แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages
  1. home

  2. article

  3. ชีวประวัติอิมามซัยนุลอาบิดีน (อ.)-2

ชีวประวัติอิมามซัยนุลอาบิดีน (อ.)-2

ตัวอย่างสิทธิในทัศนะอิมามซัยนุลอาบิดีน (อ.)
1.  สิทธิของอัลลอฮฺ (หักกุลลอฮฺ)
สิทธิอันยิ่งใหญ่ที่สุดของอัลลอฮฺ คือ การที่ท่านจะต้องเคารพภักดีโดยไม่ตั้งสิ่งใดเป็นภาคีเทียบเคียงพระองค์ เมื่อท่านเคารพภักดีด้วยความบริสุทธิ์ใจ พระองค์จะทรงประทานความพอเพียงแก่ท่านทั้งภารกิจในโลกนี้และปรโลก และจะทรงพิทักษ์รักษาสิ่งที่ท่านปรารถนาทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
2.สิทธิของชิวหา (ลิ้น)
สิทธิของชิวหา คือ ท่านจะต้องให้เกียรติชิวหาด้วยการไม่ใช้ไปในวิถีทางที่ล้างผลาญทำลาย (เกียรติของตนเองและผู้อื่น) ให้ชิวหาเคยชินกับถ้อยคำที่ดีงาม ควบคุมชิวหาด้วยจริยธรรมอิสลาม พิทักษ์รักษาชิวหาเพื่อใช้ในภารกิจอิสลาม และกรณีจำเป็นในทางโลกหลีกเลี่ยงคำพูดพล่าม พร่ำเพรื่อ ไร้สาระที่จะทำให้ท่านไม่ปลอดภัยเพราะชิวหาคือข้อพิสูจน์สติปัญญาและตรรกะ และเป็นอาภรณ์ประดับปัญญาและจริยธรรม ไม่มีพลังอำนาจใด นอกจากอัลลอฮฺ ผู้ทรงเกริกเกียรติ ผู้ทรงเกรียงไกร
3. สิทธิของดวงตา
สิทธิของดวงตา คือ การปกปิดจากการมองของต้องห้าม หลีกเลี่ยงการมอง นอกจากสิ่งที่จะเป็นอนุสติแก่ท่าน หรือส่งเสริมทัศนคติและความสุขุมคัมภีรภาพแก่ท่าน เพราะการมองคือประตูสู่อุทาหรณ์
4. สิทธิของหู
สิทธิของหู คือ การที่ท่านต้องกลั่นกรองสิ่งฮะรอมมิให้แปลกปลอมเข้าไปในหัวใจของท่าน  นอกจากเสียงหรือถ้อยคำที่จะผนึกคุณธรรมความดีในหัวใจของท่านเท่านั้น  หรือทำให้ท่านมีจริยธรรมที่ดีงาม เพราะหูคือประตูที่จะนำถ้อยคำเข้าสู่หัวใจ  และตอบสนองความหมายหลากหลายทั้งดีและชั่ว
5. สิทธิของเท้า
สิทธิของเท้า คือ การก้าวไปในวิถีทางที่อนุมัติเท่านั้น ไม่ก้าวไปในทิศทางที่จะทำให้ท่านประสบความอัปยศ เพราะเท้าควรจะนำท่านไปสู่หนทางสัจธรรมแห่งอิสลาม และนำพาท่านไปข้างหน้า (เพื่อแสวงหาสิ่งอนุมัติ) ไม่มีพลังอำนาจใด นอกจากอัลลอฮฺ
6. สิทธิของมือ
สิทธิของมือ คือ การไม่ยื่นมือไปสู่สิ่งต้องห้าม เพื่อท่านจะไม่ถูกลงทัณฑ์ในวันปรโลก ไม่ถูกประชาชนก่นด่าในโลกนี้ จงอย่ามัดมือของท่านจากการปฏิบัติภารกิจที่อัลลอฮฺทรงอนุมัติ แต่จงมัดมือจากการกระทำมุบาฮฺ (สิ่งที่อนุญาตให้กระทำ ถึงแม้ว่าไม่ฮะรอม แต่อิสลามถือว่าเป็นการดีกว่าถ้าสามารถหลีกเลี่ยง) จงปฏิบัติภารกิจที่มิใช่ข้อบังคับ (วาญิบ) อีกมากมาย (อย่าปฏิบัติแค่สิ่งวาญิบ และละทิ้งสิ่งฮะรอมเท่านั้น ทว่าจงให้ความสำคัญสิ่งที่เป็นมุสตะฮับ และหลีกเลี่ยงสิ่งมักรูฮฺ)  เพราะเมื่อมือของท่านถูกมัด (จากการกระทำสิ่งต้องห้าม และให้ความสำคัญต่อสิ่งที่เป็นมุสตะฮับ) ท่านก็จะเป็นผู้มีเกียรติในโลกนี้ และ รางวัลตอบแทนในโลกหน้าย่อมวาญิบสำหรับท่าน
7.  สิทธิของท้อง
สิทธิของท้อง คือการที่ท่านจะต้องไม่ปล่อยให้ท้องเป็นภาชนะรองรับสิ่งต้องห้าม ไม่ว่ามากหรือน้อย แต่จงบรรจุด้วยสิ่งอนุมัติเท่านั้น อย่าปล่อยให้ท้องที่สมบูรณ์แข็งแรงเปลี่ยนแปลงเป็นท้องที่น่าชิงชังรังเกียจ (จากการกินตามใจปาก อยากตามใจท้อง)  อย่า (ปล่อยให้ท้อง) ทำลายเกียรติของท่าน จงระมัดระวังท้องทุกครั้งที่หิวกระหาย  เพราะการกินอย่างไม่ระมัดระวังจะสะสมความเกียจคร้านให้เจ้าของท้อง จะเป็นอุปสรรคขวางกั้นความดีงามและความมี เกียรติทั้งปวง จงหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่ทำให้เมามาย เนื่องจากเป็นเหตุแห่งความอัปยศ ความโง่เขลา และจะทำลายเกียรติของท่าน
8.  สิทธิของอวัยวะเพศ
สิทธิของอวัยวะเพศ คือ การปกป้องจากสิ่งต้องห้าม ด้วยการปกปิดดวงตา (จากการมองเพศตรงข้าม)  เพราะเป็นวิธีที่จะยับยั้งจากการล่วงละเมิดทางเพศได้วิเศษที่สุด จงรำลึกถึงความตายเสมอจงเกรงกลัว (การลงทัณฑ์) จากอัลลอฮฺ และการสำทับจากพระองค์ (พึงสังวรเถิดว่า) การช่วยเหลือและการคุ้มครองมาจากอัลลอฮฺ ไม่มีพลังอำนาจใด นอกจากอัลลอฮฺ
9. สิทธิของนมาซ
สิทธิของนมาซ คือ การตระหนักว่านี่คือการสร้างสายสัมพันธ์กับอัลลอฮฺ และการเดินทางไกลไปเข้าเฝ้าพระองค์ การยืน ณ เบื้องพระพักตร์พระองค์ เมื่อท่านตระหนักได้เช่นนั้น จึงคู่ควรที่ท่านจะยืน ณ เบื้องหน้าพระองค์ในฐานะของบ่าวผู้ต่ำต้อย ด้อยค่า อ้อนวอนด้วยความยำเกรง เปี่ยมด้วยความหวัง สุขุม เคารพนบนอบ ณ เบื้องพระพักตร์ขององค์ผู้ทรงเกรียงไกรด้วยหัวใจที่สงบ ด้วยความนอบน้อมถ่อมตน ด้วยความหวังอย่างเต็มเปี่ยมว่าพระองค์จะทรงปลดเปลื้องความผิดจากต้นคอของท่านให้รอดปลอดภัยจากความหายนะ ไม่มีพลังอำนาจใด นอกจากอัลลอฮฺ
10. สิทธิของศีลอด
สิทธิของศีลอด คือ การตระหนักว่าศีลอดคือม่านของอัลลอฮฺ พระองค์ทรง (ประสงค์จะ) ปกปิดลิ้น หู ตา ท้อง และอวัยวะเพศของท่านให้ปลอดภัยจากไฟนรก ดังรายงานที่ว่า ศีลอดคือโล่ป้องกันภัยจากไฟนรก ถ้าอวัยวะของท่านสงบมั่นภายใต้ม่านของพระองค์ ท่านก็จะรอดปลอดภัย ถ้าท่านละเลย และเปิดเผยอย่างโจ่งแจ้ง แสวงสิ่งต้องห้ามตามตัณหาราคะ เฉยเมยจากการสำรวมตนต่ออัลลอฮฺ ท่านจะไม่มีวันรอดปลอดภัยจากม่านนั้น ไม่มีพลังอำนาจใด นอกจากอัลลอฮฺ
11. สิทธิของเซาะดะเกาะฮฺ (บริจาคทาน)
สิทธิของการบริจาคทาน คือ การตระหนักว่าทานคือเสบียงที่ท่านสะสม ณ พระผู้อภิบาล เป็นเงินฝากที่ท่านไม่ต้องแสดงหลักฐานบัญชี (เมื่อครบกำหนดเวลาไถ่ถอน) ไม่ว่าท่านจะฝากแบบเร้นลับหรือเปิดเผย ล้วนสร้างความเชื่อมั่นให้กับท่านเสมอ ทว่า การฝากอย่างเร้นลับกับพระองค์ย่อมมีค่าคู่ควรกว่าการฝากอย่างเปิดเผย แต่ไม่ว่าจะฝากแบบใดย่อมเป็นที่รับรู้ระหว่างท่านกับพระองค์เท่านั้นไม่จำเป็นที่ท่านจะต้องเปิดเผยของฝากกับพระองค์ ให้ล่วงรู้ถึงหูหรือสายตาของพยานผู้อื่นใด เพราะเท่ากับเป็นการยืนยันถึงความเชื่อมั่นว่าพระองค์จะทรงส่งคืนแก่ท่านอย่างแน่นอน ท่านจะต้องไม่หวังรางวัลตอบแทนการบริจาคจากผู้ใด เพราะถ้าทำเพื่อหวังผลท่านจะไม่ปลอดภัยเฉกเช่นพวกต่ำสถุลที่ทำบุญเพื่อทวงบุญคุณ และเป็นการพิสูจน์ว่าท่านมิได้บริจาคเพื่อหวังความโปรดปรานจากพระองค์ ฉะนั้น ท่านจะต้องไม่หวังผลตอบแทนจากมนุษย์ (และจงรู้เถิดว่า การเซาะดะเกาะฮฺจะขจัดภัยพิบัติและความเจ็บป่วย และจะช่วยให้ท่านปลอดภัยจากไฟนรก) ไม่มีพลังอำนาจใด นอกจากอัลลอฮฺ
12. สิทธิของผู้ปกครอง (ในระบอบอิสลาม)
สิทธิของผู้ปกครอง คือ การตระหนักเสมอว่าท่านคือสิ่งทดสอบของเขา เขาก็จะถูกทดสอบในฐานะที่อัลลอฮฺทรงมอบหมายให้เป็นผู้ปกครองท่านเช่นกั ท่านจะต้องแนะนำตักเตือนเขาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ก่อกรณีพิพาทใด ๆ เพราะอำนาจของเขามีเหนือท่านอันจะเป็นเหตุให้ทั้งท่านและเขาต้องวิบัติ จงให้เกียรติและเคารพเขา เพราะความพึงพอใจของเขาจะไม่ก่อภยันตรายต่อตัวท่านและศาสนาของท่าน จงขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺในการนี้ จงอย่าปฏิเสธ อย่ากระด้างกระเดื่อง และอย่าตั้งตนเป็นปรปักษ์กับเขา มิฉะนั้น ไม่เพียงจะเป็นการทรยศต่อเขาเท่านั้น แต่ยังเป็นการทรยศต่อตัวท่านเองด้วย อีกทั้งเป็นการสร้างความขุ่นเคืองจนเป็นชนวนให้ท่านประสบความหายนะ ควรให้การสนับสนุนเขาถึงแม้จะทำให้ท่านเดือดร้อน จงให้ความร่วมมือตามคำเรียกร้องของเขา ไม่มีพลังอำนาจใด นอกจากอัลลอฮฺ
13 สิทธิของครูบาอาจารย์
สิทธิของผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาแก่ท่าน คือ การให้เกียรติ เคารพคำสั่งสอนตั้งใจฟังและให้ความสำคัญในคำอบรมตักเตือน ให้ความร่วมมือกับเขาเพื่อท่านจะได้รับความรู้เพิ่มพูนขึ้น ช่วยยกระดับสติปัญญาของท่านให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น จงทดสอบความเข้าใจของท่านด้วยการถ่ายทอดให้เขาฟัง จงมีสัมมาคารวะต่อครูด้วยความบริสุทธิ์ใจ จงเปิดดวงตาให้สว่างไสวด้วยการเสียสละความสุขส่วนตัวและขจัดอำนาจฝ่ายต่ำ (ความโลภโมโทสันทางวัตถุ นอกจากเพื่อการแสวงหาความรู้เท่านั้น) จงตระหนักเสมอว่าท่านคือทูตที่จะนำความรู้จากครูไปสู่ผู้ที่ยังไม่รู้ต่อไป จะต้องทำหน้าที่ผู้สื่อสารสู่พวกเขาให้ดีที่สุด จะต้องไม่ทรยศต่อภารกิจของผู้สื่อสาร และจงยืนหยัดในฐานะผู้สื่อสารสืบแทนเขา ไม่มีพลังอำนาจใด นอกจากอัลลอฮฺ
14. สิทธิของผู้แสวงหาความรู้
สิทธิของผู้แสวงหาความรู้ คือการตระหนักเสมอว่าอัลลอฮฺทรงประทานความรู้คลังวิทยปัญญาให้ท่านเป็นผู้อบรมสั่งสอนผู้ไม่รู้  มาตรว่าท่านปฏิบัติภารกิจที่พระองค์ทรงมอบหมายด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และอบรมสั่งสอนสานุศิษย์ในฐานะบ่าวของพระองค์ด้วยความเมตตา ความปรารถนาดี และความอดทน เมื่อท่านขาดแคลน เขาจะบริจาคทรัพย์สินเพราะเขาประจักษ์ว่าท่านคือผู้ชี้นำและผู้รับใช้ทางวิชาความรู้ที่สุจริตใจ  มิฉะนั้น ท่านก็คือผู้ทรยศต่อพระองค์ และอธรรมต่อสิ่งถูกสร้างของพระองค์ พระองค์จะทรงริบความโปรดปราน และจะทรงบำราบท่านด้วยพลังอำนาจของพระองค์
15.  สิทธิของภรรยา
สิทธิของผู้อยู่ภายใต้การปกครองโดยผ่านการสมรส (ภรรยา) คือ การที่ท่านต้องตระหนักเสมอว่าอัลลอฮฺทรงกำหนดให้นางเป็นเพื่อนคู่คิดที่จะพยาบาลหัวใจของท่านให้สงบลง วาญิบที่ท่านจะต้องกตัญญูรู้คุณพระองค์ที่ทรงประทานให้เจ้าทั้งสองเป็นคู่ครองกัน จงตระหนักถึงความโปรดปรานที่พระองค์ทรงประทาน วาญิบที่ท่านจะต้องปฏิบัติต่อคู่ครองซึ่งเป็นความโปรดปรานของอัลลอฮฺด้วยกิริยามารยาทที่ดีงาม จงให้เกียรติและมีไมตรีจิตกับนาง แม้เจ้าจะมีสิทธิเหนือนางก็ตามตราบเท่าที่นางไม่ก่อกรรมทำชั่ว การเชื่อฟังปฏิบัติตามขึ้นอยู่กับความพอใจของเจ้า ฉะนั้น นางมีสิทธิที่จะได้รับความเมตตาและความเป็นเพื่อนคู่คิด ความสงบมั่น ความหฤหรรษ์เป็นสิทธิอันชอบธรรมที่นางต้องได้รับ ไม่มีพลังอำนาจ  นอกจากอัลลอฮฺ
16. สิทธิของบิดา
สิทธิของบิดา คือ การตระหนักเสมอว่าท่านคือต้นกำเนิดเจ้าและเจ้าเป็นกิ่งก้านสาขาของท่าน ถ้าปราศจากบิดาย่อมไม่มีเจ้า ฉะนั้น คราใดที่เจ้ามองดูสิ่งสวยงามในตัวเจ้า จงตระหนักเถิดว่าบิดาของเจ้า คือ ต้นกำเนิดความสวยงามนั้น จงสรรเสริญและขอบคุณอัลลอฮฺในความโปรดปรานทั้งหลายเถิด ไม่มีพลังอำนาจ นอกจากอัลลอฮฺ
17. สิทธิของแม่
สิทธิของมารดา คือ การตระหนักเสมอว่าท่านได้อุ้มครรภ์เจ้ามาอย่างยากลำบากชนิดที่ไม่มีใครกล้าแบกรับภาระนี้
แม่เฝ้าปรนนิบัติป้อนอาหารท่านด้วยความรักสุดขั้วหัวใจชนิดที่ไม่มีใครสามารถปฏิบัติได้เยี่ยงนั้น
แม่เฝ้าถนอมเลี้ยงดูเจ้าโดยยอมเสียสละตั้งแต่เส้นผม หู ดวงตา มือ เท้า เนื้อหนังมังสาทั่วสรรพางค์กายของแม่
แม่เฝ้ารับใช้เจ้าด้วยความสุข ร่าเริงเบิกบาน ด้วยความเต็มใจ อดทนต่ออุปสรรคขวากหนาม ความยากลำบาก สิ่งที่ไม่สบอารมณ์ ความเจ็บปวดรวดร้าว และความเศร้าหมอง
แม่เฝ้าปกป้องภยันตรายมิให้มากล้ำกรายเจ้าเต็มกำลังความสามารถที่มีอยู่
แม่เฝ้าชุบเลี้ยงจนกระทั่งเจ้าเติบโตบนหน้าแผ่นดิน
แม่ยินดีที่เจ้าอิ่มถึงแม้แม่จะอดหิวโหย
แม่สุขใจที่เจ้ามีอาภรณ์สวมใส่ถึงแม้แม่จะต้องเปลือยเปล่าท่ามกลางความหนาวเย็น
แม่ตื้นตันใจที่เจ้าได้ดื่มกินอย่างอิ่มหนำสำราญถึงแม้แม่จะหิวกระหาย
แม่เสียสละให้เจ้าได้อยู่ภายใต้ร่มเงา ถึงแม้แม่จะต้องตกอยู่ท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผา
แม่ให้เจ้าได้อิ่มเอิบเบิกบานใจ ถึงแม้แม่จะต้องอกตรมขมขื่น
แม่ให้เจ้าได้พักผ่อนอย่างสำราญใจ ถึงแม้แม่จะต้องอดตาหลับขับตานอน
ครรภ์ของนางคือภาชนะที่เคยห่อหุ้มปกคลุมเจ้า
ตักของแม่คือสถานพำนักพักพิงที่เคยชุบเลี้ยงเจ้า
อกของแม่คือธารน้ำที่เจ้าเคยดื่มกิน
ชีวิตของแม่คือเกราะคุ้มครองป้องกันภัยให้เจ้ามาก่อน
แม่ต้องลิ้มรสชาติความร้อนหนาวแห่งโลกนี้เพื่อปกปักษ์รักษาเจ้า ฉะนั้น ได้โปรดแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อแม่จนสุดความสามารถเถิด ทว่า เจ้าจะไม่มีวันได้รับพรประเสริฐ นอกจากด้วยการขอความสัมฤทธิ์ผลจากอัลลอฮฺเท่านั้น
18. สิทธิของบุตร
สิทธิของบุตร คือ การตระหนักเสมอว่าเขาคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเจ้า ความดีความชั่วที่เขาประกอบบนโลกนี้จะส่งผลต่อตัวเจ้าด้วย การขัดเกลามารยาทให้ดีงามเป็นความรับผิดชอบของเจ้า การชี้นำสั่งสอนบุตรให้ไปสู่พระผู้อภิบาลและสนับสนุนให้เชื่อฟังปฏิบัติตามพระองค์ ถือเป็นหน้าที่ของเจ้า เจ้าจะได้รับรางวัลตอบแทน หรือจะถูกทรมานก็ขึ้นอยู่กับภารกิจดังกล่าว ฉะนั้น จงทำหน้าที่ของพ่อที่มีต่อลูก เสมือนเจ้ามีส่วนร่วมรับรางวัลจากการกระทำของเขาในโลกนี้ด้วย เมื่อเจ้าปฏิบัติจนสุดความสามารถย่อมหมดพันธะผูกพันระหว่างเจ้ากับเขา เจ้าย่อมพ้นความรับผิดชอบ ณ พระผู้อภิบาล ไม่มีพลังอำนาจ นอกจากอัลลอฮฺ
19. สิทธิของพี่น้อง
สิทธิของพี่น้องของเจ้า คือ การที่ตระหนักเสมอว่าเขาคือมือ (กำลังสำคัญ) ของเจ้า
เป็นที่พำนักพักพิงที่ดีของเจ้า
เป็นศักดิ์ศรีที่เจ้าควรให้ความเชื่อถือ
เป็นแสนยานุภาพที่เจ้าใช้พิชิต (ศัตรู) ฉะนั้น อย่าอาศัยพี่น้องของเจ้าในหนทางที่ฝ่าฝืนอัลลอฮฺ
อย่าอาศัยเขาเป็นอาวุธประหัตประหารสิ่งถูกสร้างของพระองค์ด้วยวิถีที่อยุติธรรม
จงอย่าขอความช่วยเหลือในภารกิจของเขาแต่จงสนับสนุนในการเผชิญหน้ากับศัตรูของเขา
จงสกัดกั้นซาตานมารร้ายมิให้มาแผ้วพานเขา
คอยแนะนำตักเตือนและมีมิตรสัมพันธ์กับเขาเพื่ออัลลอฮฺ ดังนั้น ตราบเท่าที่เขาเชื่อฟังปฏิบัติตามพระผู้อภิบาล ก็จงตอบรับเขาด้วยดี มิฉะนั้น ก็จงให้เกียรติบทบัญญัติของอัลลอฮฺให้เหนือกว่าความเป็นพี่น้องของท่านกับเขาเถิด