แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages
  1. home

  2. article

  3. ขั้นตอนการรู้จักอัล-กุรอาน

ขั้นตอนการรู้จักอัล-กุรอาน

อัล-กุรอานกะรีมเปรียบเสมือนเป็นสำรับอาหารที่ทรงคุณค่ายิ่งของพระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงเชิญชวนแขกผู้มีเกียรติทุกท่านสู่สำรับอาหารของพระองค์ และให้ใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดเท่าที่มีความสามารถ แต่ละคนสามารถได้รับประโยชน์จากอัล-กุรอานตามความสามารถและการขวนขวายของตน
การชี้นำ (ฮิดายะฮฺ) ของอัล-กุรอานเป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งบางขั้นตอนเป็นการชี้นำสำหรับคนทั่วไป และบางขั้นตอนของการชี้นำสำหรับบุคคลที่มีเงื่อนไขเฉพาะเจาะจงพิเศษเท่านั้น
บางครั้งอาจกล่าวได้ว่า อัล-กุรอานถูกประทานลงมาเพื่อชี้นำทางมนุษย์ทั้งหมด เพื่อให้ประชาชนทั้งหลายได้เข้าสู่ภายใต้ร่มเงาแห่งการชี้นำของอัล- กุรอาน กล่าวว่า เพื่อชี้นำมวลมนุษยชาติ (อัล-กุรอาน ซูเราะฮฺบะเกาะเราะฮฺ / 185)
บางครั้งอาจกล่าวได้ว่า อัล-กุรอานถูกประทานลงมาเพื่อชี้นำกลุ่มชนที่เฉพาะเจาะจงพิเศษ หมายถึงการได้รับการชี้นำขั้นสูงสุดของอัล-กุรอาน เช่น กลุ่มชนที่มีความยำเกรง อัล-กุรอานกล่าวว่า เพื่อชี้นำมวลผู้มีความยำเกรง (อัล-กุรอาน ซูเราะฮฺบะเกาะเราะฮฺ / 185) กลุ่มชนที่มีความดีงาม อัล-กุรอาน กล่าวว่า เพื่อชี้นำและเป็นการเมตตาแก่บรรดาผู้กระทำความดี (อัล-กุรอาน ซูเราะฮฺลุกมาน / 3)
ในบางครั้งบางกลุ่มชนใช้ประโขชน์จากความหมายภายนอก หรือเพียงแค่มองไปยังอัล-กุรอานเท่านั้น แต่บางกลุ่มชนได้พิจารณาไตร่ตรองและเข้าไปสู่การอธิบายความหมายที่ลึกซึ้งของอัล-กุรอาน
เล่มสื่อเล่มที่อยู่ตรงหน้าท่านผู้อ่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย พยายยามรวบรวมขั้นตอนที่ง่ายที่สุด และรวบรัดเพื่อสร้างความเข้าใจและได้รับประโยชน์มากที่สุดจากอัล-กุรอาน ที่สำคัญที่สุดเพื่อเป็นบันไดก้าวไปสู่การชี้นำขั้นสูงสุดของอัล- กุรอาน เพื่อที่ว่าตัวเราจะได้กลายเป็นชาวอัล-กุรอาน
1. การมองไปยังอัล-กุรอาน
ขั้นตอนแรกในการรู้จักอัล-กุรอาน หรือคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์แห่งพระผู้เป็นเจ้าคือ การมองไปยังคัมภีร์เป็นขั้นตอนที่ง่ายที่สุดสำหรับการได้รับประโยชน์จากอัล-กุรอาน เนื่องจากอัล-กุรอานนั้นเป็นรัศมี กล่าวว่า มนุษยชาติทั้งหลาย แน่นอนได้มีหลักฐานจากพระผู้อภิบาลของพวกเจ้ามายังพวกเจ้าแล้ว และเราได้ให้แสงสว่าง อันชัดแจ้งลงมายังพวกเจ้าด้วย (อัล-กุรอาน ซูเราะฮฺบะเกาะเราะฮฺ / 185) และการมองไปยังอัล-กุรอานเป็นอิบาดะฮฺ ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) กล่าวว่า การมองไปยังเล่มของอัล-กุรอาน หมายถึงหน้ากระดาษของอัล-กุรอานเป็นอิบาดะฮฺ (บิฮารุลอันวาร เล่ม 89 หน้า 199)
แม้กระทั่งผู้ท่องจำอัล-กุรอานยังได้รับคำแนะนำว่าให้มองไปยังอัล-กุรอานขณะอ่าน (อุซูลกาฟียฺ เล่ม 2 หน้า 449 พิมพ์ที่มักตะบะตุลอิสลามียะฮฺ เตหะราน 1388 สุริยคติ)
ขั้นตอนดังกล่าวได้ครอบคลุมการได้รับประโยชน์จากอัล-กุรอานทั้งผู้ที่มีความรู้ และไม่มีความรู้ และยังเป็นแนวทางสำหรับบุคคลที่ยังไม่สามารถอ่านอัล-กุรอาน ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวตามความเป็นจริงแล้วอวัยวะทุกส่วนบนร่างกายต่างได้รับประโยชน์จากอัล-กุรอานทั้งสิ้น เช่น สายตาได้รับประโยชน์จากการมองไปยังอัล-กุรอาน

2. การฟังอัล-กุรอาน
ขั้นตอนที่สองสำหรับการได้รับประโยชน์จากอัล-กุรอานคือ ขณะที่อ่านอัล-กุรอานให้ฟังด้วยความตั้งใจ และใคร่ครวญในความหมาย
อัลลอฮฺ (ซบ.) ตรัสว่า เมื่ออัล-กุรอานถูกอ่านขึ้น จงสดับฟังอัล-กุรอานเถิด และจงนิ่งเงียบ เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับการเอ็นดูเมตตา (อัล-กุรอาน ซูเราะฮฺ อัล อะอฺรอฟ /204)
وَإِذَا قُرِىءَ الْقُرْآنُ فَاسْتَمِعُواْ لَهُ وَأَنصِتُواْ لَعَلَّكُمْ تُرْحَمُونَ
คำว่า (انصتوا) มาจากคำว่า (انصات) หมายถึง การนิ่งเงียบที่ควบคู่กับการฟังด้วยความตั้งใจ (ตัฟซีรเนะมูเนะฮฺ เล่ม 7 หน้า 70)
การนิ่งเงียบในทุกที่หรือทุกสถานการณ์เพื่อฟังอัล-กุรอานเป็นมุซตะฮับ (อิซติฟตาอาตกุรอาน หน้า 147) ส่วนในนมาซญะมาอะฮฺการฟังอิมามอ่านอัล-กุรานของมะอฺมูม (ผู้นมาซตาม) เป็นวาญิบ (ตัฟซีรเนะมูเนะ เล่ม 7 หน้า 70 / 72) คำว่า อิซติมาอฺ หมายถึง การฟังด้วยความตั้งใจ หรือฟังอย่างมีอารมณ์ความรู้สึก มีความหมายเหมือนกับคำว่า อัซฆออฺ (มุฟรอดาต รอฆิบ เอซฟาฮานียฺ หมวดคำว่า ซัมอฺ)
คำว่า อัซฆออฺ แตกต่างกับคำว่า ซะมาอฺ หมายถึง การฟังผ่านเพียงอย่างเดียว หรือการฟังโดยปราศจากการใคร่ครวญ (ในเชิงภาษาอาหรับ คำว่า อิซติมาอฺ มาจากรูปกริยาของ อิซติอาล หมายถึง การทำให้เกิดความยากลำบาก ตรงนี้จึง หมายถึง การฟังด้วยความตั้งใจ หรือฟังโดยการใคร่ครวญ เหมือนความแตกต่างของคำว่า กะซะบะ กับ อิกติซาบ)
อัล-กรุอานโองการดังกล่าวได้กำหนดหน้าที่ 2 ประการให้กับเรา กล่าวคือ
1. การนิ่งเงียบเมื่อได้ยินหรืออ่านพจนารถของอัลลอฮฺ (ซบ.) ซึ่งเป็นปฐมบทของการ อิซติมาอฺ (ฟังด้วยความตั้งใจ)
2. ให้ฟังด้วยความตั้งใจ หมายถึง การใค่รครวญในความหมายและสาระของโองการ ท่านอิมามซัยนุลอาบิดีน (อ.) กล่าวว่า บุคคลใดก็ตามฟังพจนารถคำหนึ่ง โดยที่ตนไม่ได้เป็นผู้อ่าน อัลลอฮฺ ทรงบันทึกความดีให้แก่เขา และลบล้างบาปหนึ่งออกจากเขา พร้อมทั้งยกฐานันดรของเขาให้สูงขึ้นไปขั้นหนึ่ง (อุซูลกาฟียฺ เล่ม 2 หน้า 448)
ข้อควรพิจารณา ขั้นตอนนี้ครอบคลุมทุกคนในสังคม แม้กระทั่งบุคคลที่ไม่สามารถอ่านอัล-กุรอานได้ ก็สามารถฟังความสัจจริงของอัล-กุรอานได้ด้วยจิตใจบริสุทธิ์
3. การอ่านอัล-กุรอาน
ขั้นตอนที่สามสำหรับการได้รับประโยชน์จากอัล-กุรอานคือ การอ่านอัล- กุรอานจากตัวอัล-กุรอาน หมายถึง การอ่านคำและประโยคของอัล-กุรอาน โดยไม่เข้าใจในความหมาย การอ่านอัล-กุรอานสามารถร่วมกับขั้นตอนอื่น เช่น การมองไปยังอัล-กุรอาน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ครอบคลุมบุคคลทั่วไปในสังคม
สำหรับบุคคลที่เข้าใจและไม่เข้าใจในความหมายภาษาอาหรับ การอ่านอัล-กุรอานถือเป็นขั้นตอนแรกสำหรับการเรียนรู้ ริวายะฮฺจำนวนมากมายแนะนำให้มุสลิมทั้งหลายปฏิบัติเช่นนั้น
ท่านอิมามซอดิก (อ.) กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ดีสำหรับมวลผู้ศรัทธาทั้งหลาย ก่อนที่จะอำลาจากโลกไปควรเรียนรู้อัล-กุรอาน หรืออยู่ในขั้นตอนของการเรียนรู้ (บิอารุลอันวาร เล่ม 92 หน้า 182)
ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) กล่าวว่า บุคคลที่ดีที่สุดในหมู่พวกเจ้าคือ ผู้ที่เรียนรู้อัล-กุรอานและสอนให้แก่บุคคลอื่น
ในขั้นตอนนี้เองจึงได้มีคำแนะนำให้อ่านอัล-กุรอานด้วยเสียงที่ไพเราะ เป็นจังหวะไปตามความหมาย กวดขันเรื่องหลักการอ่าน (ตัจญฺวิด) และการออกเสียงสำเนียงให้ถูกต้องตามฐานที่เกิดเสียง (อ้างแล้ว เล่มเดิม หน้า 186)
ข้อควรพิจารณา แม้ว่าขั้นตอนดังกล่าวจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการรู้จัก และการมักคุ้นกับอัล-กุรอานก็ตาม แต่จะต้องไม่เพียงพอหรือหยุดการรู้จักอัล-กุรอานอยู่เพียงแค่ขั้นตอนนั้น ทว่าขั้นตอนดังกล่าวเป็นบันไดที่จะนำไปสู่ขั้นตอนที่สูงกว่าต่อไป
4. การอ่านอัล-กุรอาน (การศึกาษาพร้อมกับการอ่าน)
การอ่านอัล-กุรอาน เป็นขั้นตอนหนึ่งสำหรับการรู้จักอัล-กุรอาน โองการจำนวนมากมายได้กล่าวแนะนำถึง การอ่านอัล-กุรอานไว้ เช่น กล่าวว่า ดังนั้นพวกเจ้าจงอ่านอัลกุรอานตามแต่สะดวกเถิด (อัล-กุรอาน ซูเราะฮฺ มุซัมมิล 20)
กะรออัต เป็นขั้นตอนหนึ่งของการอ่าน ซึ่งประเด็นดังกล่าวถ้าหากสังเกตุการใช้คำตามสำนวนภาษาอาหรับของคนอาหรับทั่ว ๆ ไป กับความหมายในเชิงของนักภาษาศาสตร์จะได้รับบทสรุปดังนี้
การใช้สำนวนของคนอาหรับทั่วไป เช่น มีผู้กล่าวว่า กะเราะตุลกิตาบะ ฉันได้อ่านจดหมายของเขาแล้ว หมายถึง เป็นการอ่านที่พร้อมกับสร้างความเข้าใจในเนื้อความของจดหมาย เขาจึงพูดว่า ฉันอ่านแล้ว
มุฟเราะดาต รอฆิบ เอซฟาฮานียฺ กล่าวว่า กะรออัต หมาถึงการอ่านที่คำหรือประโยคให้มีความสอดคล้อง หรือเรียงกันไปอย่างเป็นระเบียบ (มุฟเราะดาต รอฆิบ เอซฟาฮานียฺ หมวดคำว่า ดะรออัต)
ดังนั้น จะสังเกตุเห็นว่า ความเป็นระเบียบตามขั้นตอนมีบทบาทอย่างมากในการอ่าน และมีผลต่อการสร้างความเข้าใจ อีกทั้งมีผลต่อจิตใจของผู้อ่านอย่างยิ่ง
ริวายะฮฺจำนวนมากเมื่อกล่าวถึง การกะรออัต จะกล่าวว่า ขณะที่พวกเจ้ากำลังอ่านอัล-กุรอาน (กะรออัต) เท่ากับกำลังห้ามพวกเจ้า ถ้าไม่ได้ห้ามพวกเจ้า เท่ากับพวกเจ้าไม่ได้อ่าน (มีซานุลฮิกมะฮฺ เล่ม 8 หน้า 90)
หมายถึง การอ่านที่แท้จริงคือ การอ่านทีมีผลต่อจิตใจ ปรับเปลี่ยนการกระทำของมนุษย์ และห้ามปรามเขามิให้ทำบาป
ซึ่งสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ อ่านอัล-กุรอานพร้อมกับสร้างความเข้าใจในความหมายและเรื่องราวที่อัล-กุรอานกำลังกล่าวถึง
อัล-กุรอาน ซูเราะฮฺ มุซัมมิล โองการที่ 20 ที่กล่าวว่า ดังนั้นพวกเจ้าจงอ่านอัลกุรอานตามแต่สะดวกเถิด ท่านอิมามริฎอ (อ.) อธิบายว่า ให้อ่านเท่าที่เจ้ามีจิตใจนอบน้อม และภายในมีความสงบมั่น (มัจมะอุลบะยาน ตอนอธิบายโองการดังกล่าว)
ข้อควรพิจารณา ทุกวันนี้ที่มีการอ่านอัล-กุรอานตามงานและพิธีกรรม ต่าง ๆ ถือว่าเป็นการนำเสนอวิธีการอ่านอัล-กุรอานเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นเพียงนิยามหนึง และจากสิ่งที่กล่าวมาทำให้เข้าใจได้ว่า นิยาม ดังกล่าวนอกเหนือไป จากความหมายในเชิงภาษา และการอ่านอัล-กุรอาน
5. ตัรตีลกุรอาน
อัล-กุรอานกะรีมได้กล่าวถึง การตัรตีล ซ้ำหลายครั้งด้วยกัน ซึ่งการตัรตีลจัดว่าเป็นหนึ่งในขั้นตอนของการรู้จักอัล-กุรอาน เช่น อัล-กุรอานกล่าวว่า
أَوْ زِدْ عَلَيْهِ وَرَتِّلِ الْقُرْآنَ تَرْتِيلًا
หรือมากกว่านั้น และจงอ่านอัลกุรอานช้า ๆ เป็นจังหวะ (ชัดถ้อยชัดคำ) (อัล-กุรอาน ซูเราะฮฺ อัลมุซซัมมิล / 4)
คำว่าตัรตีล ( ترتيل) มาจากคำว่า (رتل) หมายถึง ความเป็นระเบียบ ประสานเข้าด้วยกัน การได้รับกฎระเบียบของสิ่งหนึ่งจากแนวทางที่ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งใด หรือการขับคำออกจากปากด้วยความง่ายดายและถูกต้อง การอ่านออกเสียงเป็นจังหวะ เหล่านี้เรียกว่า การตัรตีล (มุฟรอดาต รอฆิบ เอซฟาฮานียฺ หมวดคำว่า เราะตะละ)
ตัฟซีร เนะมูเนะฮฺ กล่าวว่า ตัรตีล (อ่านอย่างเป็นจังหวะ) ตามความหมายของรากศัพท์เดิมหมายถึง การจัดระเบียบ หรือจัดจังหวะ ในที่นี้หมายถึง การอ่านอัล-กุรอานอย่างเป็นจังหวะด้วยท้วงทำนองที่ไพเราะ พร้อมกับการออกเสียงอักษรบนฐานเสียงที่ถูกต้อง การอธิบายคำและใคร่ครวญในความหมายของโองการ ตลอดจนการไตร่ตรองในบทสรุป
ท่านอิมามซอดิก (อ.) อธิบายถึงการตัรตีล (อ่านอย่างเป็นจังหวะ) ว่า เมื่ออ่านโองการผ่านไปถ้าในโองการนั้นกล่าวถึงสวรรค์ ให้หยุดและทูลขอสรวงสวรรค์จากพระองค์ (ให้สร้างตนเองเพื่อสวรรค์) แต่ถ้าโองการที่อ่านผ่านไปกล่าวถึงนรกและการลงโทษ ให้หยุดและขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้ตนรอดพ้นและห่างไกลจากสิ่งเหล่านั้น (ตัฟซีร เนะมูเนะฮ เล่มที่ 25 ตอนอธิบาย ซูเราะฮฺ อัลมุซซัมมิล / 4)
อีกนัยหนึ่งการอ่านอย่างเป็นจังหวะ (ตัรตีล) ซึ่งมีองค์ประกอบ 2 ประการ หรือมี 2 ขั้นตอนดังนี้
1. ตัรตีลลัฟซียฺ หมายถึง การออกอักษรบนฐานเสียงที่ถูกต้อง การกวด ขันเรื่องการหยุด การไม่อ่านข้าม และความต่อเนื่องในการอ่าน
2. ตัรตีลมะอฺนะวียฺ หมายถึง การใคร่ครวญในโองการและคิดว่าตนคือบุคคลที่อัล-กุรอานกำลังกล่าวถึง กล่าวคือ ข้อแนะนำต่าง ๆ ที่อัล-กุรอานกำลังแจ้งอยู่นั้นหมายถึงตน และมอบหมายการบำบัดความเจ็บปวดทั้งหมดของตนด้วยโองการต่าง ๆ ของพระองค์ (มีซานุลฮิกมะฮฺ เล่ม 8 หน้า 87)
มีริวายะฮฺอีกมากมายที่กล่าวถึงเรื่องการ อ่านตัรตีล
ข้อควรพิจารณา ทุกวันนี้ที่มีการอ่านอัล-กุรอานตามงานและพิธีกรรม ต่าง ๆ ในรูปแบบของตัรตีล ถือว่าเป็นการนำเสนอวิธีการอ่านอัล-กุรอานในแนวทางใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นเพียงนิยามหนึง และจากสิ่งที่กล่าวมาทำให้เข้าใจได้ว่า นิยาม ดังกล่าวนอกเหนือไปจากความหมายในเชิงภาษาของอัล-กุรอาน และริวายะฮฺ ตัรตีลตามความหมายที่กล่าวมานอกเหนือไปจาก การตัรตีลที่สังคมเข้าใจ
ข้อควรพิจารณา ความแตกต่างของการอ่านตัรตีลกับกะรออัตคือ กะรออัตเน้นเรื่องการอ่านอัล-กุรอาน โดยใคร่ครวญในความหมายและผลที่จะเกิดกับจิตใจ ส่วนการอ่านแบบตัรตีลเน้นเรื่องจังหวะทำนอง การออกเสียงและกวดขันเรื่องการหยุด พร้อมทั้งมีการใคร่ครวญเพื่อสร้างความสงบแก่จิตใจ