แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages
  1. home

  2. article

  3. การเลือกแนวทางศาสนาตรงกับธรรมชาติ

การเลือกแนวทางศาสนาตรงกับธรรมชาติ

คำว่า ฟิตรัฏ อยู่บนรูปของ คิลกัต หมายถึงความรู้สึกต่าง ๆ อันเป็นธรรมชาติที่ปรากฏในตัวมนุษย์ ซึ่งความรู้สึกนี้ไม่ต้องอาศัยครูบาอาจารย์ หรือโค้ชคอยฝึกสอนแต่อย่างใด เป็นความรู้สึกที่มีอยู่ในตัวมนุษย์และมีอยู่ตลอดไปในทุกที่ทุกเวลาและทุกโอกาส ความรู้สึกนี้บางครั้งก็เรียกว่าเป็นอารมณ์ความรู้สึกหรือความต้องการ แต่โดยปกติแล้วความรู้สึกนั้นจะมีอยู่ทั้งในมนุษย์และสัตว์ เช่น ความรู้สึกหิวโหย หรือกระหายเป็นต้น แน่นอน สัญลักษณ์ของธรรมชาติของสิ่งหนึ่งก็คือ ความครอบคลุมของสิ่งนั้น เช่น ความอาลัยรักของมารดาที่มีต่อบุตรของตน
ธรรมชาติ คือ ความรู้สึกหนึ่งที่แฝงอยู่ในตัวมนุษย์โดยไม่ต้องการครูผู้ฝึกสอน มันซ่อนอยู่ในตัวมนุษย์ตั้งแต่เขาถูกสร้างขึ้นมา และจะครอบคลุมเหนือตัวเขาในทุกที่และทุกเวลาหรือทุกการปกครอง
ดังนั้น ไม่ว่าจะตกอยู่ในสภาพเช่นไรท่านก็จะเห็นความรักความผูกพันของมารดาเสมอ
แน่นอน ในบางครั้งอาจมีปัจจัยอื่นเป็นตัวการทำให้ความรู้สึกนั้นหนักหรือเบาลงไปตามลำดับ เนื่องจากความรู้สึกด้านในมีชัยเหนือความรู้สึกอื่น ๆ ดังนั้น ในตัวมนุษย์จึงมีความรู้สึกรักในทรัพย์สินเงินทอง ความสวยงาม และการมีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง ขณะที่แต่ละคนมีความรู้สึกนี้ไม่เท่ากัน บางคนอาจหลงใหลในทรัพย์สินเงินทองถึงกับเอาเงินทองถวายให้ชีวิต หรือบางคนเอาชีวิตถวายแลกกับเงินทองก็มี ดังที่ปรากฏมาแล้วในยุคทมิฬของชนอาหรับที่หลงใหลในเกียรติยศจอมปลอม โดยคิดว่าการมีบุตรสาวเป็นเรื่องอัปรีย์ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของตน จนกลายเป็นสาเหตุทำให้เหล่าบิดาในยุคนั้นถอดทอนความรักออกจากบุตรธิดาของตน พวกเขาจึงได้ฝังบุตรสาวของตนให้ตายทั้งเป็น
ด้วยเหตุนี้ ความหมายของคำว่า ฟิตรัฏ จึงมิได้หมายความว่า ในการกระทำนั้นมนุษย์ต้องติดตามธรรมชาติของตนตลอดเวลา เนื่องจากมีธรรมชาติตั้งมากมายที่ปกคลุมธรรมชาติด้วยกันไว้
หนึ่งในผลพวงของปัญหาเรื่องฟิฏรัต หรือธรรมชิต ก็คือความรู้สึกเป็นเกียรติ ฉะนั้น บุคคลใดก็ตามที่ขับเคลื่อนชีวิตของตนไปบนเขตแดนของธรรมชาติ จะทำให้มีความรู้สึกว่าตนมีความสุข เหมือนมารดาที่กอดบุตรน้อยไว้แนบอกของตน จะมีความรู้สึกว่าอบอุ่นและมีความสุขใจเป็นพิเศษ ถึงแม้ว่าจะเป็นมารดาที่ไม่ค่อยใส่ใจต่อบุตรก็ตาม
แน่นอน ความรู้สึกเหล่านี้ล้วนเป็นผลมาจากฟิฏรัต หรือธรรมชาติของมนุษย์นั่นเอง
ความพิเศษของศาสนา
แน่นอน บัดนี้มนุษย์ผู้มีสติปัญญาทุกคนทราบดีถึงความสำคัญ และความจำเป็นในการมีศาสนา แต่จะขอกล่าวสรุปเป็นประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้
1. ศาสนามีความศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากศาสนาเป็นหลักคำสอนของพระเจ้า และหลักตำสอนของพระเจ้านั้นศักดิ์สิทธิ์
2. ศาสนาต้องสอดคล้องและเข้ากันได้กับธรรมชาติของมนุษย์ตามกล่าวไปแล้ว
3. ศาสนาต้องสอดคล้องและไม่ขัดกับสติปัญญา
4. ศาสนาต้องต้องครอบคลุมสมบูรณ์ หมายถึงหลักคำสอนของศาสนาต้องครอบคลุมทุกแง่ทุกมุมของชีวิต นับตั้งแต่เกิดจนกระทั่งหลังความตาย คำสอนของศาสนาต้องกล่าวตักเตือนมนุษย์ถึงหน้าที่ความรับผิดชอบ การงานต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องปฏิบัติ และละทิ้ง
อัล-กุรอาน หลายร้อยโองการ พร้อมทั้งรายงานอีกจำนวนมากจากบรรดาอิมามผู้นำผู้บริสุทธิ์ ได้กำหนดภารกิจหน้าที่ของมนุษย์ทีมีต่อพระเจ้า สังคม ครอบครัว มิตรสหาย เพื่อนร่วมงาน สิ่งแวดล้อม และหน้าที่ของตนกับสรรพสัตว์ เช่น มารยาทในการเลือกภรรยาหรือคู่ครอง พิธีแต่งงาน ช่วงเวลาขณะตั้งครรภ์มารดาสมควรรับประทานหรืองดเว้นอาหารประเภทใด ช่วงเวลาขณะคลอด การเลือกชื่อให้บุตรธิดา การจัดพิธีโกนผมไฟ การสวมใส่ประเภทเสื้อผ้า อาหารของทารก การนอพักผ่อน ร้องไห้ หน้าที่ของบิดามารดา ความเอ็นดูต่อทารก การอบรมสั่งสอน ช่วงเวลาที่ย่างเข้าสู่การเป็นวัยรุ่น เยาวชน ผู้ใหญ่ แก่ชรา ป่วยไข้ และตายจากไป
อิมามอะลี (อ.) เขียนจดหมายสั่งเจ้าหน้าที่ ที่มีหน้าที่รวบรวมทานบังคับ (ซะกาต) เป็นจดหมายฉบับที่ 25 ซึ่งบันทึกไว้ในนะฮฺญุลบะลาเฆาะฮฺความว่า เมื่อเจ้าเดินทางกลับจากการเก็บรวบรวมทานบังคับ และต้องการขี่หลังสัตว์พาหนะ เจ้าจงใส่ใจและให้ความยุติธรรมแก่สัตว์ด้วย แน่นอน ศาสนาที่ครอบคลุมสมบูรณ์นั้นย่อมให้ความยุติธรรมแม้กรทั่งการขี่สัตว์เดรัจฉานที่เป็นพาหนะ
รายงานหนึ่งกล่าวว่า ขณะที่สูเจ้ารีดน้ำนมจากแม่วัวเจ้าจงให้ความยุติธรรมและจงเหลือน้ำนมไว้ให้ลูกวัวด้วย
เฉพาะเรื่องเสื้อผ้ามีรายงานจำนวนมากจากบรรดาอิมามผู้บริสุทธิ์ (อ.) ที่กล่าวถึงการเลือกเสื้อผ้า สีสัน เนื้อผ้า ความสะอาดตามหลักอานามัย การทอ ตัดเย็บ และ อื่น ๆ
5. ศาสนาต้องมีแหล่งกำเนิดมาจากวะฮฺยู (วิวรณ์) มิใช่มาจากอำนาจใฝ่ต่ำ อารมณ์ มีการกำหนด หรือปล่อยเสรีตามอำเภอใจ หรือมาจากพรรค หรือกลุ่มชนที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งโดยหลักการแล้วหลักคำสอนของศาสนาต้องมาจากวิวรณ์ของพระผู้เป็นเจ้าอย่างเดียว