แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages
  1. home

  2. article

  3. ชายผู้หนึ่งซึ่งขอความช่วยเหลือ

ชายผู้หนึ่งซึ่งขอความช่วยเหลือ

เมื่อเขานั่งนึกทบทวนถึงความหลังของเขาที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก เขายังจำได้ดีว่า มันช่างเป็นเวลาที่แสนขมขื่น และเจ็บปวดรวดร้าวยิ่งนักที่เขาได้ประสบและผ่านพ้นมา ช่วงระยะเวลาซึ่งเขาก็แทบจะไม่มีความสามารถอันใดเลยที่จะหามาแม้กระทั่งอาหารประจำวันของภรรยาและบรรดาลูกน้อยผู้บริสุทธิ์ของเขา เขานั่งเฝ้าคิดอยู่กับตนเองว่า มันเป็นไปได้อย่างไรแค่เพียงประโยคสั้นๆ เพียงประโยคเดียว ซึ่งเขาได้รับฟังมันเพียงสามครั้งจนทำให้ม่านหูของเขามลายไป และเพิ่มจิตวิญญาณอันสูงส่ง และพละกำลังให้แก่เขา และทำการเปลี่ยนแปลงจุดหมายแห่งการใช้ชีวิตของเขาได้ และมันได้ปลดปล่อยเขาและครอบครัวของเขาให้หลุดพ้นจากความยากจนความยากลำบากโดยสิ้นเชิง
เขาคือหนึ่งจากบรรดาเซาะฮาบะฮฺ ของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ซึ่งมีฐานะที่ยากจนขัดสนมาก จนวันหนึ่งซึ่งเขามีความรู้สึกว่าคมมีดได้ปักลงสู่กระดูกดำของเขาแล้ว (ไม่มีทางเยียวยาได้) ด้วยคำปรึกษาและคำสนับสนุนจากภรรยาของเขา เขาจึงตัดสินใจไปหาท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) และจะเล่าถึงสภาพของเขาให้ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ได้รับรู้ และขอความช่วยเหลือจากท่านศาสดา (ซ็อล ฯ)
เขาเดินทางไปหาท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ด้วยเจตจำนงอันนี้ แต่ไม่ทันที่เขาจะเอ่ยปากพูดสิ่งใดเกี่ยวกับเรื่องของเขาออกมา เขาได้ยินคำพูดประโยคหนึ่งจากปากของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ว่า “ใครก็ตามที่ขอความช่วยเหลือจากเราเราจะช่วยเหลือเขา แต่ทว่าใครก็ตามที่ต้องการความช่วยเหลือ แต่เขามิได้เปิดเผยต่อสาธารณชน (ว่าเขาต้องการความช่วยเหลือ) อัลลอฮ (ซบ.) จะทรงทำให้เขามีทุกสิ่งทุกอย่าง (ร่ำรวย) “ วันนั้นเขากลับมาบ้านของเขาโดยที่เขามิได้ปริปากพูดสิ่งใดออกมาเลย แต่บรรยากาศของปีศาจแห่งความยากจนอันน่าสพึงกลัวยังคงปกคลุมครอบครัวของเขาอยู่ ซึ่งเขาต้องเผชิญหน้าอยู่กันมัน รุ่งขึ้นอีกวันเขาได้ไปร่วม มัจญลิส ของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ด้วยความตั้งใจอันเดิมอีก และก็เช่นเดียวกันเขาได้ยินประโยคนั้นอีกครั้งหนึ่งจาก่านศาสดา (ซ็อล ฯ) “ใครก็ตามที่ขอความช่วยเหลือจากเรา เราจะช่วยเหลือเขา แต่ทว่าใครก็ตามที่ต้องการความช่วยเหลือและเขามิได้เปิดเผยมันออกมา อัลลอฮ (ซบ.) จะทำให้เขามีทุกสิ่งทุกอย่าง” ครั้งนี้ก็เช่นกันเขาได้กลับมาบ้านโดยมิได้บอกสิ่งใดต่อท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) เลย และเช่นเคยเขายังคงตกอยู่ในกรงเล็บแห่งความยากจน  ซึ่งเขาไม่มีความสามารถอันใดเลย เขาเลยตัดสินใจไปหาท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) อีกครั้งที่มัจญลิส ด้วยเจตจำนงอันเดิมและก็เช่นเคยเขาก็ได้ยินถ้อยคำจากปากของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) กล่าวย้ำประโยคนั้นอีก มันได้เพิ่มความแน่วแน่ เด็ดเดี่ยว และพละกำลังแก่จิตใจและวิญญาณของเขา และครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน หัวใจของเขาแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม เขามีความรู้สึกว่าเขาได้พบกับกุญแจที่จะไขความยากลำบากของเขาเข้าแล้ว จากประโยคดังกล่าวนั้น เขาก้าวเท้าออกมาจากมัจญลิสด้วยความมั่นใจยิ่งขึ้น และบอกกับตัวเองว่า ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเขาจะไม่ขอความช่วยเหลือจากผู้ใดเด็ดขาด เขาจักต้องพึ่งพิงยังพระองค์อัลลอฮ (ซบ.) และนำพละกำลังทั้งกายและใจ ความสามารถต่างๆ ที่พระองค์ทรงประทานมาให้ อวัยวะทุกอย่างที่มีอยู่ในตัวเขาออกมาใช้ประโยชน์ และขอแด่เอกองค์ทรงดลดาลให้ข้าพเจ้าได้มีความสำเร็จต่อการงานที่ข้าพเจ้าจะกระทำ และขอแด่พระองค์ให้ข้าพเจ้ามีทุกสิ่งทุกอย่างในที่สุด
เขาได้ถามกับตัวเองว่า เขามีความสามารถที่จะทำงานใดได้บ้าง? และในที่สุดเขาจึงตัดสินใจเดินทางไปในทะเลทรายเพื่อเก็บฟืน และนำมันมาขาย เขาได้ลิ้มรสกับรายได้ที่เขาได้ขวนขวายมันมาด้วยน้ำมือของตนเอง และปฏิบัติเช่นนั้นเรื่อยมา จนสามารถมีสัตว์เลี้ยง และของใช้ต่างๆ เป็นของตัวเอง และจนกระทั่งมีทรัพย์สมบัติเป็นของตัวเองมากมาย และมีทาสไว้ในครอบครองในที่สุด
วันหนึ่งท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ได้เจอกับเขา และท่านได้เผยยิ้มออกมาพร้อมกับกล่าวว่า “ฉันมิได้บอกเจ้าดอกหรือว่า ใครที่มาขอความช่วยเหลือจากเรา  เราจะช่วยเหลือเขา แต่ทว่าใครก็ตามที่ต้องการความช่วยเหลือ และเขามิได้บอกกล่าวมันแก่ผู้อื่น อัลลอฮ (ซบ.) จะทำให้เขามีทุกสิ่งทุกอย่าง”[1]
[1]  อุซูลกาฟีย์ เล่ม 2 หน้า 139 บาบกินาอะฮฺ