แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages

การเฮเบะฮฺ
1- ความหมายของ เฮเบะฮฺ คืออะไร
2- หลักเกณฑ์ของการ เฮเบะฮฺ
3- เงื่อนไขถูกต้องของการ เฮเบะฮฺ
4- การเนียต กุรบัต ในการ เฮเบะฮฺ
5- ประเภทของ อักดฺ ในการ เฮเบะฮฺ
6- กรณีของการไม่อนุญาตให้ยกเลิก หรือเพิกถอน หรือเอาทรัพย์คืน
7- กฎเกณฑ์ของการเลิกล้มการเฮเบะฮฺ
1- ความหมายของ เฮเบะฮฺ คืออะไร
การเฮเบะฮฺ หมายถึงการมอบหรือยกทรัพย์สินของตนให้เป็นของคนอื่น หรือการให้ด้วยความเสน่หา โดยไม่มีสิ่งแลกเปลี่ยนใด ๆ ทั้งสิ้น หรือเป็นการตกลงกันว่า ฉันยกทรัพย์สินนี้ให้คุณด้วยความพอใจ ซึ่งต้องมีการนำเสนอ ที่เรียกว่า อีญาบ และต้องมีการตอบรับคือ การกะบูล ซึ่งตรงนี้จะเอ่ยด้วยคำพูดใดก็ได้ ที่บ่งบอกให้เห็นถึงวัตถุประสงค์ดังกล่าว คือ การยกมอบทรัพย์สินให้แก่กันและกัน
ฉะนั้น การเฮเบะฮฺ จึงเป็นนิยามหนึ่งใน ฟิกฮฺอิสลาม อันหมายถึง อักดฺตัมลีกมาลี  ข้อตกลงยกทรัพย์สินของตน ให้เป็นของคนอื่น
2- หลักเกณฑ์ของการ เฮเบะฮฺ
ผู้ที่ยกทรัพย์สินของตนให้เป็นของคนอื่น เรียกว่า “วาฮิบ” ส่วนผู้ที่ถูกยกให้เรียกว่า “เมาฮูบุน ละฮฺ” ส่วนทรัพย์ที่ยกให้เรียกว่า “อัยนุน เมาฮูบุน” และต้องมีการการอ่าน อักดฺ อีญาบและกะบูน และทรัพย์ที่จะยกให้
3- เงื่อนไขถูกต้องของการ เฮเบะฮฺ
การ เฮเบะฮฺ  ที่ถูกต้อง ๆ มีเงื่อนไขของ การมอบและรับมอบทรัพย์ ดังนั้น ถ้าหลังจากมีการนำเสนอ หรืออีญาบเฮเบะฮฺแล้ว และก่อนที่จะมีการมอบ หรือรับทรัพย์สินอย่างเป็นรูปธรรม ผู้ยกทรัพย์สินให้ หรือผู้รับทรัพย์เฮเบะฮฺ คนหนึ่งคนใด หรือทั้งสองเสียชีวิตลง อักดฺเฮเบะฮฺ เป็นอันยกถูกยกเลิก ซึ่งทรัพย์สินนั้นจะตกไปเป็นของ ทายาทผู้ยกให้ หรือตกเป็นของ วาฮิบ เหมือนเดิม ฉะนั้น เมื่อมีการเฮเบะฮฺเกิดขึ้นแล้ว นับจากเวลาที่มีการตกลงกันจนถึงวันมอบทรัพย์ ทั้งสองต้องมีชีวิตอยู่  ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิตลง การเฮเบะฮฺ เป็นอันสิ้นสุดลง
อนึ่ง การมอบและการรับมอบทรัพย์เฮเบะฮฺ อันเป็นรูปธรรมหมายถึง การระบุให้รู้เป็นที่แน่ชัดว่า ทรัพย์สินส่วนไหน หรืออันไหนที่ยกให้ เช่น บิดาหรือมารดา จะเฮเบะฮฺ ทรัพย์บางอย่างแก่บุตรของตน ต้องรู้ว่าเป็นบ้านหลังใด หรือพื้นดินแปลงใดอยู่ตรงไหน หรือทรัพย์อันใด
ผู้ที่ยกทรัพย์ให้คนอื่น ต้องเป็นบุคคลที่มีทรัพย์เป็นของตนเอง ต้องมีสติสัมปชัญญะ ต้องบรรลุนิติภาวะตามศาสนบัญญัติ และตั้งใจที่จะยกทรัพย์สินของตนให้คนอื่น ฉะนั้น ไม่อนุญาตยกทรัพย์สินของคนอื่น ให้ผู้อื่นเด็ดขาด นอกจากนี้แล้ว ผู้ที่รับมอบทรัพย์สิน เมื่อตอบรับแล้ว ต้องรับมอบทรัพย์หรือใช้ประโยชน์จากทรัพย์นั้น ดังนั้น ถ้า ผู้รับมอบเป็นเด็ก หรือวิกลจริต ผู้ปกครองจะต้องเป็นผู้รับมอบแทน

4- การเนียต กุรบัต ในการ เฮเบะฮฺ
การเฮะบะฮฺ ไม่จำเป็นต้องเนียต กุรบัต เช่น เนียตว่า ข้าพเจ้าขอเฮเบะฮฺทรัพย์สินนี้ให้แก่ นาย ก.หรือนาย ข. กุรบะตันอิลัลลอฮฺ แต่ถ้ามีเจตนาว่า มุ่งหวังความใกล้ชิดต่ออัลลอฮฺ จะเป็นการดีกว่า และจะได้รับผลบุญมากกว่า (จากหนังสือ ตะฮฺรีรุลวะซีละฮฺ เล่ม 2 หน้า 56 ข้อ 1, ข้อ 3, และหน้า 57 ข้อ 7)
5- ประเภทของ อักดฺ ในการ เฮเบะฮฺ
อักดฺ ในการเฮเบะฮฺนั้น อนุญาตให้อักดฺได้ทุกชนิด กล่าวคือ เมื่อใดก็ตามที่ผู้ยกทรัพย์ให้ (วาฮิบ) ต้องการ เขาสามารถยกเลิกการเฮเบะฮฺได้ตลอดเวลา และนำเอาของ ฮะดียะฮฺ ของตนกลับคืนมา ถึงแม้ว่าผู้รับมอบ หรือผู้ที่ถูกยกทรัพย์ให้จะไม่พอใจก็ตาม
แต่ในบางกรณีได้รับการยกเว้นเอาไว้เป็นพิเศษ กล่าวคือ เมื่อยกทรัพย์สินให้กับคนบางกลุ่มแล้ว ไม่อาจยกเลิกการเฮเบะฮฺ หรือนำเอาทรัพย์ที่ให้เป็นของกำนัล ฮะดียะฮฺ กลับคืนมาได้อีก
6- กรณีของการไม่อนุญาตให้ยกเลิก หรือเพิกถอน หรือเอาทรัพย์คืน
1- การเฮเบะฮฺนั้น ควรมีสิ่งแลกเปลี่ยน กล่าวคือ ผู้ที่ได้รับมอบทรัพย์ ควรมีของกำนัลเป็นการแลกเปลี่ยน กับของกำนัลที่ผู้ยกมอบทรัพย์สินให้แก่ตน ซึ่งเราเรียกสิ่งนี้ว่า เฮเบะฮฺ มุเอาวิเฎาะฮฺ
2- ระหว่าง วาฮิบ ผู้ยกมอบทรัพย์ กับ เมาฮูบุล ละฮฺ ผู้รับมอบ ต้องเป็นญาติทางสายเลือด มิใช่ญาติทางสาเหตุอื่น เช่น เป็นญาติกัน เนื่องจากการสมรสเป็นต้น ฉะนั้น ถ้าเฮเบะฮฺ ทรัพย์ให้กับญาติสนิท เช่น ยกทรัพย์สินให้กับ บุตร ธิดา พี่หรือน้องสาว พี่หรือน้องชาย ลุง ป้า น้า อา สามี หรือภรรยา ไม่สามารถยกเลิก หรือเอาทรัพย์กลับคืนได้อีก
3- วาฮิบ ผู้ยกมอบทรัพย์ได้ตั้งเจตนาเพื่อ ความใกล้ชิดต่ออัลลอฮฺ (กรณีนี้ถือว่าเป็น เฮเบะฮฺมุเอาวะเฎาะฮฺ ไปแล้ว กล่าวคือ ในการแลกกับการเฮเบะฮฺของตน ตนได้รับผลบุญจากอัลลอฮฺ เป็นการตอบแทนแล้ว)
4- ทรัพย์ที่ถูกยกให้ ยังคงเหลืออยู่ หรือผู้รับมอบทรัพย์ยังคงใช้ประโยชน์จากทรัพย์นั้นหรือไม่ก็ตาม
5- ผู้ที่ถูกยกทรัพย์ให้ได้เปลี่ยนแปลงทรัพย์นั้น เช่น ขาย หรือยกให้คนอื่น ก็ไม่สามารถเอาคืนได้
6- ผู้ที่ยกให้หรือผู้ถูกยกให้คนหนึ่งคนใดเสียชีวิต
7- กฎเกณฑ์ของการเลิกล้มการเฮเบะฮฺ หรือเอาทรัพย์คืน
แม้ว่า ในบางกรณี จะอนุญาตให้เอาทรัพย์สินคืนได้ก็ตาม กระนั้น วาฮิบ ผู้ยกให้ก็ไม่สมควรเอาคืน เนื่องจาก การเอาของ ฮะดียะฮฺ คืนเป็นการกระทำที่หน้ารังเกียจมาก และไม่เป็นที่ยอมรับในหมู่ประชาชน รายงานจากท่านศาสดา (ซ็อลฯ) กล่าวว่า مَنْ رَجَعَ فی هِبَتِهِ فَهُوَ کَالرَّاجِعِ فی قَیْئِهِ “บุคคลใดเอาของฮะดียะฮฺ กลับคืน ประหนึ่งบุคคลที่กำลังกลืนกินสิ่งที่ตนอาเจียนออกไปแล้ว อีกครั้ง”
8- สามารถนำเอาทรัพย์เฮเบะฮฺ กลับมาเป็นมรดกได้หรือไม่
สมมติว่า นาย ก. ยกบ้านหลังหนึ่งให้ นาย ข. และหลังจากมอบของกันแล้ว นาย ก. ถึงแก่กรรม กรณีนี้บุตรหรือทายาทของ นาย ก.ไม่สามารถนำเอาบ้านที่เป็นเฮเบะฮฺแล้ว กลับมาเป็นมรดกได้อีก และถึงแม้ว่าทั้งผู้ให้และผู้รับจะตายจากโลกนี้ไปแล้วก็ตาม ทรัพย์เฮเบะฮฺนั้น ก็ไม่อาจกลับมาเป็นมรดกของทายาทผู้ให้ได้
9- ขณะอ่านอักดฺเฮเบะฮฺ สามารถกำหนดเงื่อนไขได้หรือไม่ว่า ผู้ให้ไม่สามารถนำทรัพย์กลับคืนได้อีก
ไม่สามารถกระทำได้ เพราะสิทธิในการเอาทรัพย์คืนนั้น มิได้หมดสภาพไปแต่อย่างใด ยกเว้นในกรณีที่เป็นญาติสนิทเท่านั้น
10- สมมติว่า เจ้าหนี้ ยกหนี้ให้ลูกหนี้แล้ว สามารถเอาคืนได้ไหม
ไม่ได้ เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิ์กระทำเช่นนั้น ทำนองเดียวกัน บุคคลใดก็ตาม เซาะดะเกาะฮฺ (บริจาค) ทานแก่คนอื่น เขาก็ไม่สามารถ เอากลับคืนได้
11- การเฮเบะฮฺ ทรัพย์สิน จำเป็นต้องลงลายมือชื่อ เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการหรือไม่
ตรงนี้แบ่งทรัพย์ออกเป็น 2 ส่วน อสังหาริมทรัพย์ กับสังหาริมทรัพย์ กรณีที่เป็นสังหาริมทรัพย์ ทรัพย์ที่เคลื่อนย้ายได้ เช่น สร้อยมือ แหวน เงินสด และอื่นๆ ถึงแม้ว่าจะมีความเห็นไม่ตรงกัน ก็ไม่จำเป็นต้องลงลายมือชื่อเป็นลายลักษณ์อักษรแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะมีสิทธิ์กระทำเช่นนั้นก็ตาม  แต่กรณีที่เป็น อสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน หรือที่ดิน ที่มีการลงเป็นลายลักษณ์อักษร จำเป็นต้องมีการลงนามเป็นหลักฐานสำคัญ