัยการล้างบางส่วนทางด้านขวา
– ขณะนั้นกำลังล้างด้านซ้ายอยู่ ไม่ต้องสนใจในความสงสัย
– ยังไม่ได้ล้างด้านซ้าย ดังนั้น ให้ล้างส่วนที่สงสัยก่อน เมื่อเสร็จแล้วจึงล้างด้านซ้าย
4. สงสัยการล้างบางส่วนของศีรษะและคอ
–  ถ้ากำลังล้างด้านขวาอยู่ไม่ต้องสนใจในความสงสัยนั้น
– ยังไม่ได้ล้างด้านขวา ดังนั้น ให้ล้างส่วนที่สงสัยก่อนเมื่อเสร็จแล้วจึงล้างด้านขวา และด้านซ้ายตามลำดับ
5. สงสัยบางส่วนของร่างกายว่าเป็นบริเวณภายนอกหรือภายในของร่างกาย เช่น รูจมูก รูหู ไม่จำเป็นต้องล้าง
6. ระหว่างฆุซลฺสงสัยว่า มีบางสิ่งกีดขวางน้ำอยู่บนร่างกายหรือไม่ ถ้าเป็นความสงสัยที่คนส่วนใหญ่ยอมรับ จำเป็นต้องพิสูจน์  แต่ถ้าไม่ก็ไม่จำเป็นต้องค้นหา[21]
ฆุซลฺมัซมัยยิต (สัมผัสผู้ตาย)
1. ถ้าได้สัมผัสร่างคนตายขณะที่ร่างเย็นแล้ว แต่ยังไม่ได้ฆุซลฺมัยยิต จำเป็นต้องฆุซลฺมัซมัยยิต[22]
2.ประเด็นต่อไปนี้เมื่อสัมผัสมัยยิตแล้วไม่ต้องฆุซลฺมัซมัยยิต
– ถ้าผู้ตายชะฮีดในสมรภูมิรบ
– สัมผัสผู้ตายก่อนที่ร่างจะเย็น
– สัมผัสผู้ตายหลังจากฆุซลฺมัยยิตครบ  3 น้ำแล้ว[23]
3. ฆุซลฺมัซมัยยิตเหมือนกับฆุซลฺญินาบะฮฺ แต่ถ้าต้องการนะมาซต้องวุฎูอฺด้วย[24]
ฆุซลฺมัยยิต (การอาบน้ำคนตาย)
1. ทุกครั้งเมื่อผู้ศรัทธาได้เสียชีวิตาลงวาญิบกิฟายะฮฺ สำหรับมุสลิมทุกคนต้องฆุซลฺ กะฟั่น นะมาซมัยยิต และฝังร่างของผู้ตาย แต่ถ้ามีใครสักคนได้ทำหน้าที่นี้แล้ว มุสลิมคนอื่นจะหมดหน้าที่ไปโดยปริยาย[25]
2. วาญิบต้องฆุซลฺ 3 ครั้ง ให้แก่ผู้ตาย
– ฆุซลฺน้ำใบพุทรา
-ฆุซลฺน้ำพิมเสน
-ฆุสซน้ำเปล่า[26]
3. ฆุซลฺมัยยิตเหมือนกับฆุซลฺญินาบะฮฺ อิฮฺติยาฏวาญิบ ถ้าสามารถทำฆุซลฺตัรตีบียฺได้ (ทำไปตามขั้นตอน) อย่าทำฆุซลฺอิรติมาซียฺ
ฆุซลฺเฉพาะสำหรับผู้หญิง
ประจำเดือน ระดูเกินกำหนด และโลหิตหลังคลอดบุตร
1. เลือดที่ไหลหลังการคลอดบุตรเรียกว่า นิฟาซ หรือโลหิตหลังคลอดบุตร มีจำนวนเท่ากับประจำเดือนอย่างน้อย 3 วัน อย่างมากไม่เกิน 10 วัน
2. เลือดที่มาเป็นประจำทุกเดือนเรียกวา ฮัยฎฺ หรือประจำเดือน มีอย่างน้อย 3 วัน และอย่างมากไม่เกิน 10 วัน
3. เลือดที่บางครั้งมาหลังประจำเดือนหมดแล้วเรียกว่า อิสติฮาเฏาะฮฺ   หมายถึงระดูเกินกำหนด มี 3 ชนิด กล่าวคือ
– ชนิดมาก  หมายถึงเมื่อหญิงได้สอดสำลีเข้าไปทางช่องคลอดเพื่อพิสูจน์เลือด เลือดต้องชุ่มสำลีจนเปียกถึงอีกด้านหนึ่ง
– ชนิดปานกลาง  หมายถึงเลือดแค่ชุ่มสำลี แต่ไม่เปียกไปถึงอีกด้านหนึ่ง
– ชนิดน้อย  หมายถึงเลือดแค่เปื้อนสำลีเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับชุ่ม
เงื่อนไขสำหรับหญิงที่มีอิสติฮาเฎาะฮฺ
1. สำหรับอิสติฮาเฏาะฮฺชนิดมาก ต้องฆุซลฺ 3 ครั้ง ครั้งแรกเพื่อนะมาซซุบฮฺ  ครั้งที่สองเพื่อนะมาซซุฮริและอัซริ (กรณีนะมาซรวมกัน) และครั้งที่สามเพื่อนะมาซมัฆริบและอีชา (กรณีนะมาซรวมกัน)  แต่ถ้านะมาซคนละเวลากัน เช่น ซุฮริเวลาหนึ่ง และอัซรฺอีกเวลาหนึ่ง ฉะนั้น ทุก ๆ นะมาซต้องฆุซลฺด้วย
2. อิสติฮาเฏาะฮฺชนิดปานกลาง ถ้าเห็นเลือดก่อนนะมาซซุบฮฺ ให้วุฏูอฺ หลังจากนั้นให้ฆุซลฺ แล้วจึงนะมาซซุฮรฺ   ส่วนนะมาซอื่น ๆ ให้วุฏูอฺเพียงอย่างเดียว ถ้าเห็นก่อนนะมาซซุฮรฺ  ให้วุฏูอฺและฆุซลฺสำหรับนะมาซซุฮรฺ ส่วนนะมาซอื่น ๆ ให้วุฏูอฺเพียงอย่างเดียวและให้ทำอย่างนี้เสมอไป
3. อิสติฮาเฏาะฮฺชนิดน้อย ไม่ต้องฆุซลฺ แค่ชำระล้างบริเวณดังกล่าวให้สะอาด และวุฎูอฺทุกครั้งก่อนที่จะนะมาซ

[1] ตะฮฺรีรุลวะซีละฮฺ เล่มที่ 1 หน้าที่ 36
[2] เล่มเดิม หน้าที่ 36 ข้อที่ 1
[3] เล่มเดิม หน้าที่ 136, อ้ลอุรวะตุลวุซกอ เล่มที่ 1 หน้าที่ 378
[4] เล่มเดิม
[5] เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้อที่ 348
[6] ตะฮฺรีรุลวะซีละฮฺ เล่ม 1 หน้า 38-39
[7] ตะฮฺรีรุลวะซีละฮฺ เล่ม 1 หน้า 38 – 39
[8] อัล อุรวะตุลวุซกอ เล่ม 1 หน้า 288 ข้อที่ 3
[9] เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้อที่ 380
[10] เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้อที่ 391
[11] เล่มเดิม ข้อที่ 372
[12] เล่มเดิม ข้อที่ 339
[13] เล่มเดิม ข้อที่ 371
[14] อิซติฟตาอาต เล่มที่ 1 หน้าที่ 56 คำถามที่ 117
[15] เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้อที่ 381 – 382
[16] อ้างแล้ว ข้อที่ 386
[17] อิซติฟตาอาต เล่มที่ 1 หน้าที่ 51 คำถามที่ 94-95
[18] เล่มเดิม หน้าที่ 50 คำถามที่ 90-91
[19] อิซติฟตาอาต เล่ม 1 หน้า 51  คำถามที่ 94-95
[20] เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้อที่ 369 – 364 – 365
[21] เตาฏีฮุลมะซาอิล ข้อที่ 366, 375, 378, 385, 388
[22] อ้างแล้ว ข้อที่ 521
[23] ตะฮฺรีรุลวะซีละฮฺ เล่ม 1 หน้า 63, เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้อที่ 522,516, อิซติฟตาอาต หน้า 179
[24] เล่มเดิม ข้อที่ 530
[25] เล่มเดิม ข้อที่ 542
[26] เล่มเดิม ข้อที่ 550