แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages
  1. home

  2. article

  3. ชีวประวัติอิมามฮะซัน (อ.)-2

ชีวประวัติอิมามฮะซัน (อ.)-2

รายงานของท่านอิมามฮะซัน (อ.)
1. มีผู้ถามอิมามว่า อัซซุฮฺดิ หมายอะไร กล่าวว่า คือความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่มีต่อความยำเกรง และปล่อยวางความปรารถนาที่มีต่อโลก (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 227)
2. มีผู้ถามอิมามว่า มุรูวัต หมายถึงอะไร กล่าวว่า หมายถึง การระวังรักษาและการปกป้องศาสนา การยกระดับจิตใจ ความอ่อนโยน ความดี การคืนสิทธิของบุคคลอื่น การแสดงความเป็นมิตรภาพกับประชาชน (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 227)
3. มีผู้ถามอิมามว่า กะรัม หมายถึงอะไร กล่าวว่า หมายถึง การบริจาคก่อนที่จะถูกขอ การให้อาหารท่ามกลางความหิวโหย    (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 227)
4. มีผู้ถามอิมามว่า บะคิล หมายถึงอะไร กล่าวว่า หมายถึง รู้ว่าสิ่งที่มีอยู่ในมีค่า แต่สิ่งที่บริจาคออกไปเป็นสิ่งไร้ค่า (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 227)
5. มีผู้ถามอิมามว่า ความไม่ต้องการ หมายถึงอะไร กล่าวว่า หมายถึง พึงพอใจกับสิ่งที่ตนมีอยู่ แม้ว่าจะน้อยก็ตาม (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 227)
6. มีผู้ถามอิมามว่า ความขัดสน หมายถึงอะไร กล่าวว่า หมายถึง ความปรารถนา และความลุ่มหลงในทุกสิ่ง  (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 227)
7. มีผู้ถามอิมามว่า ความประเสริฐ หมายถึงอะไร กล่าวว่า หมายถึง การเห็นด้วยกับเพื่อนฝูง และการรักษาน้ำใจเพื่อนบ้าน (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 227)
8. มีผู้ถามอิมามว่า ต่ำทราม หมายถึงอะไร กล่าวว่า หมายถึง  การดูถูกเหยียดหยาม การมองอย่างมีเลศใน  การไปถึงตนเอง และการไม่สนใจภรรยา (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 227)
9. การอิงอาศัยพระเจ้า จะได้รับความปลอดภัยและความสงบมั่น ส่วนการเป็นปรปักษ์กับพระองค์ จะมีแต่ความหวาดกลัวและปราศจากมิตรสหาย (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 229)
10. จงขอบคุณพระเจ้า หรือรำลึกถึงพระองค์ให้มาก จงเกรงกลัวพระองค์ ด้วยกับความสำรวมตน จงแสวงความใกล้ชิดกับพระองค์ ด้วยการเชื่อฟังปฏิบัติตาม แน่นอนพระองค์อยู่ใกล้ชิดและทรงตอบรับคำวิงวอน (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 229)
11. ความยิ่งใหญ่ หมายถึง บุคคลที่รู้ในความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า และแสดงความนอบน้อม บารมี หมายถึงบุคคลที่ รู้จักในความสูงส่งของพระองค์ และตนรู้จักการเจียมตัว ความสมบูรณ์ของบุคคลที่รู้จักอานุภาพของพระองค์ หมายถึง ผู้ที่ยอมจำนนต่อพระองค์ (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 229)
12. จงรู้ไว้เถิดว่าพระเจ้ามิทรงสร้างเจ้ามาอย่างไร้สาระ และมิเคยปล่อยให้เจ้าอยู่อย่างโดดเดี่ยว ทรงกำหนดอายุขัยแน่นอนสำหรับเจ้า ทรงจัดสรรเครื่องยังชีพแก่สูเจ้า เพื่อว่าผู้มีสติปัญญาจะได้รู้จักคุณค่าของตนเอง และจะได้เข้าใจว่าทุกสิ่งที่ถูกกำหนดสำหรับตน ต้องมาถึงตนแน่นอน แต่ถ้าสิ่งใดไม่ได้ถูกกำหนดสำหรับตน สิ่งนั้นย่อมไม่มาถึง พระเจ้าทรงประทานค่าใช้จ่ายทางโลกที่พอเพียงแก่เจ้า และทรงเชิญชวนให้เจ้าเคารพภักดีต่อพระองค์ และขอบคุณในความโปรดปรานของพระองค์ ทรงกำหนดการรำลึกและนมาซให้เป็นข้อบังคับสำหรับเจ้า ทรงแนะนำให้สูเจ้ามีความสำรวมตน และทรงกำหนดให้สิ่งนั้นเป็นความพึงพอพระทัยสำหรับพระองค์ (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 234)
13. โอ้ปวงบ่าวของพระเจ้า จงสำรวมตนต่อพระองค์ จงรู้ไว้เถิดว่าบุคคลใดสำรวมตนต่อพระองค์ แน่นอน พระองค์ทรงให้เขาผ่านการทดสอบโดยดี ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และแนวทางแห่งสัจธรรมเตรียมพร้อมสำหรับตน (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 234)
14. ไม่มีปวงบ่าวคนใดที่จะไม่ปรึกษาหารือ เว้นเสียแต่ว่าได้รับการชี้นำที่ถูกต้อง (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 236)
15. ความต่ำทราม และความชั่วช้าคือ การไม่ขอบคุณต่อความโปรดปราน (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 236)
16. ในการแสวงหา จงอย่าทำตนเหมือนกับผู้ปฏิบัติตาม จงอย่างเชื่อมั่นบุคคลที่คล้ายว่ายอมจำนน เนื่องจากการแสวงหาปัจจัยยังชีพ เป็นแบบฉบับที่ดีงาม จงเดินสายกลางในการแสวงหาปัจจัยบริสุทธิ์ ความบริสุทธิ์มิใช่อุปสรรคของปัจจัย ความลุ่มหลงมิได้เป็นสาเหตุให้ริซกีเพิ่มมากขึ้น ทุกสิ่งเป็นไปตามที่กำหนดไว้ ความลุ่มหลงเป็นสาเหตุก่อให้เกิดบาป (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 236)
17. มนุษย์ตราบที่ยังไม่ได้ให้สัญญาเป็นอิสระ แต่เมื่อสัญญาแล้วต้องเป็นผู้มีความรับผิดชอบ ตราบที่ยังไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญา จะไม่มีวันได้รับอิสรภาพ (บิฮารุลอันวาร เล่ม 78 หน้า 113)
18. บุคคลที่มอบหมายความไว้วางใจ และเชื่อมั่นต่อความดีที่อัลลอฮฺทรงเลือกสรรสำหรับเขา (พึงพอใจต่อข้อกำหนดและคำตัดสินของพระองค์) จะไม่มีความหวังต่อการกำหนดใดๆ นอกจากสิ่งที่พระองค์ทรงเลือกสรรแก่เขา   (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 236) เขา
19. ความดีงามที่ไม่มีความชั่วแอบแฝงคือ การขอบคุณในความโปรดปราน การอดทนต่อความทุกข์โศก และบาปกรรม (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 237)
20. อิมามฮะซัน (อ.) กล่าวกับชายที่ได้รับชะฟาอะฮฺว่า พระเจ้าทรงคิดถึงเจ้า ดังนั้น เจ้าจงรำลึกถึงพระองค์ ทรงอภัยแก่เจ้า ฉะนั้น จงขอบคุณพระองค์ (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 237)
21. บุคคลที่คลุกคลีอยู่กับมัสญิด เขาจะได้รับประโยชน์ 1 ใน 8 ดังต่อไปนี้ ผู้ที่มีความผูกพันอยู่กับมัสญิดเขาจะได้รับประโยชน์หนึ่งในแปดประการดังต่อไปนี้ จะมีความเข้าใจในสัญลักษณ์ต่าง ๆ ของพระองค์, มีมิตรที่ให้ประโยชน์,ได้รับความรู้ใหม่ ๆ,ได้รับความโปรดปรานที่รอคอย,พูดในสิ่งที่นำพาไปสู่การชี้นำ,พูดในสิ่งที่นำเขาออกห่างจากความชั่ว,ละเว้นการความผิดบาปเนื่องจากละอายประชาชน และเพราะความเกรงกลัวที่มีต่อพระองค์ (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 238)
22. มีผู้ถามอิมามว่า ความอดทนหมายถึงอะไร กล่าวว่า หมายถึง การกลืนกินความโกรธกริ้ว และการควบคุมอารมณ์ใฝ่ต่ำ (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 227)
23. มีผู้ถามว่า ความถูกต้องหมายถึงอะไร กล่าวว่า หมายถึง การขจัดสิ่งไม่ดีด้วยกับความดีงาม (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 227)
24. แท้จริงสายตาที่ดีที่สุดคือ สายตาที่มีอิทธิพลต่อความดีงาม หูที่ดีที่สุดคือ หูที่รับฟังคำแนะนำและนำไปใช้ประโยชน์ จิตใจที่สงบที่สุดคือ จิตใจที่ปราศจากความเคลือบแคลงสงสัย (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 228)
25. มีผู้กล่าวกับอิมามว่า ฉันมีบุตรสาว ในทัศนะของท่านสมควรให้เธอแต่งงานกับใคร กล่าวว่า สมควรให้เธอแต่งงานกับผู้ศรัทธาที่มีความสำรวม เนื่องจากถ้าเขารักเธอ เธอจะได้รับเกียรติอย่างมาก แต่ถ้าเขาไม่พอใจเธอ เขาจะไม่กดขี่เธอ (มุซตัซริฟ เล่ม 2 หน้า 218)
26. แน่นอนความโปรดปรานบนโลกนี้ไม่จีรังยั่งยืน มนุษย์จะไม่ได้รับประโยชน์จากผลเสียที่เกิดขึ้น ไม่สามารถป้องกันความชั่วที่อยู่ตรงหน้า เล่ห์เพทุบายคือกำแพงของความไพบูลย์พูนสุข และสถานที่พำนักบางครั้งกลายเป็นของเหลา (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 239)
27.โอ้ ปวงบ่าวของพระเจ้า จงแสวงหาคำแนะนำจากบทเรียนและอุทาหรณ์ จงพิจารณาร่องรอยของอดีตที่ผ่านมา จงให้ความโปรดปรานเป็นสื่อในการยืนหยัดไม่ฝ่าฝืน และจงแสวงหาประโยชน์จากคำตักเตือน (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 239)
28. พระเจ้าทรงกำหนดเดือนเราะมะฎอน ให้เป็นสนามแข่งข้นแก่ปวงบ่าว เพื่อว่าจะได้แข่งขันไปยังความพึงพอใจของพระองค์ ด้วยการแสดงความเคารพภักดี (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 239)
29. ขอสาบานด้วยพระนามของพระเจ้า ถ้าพระองค์เปิดผ้าม่าน จะได้เห็นคนดีมุ่งอยู่กับการกระทำความดี และคนชั่วมุ่งอยู่กับการกระทำชั่ว (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 240)
30. ท่านอิมาม (อ.) กล่าวแก่บุตรบางคนของท่านว่า โอ้ลูกรักเจ้าจงอย่าเป็นมิตรกับใครจนกว่า เจ้าจะรู้ว่าเขา มาจากไหน กำลังจะไปไหน สายตระกูลเป็นอย่างไร และเมื่อเจ้ารู้จักเขาดีแล้ว และพอใจกับสภาพชีวิตของเขา เจ้าก็จงคบหากับเขาด้วยเงื่อนไขที่ว่า เขาต้องออกห่างจากสิ่งไร้สาระ และช่วยเหลือยามลำบาก  (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 236)
31. จริยธรรมที่ดีงาม ๑๐ ประการได้แก่ การพูดความจริง, การพูดความจริงในยามที่ลำบาก, ให้อภัยเมื่อมีผู้ขอโทษ, มีมารยาทที่ดีงาม, จงมอบรางวัลค่าจ้างแก่ผู้ปฏิบัติงาน, ให้ความสัมพันธ์กับญาติที่น้อง, ปกป้องเพื่อนบ้าน, รู้จักสิทธิของมิตรสหาย, ให้การต้อนรับแขกที่มาเยือน, และนายของสิ่งเหล่านี้คือความละอาย (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 236)
32. การทนทุกข์ทรมานง่ายกว่าการไปนรก (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 237)
33. คนเสียสติ หมายถึง บุคคลที่หัวใจปรารถนากระทำบาก และร่วมทางกับผู้หลงผิด (บิฮารุลอันวาร เล่ม 78 หน้า 115)
34. อิมาม (อ.) กล่าวถึงคุณสมบัติของมิตรที่ดีว่า ในสายตาของฉัน เขาคือผู้ที่ยิ่งใหญ่กว่าผู้ใดทั้งหมด ศีรษะของเขาเล็กในสายตาฉัน แต่โลกอยู่ในสายตาของเขา, ความโฉดเขลาไม่ครอบงำเขา, เขาจะไม่กระทำสิ่งใดเว้นเสียแต่ว่ามีความมั่นใจในประโยชน์ของมัน เขาไม่รายงาน ไม่โกรธ และไม่มีจิตใจคับแคบ เขาเป็นคนเงียบ แต่คราวใดที่เขาพูดทุกคนจะตะลึงงัง เขาดูเหมือนเป็นคนอ่อนแอไร้ความสามารถ แต่ยามออกสงครามห้าวหาญปรานราชสีห์ เมื่อนั่งกับผู้รู้เขาจะนิ่งเงียบเก็บเกี่ยวความรู้มากกว่าพูด เมื่อยามจำเป็นต้องพูดเขาจะทำลายความเงียบของตน เขาจะไม่พูดในสิ่งที่ไม่กระทำ และจะกระทำตามที่เขาพูด ถ้าต้องเผชิญกับภารกิจสองอย่างในคราวเดียวกัน แต่ไม่รู้ว่าสิ่งใดเป็นที่พึงพอพระทัยของพระเจ้า เขาจะเลือกกระทำสิ่งที่อารมณ์ของตจไม่ปรารถนา เขาจะไม่ไปหาบุคคลใดทั้งสิ้น ที่สามารถหาข้ออ้างบังหน้าได้ (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 237)
35. บุคคลที่ไม่มีสติปัญญาก็จะไม่มีมารยาท บุคคลที่ไม่มีอดทนก็จะไม่มีศาสนา บุคคลที่ไม่มีศาสนาก็จะไม่มีความอาย ผู้สติปัญญาเขาจะใช้ชีวิตร่วมกับประชาชนอย่างดี และจะสรรสร้างความสุขทั้งโลกนี้และโลกหน้า (บิฮารุลอันวาร เล่ม 78 หน้า 111)
36. ฉันประหลาดใจ บุคคลที่คิดถึงแต่อาหารของปากท้อง แต่ไม่ยอมคิดถึงอาหารจิตใจ เขาปกป้องกระเพราะอาหารด้วยอาหารที่เป็นพิษ แต่ปล่อยหัวใจให้แตกกระเจิงและนำเข้าความชั่วร้าย (บิฮารุลอันวาร เล่ม 1 หน้า 218)
37. อิมามฮะซัน (อ.) จะสวมใส่เสื้อผ้าชุดที่ดีที่สุดขณะนมาซ มีผู้ถามอิมามว่า ทำไมถึงปฏิบัติเช่นนั้น ตอบว่า เนื่องจากพระเจ้าทรงรักความสวยงาม ดังนั้น ณ เบื้องพระพักตร์ของพระองค์ ฉันจึงประดับประดาองค์ให้สวยงาม พระองค์ตรัสว่า จงตบแต่งตนให้สวยงามเมื่อไปมัสญิด (ตัฟซีร อะยาชีย์ เล่ม 2 หน้า 14)
38. ทุกสิ่งบนโลกนี้ล้วนดับสลาย แต่สิ่งเดียวที่คงอยู่เสมอคือ อัล-กุรอาน ดังนั้น จงให้อัล-กุรอาน เป็นสิ่งนำทาง เพื่อชี้นำไปสู่แนวทางที่ถูกต้องเที่ยงธรรม แน่นอน บุคคลที่ใกล้ชิดอัล-กุรอานมากที่สุดคือ บุคคลที่ปฏิบัติตามอัล-กุรอาน แม้ว่าจะไม่ได้ท่องจำก็ตาม ส่วนบุคคลที่ห่างไกลอัล-กุรอานมากที่สุดคือ บุคคลที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของอัล-กุรอาน แม้ว่าเป็นนักอ่านหรือนักท่องจำก็ตาม (อิรชาด อัล กุลูบ หน้า 102)
39. โอ้ปวงชนเอ๋ย บุคคลใดบริสุทธิ์ใจเพื่อพระเจ้า นำดำรัสของพระองค์เป็นประทีปนำทาง ไปสู่หนทางที่ถูกต้องเที่ยงธรรม และมั่นคงที่สุด พระองค์จะทรงประทานความสำเร็จในการรู้แจ้ง และทรงช่วยเหลือบั้นปลายสุดท้ายแก่เขา (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 229)
40.คำถามคือ ความถูกต้องครึ่งหนึ่งของความรู้ การระมัดระวังตนกับประชาชนคือ ครึ่งหนึ่งของสติปัญญา การประหยัด และความพอดีคือ ครึ่งหนึ่งของรายจ่าย (ชัรฮ์ นะฮฺญุลบะลาเฆาะฮฺ อิบนิ อบิลฮะดีด เล่ม 18 หน้า 108)
41. ความฉลาดมากที่สุดคือ ความหวาดกลัวในพระเจ้า และการสำรวมตน ส่วนความโง่มากที่สุดคือ การดำรงอย่างมีความสุขบนกิเลสและตัณหา (ฮิลลียะตุลเอาลิยาอ์ เล่ม 2 หน้า 37)
42. ฉันเห็นมารดาของฉัน ฟาฏิมะฮฺ (อ.) มุ่งมั่นต่อการกราบ ก้มโค้งคารวะ และแสดงความเคารพภักดีต่อพระเจ้าในค่ำวันศุกร์จนถึงเช้า ฉันได้ยินมารดาของฉันขอพรให้เพื่อนบ้านพร้อมกับเอ่ยนามของพวกเขา ท่านขอพรให้พวกเขาอย่างมาก แต่ท่านมิได้ขอพรให้ตนเอง ฉันกล่าวว่า โอ้แม่จ๋า ทำไมไม่ขอพรให้แก่ตนเองเหมือนขอให้เพื่อนบ้านล่ะ กล่าวว่า โอ้ลูกรัก เราต้องคิดถึงเพื่อนบ้านก่อน หลังจากนั้นจึงคิดถึงตัวเรา และครอบครัว (บิฮารุลอันวาร เล่ม 43 หน้า 81)
43. ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) กล่าวว่า พวกเจ้าจงรัก และเป็นมิตรกับพวกเราอะฮฺลุลบัยตฺ เนื่องจากบุคคลใดกลับไปพบพระเจ้า ขณะที่เขามีความรักต่อพวกเรา เขาจะได้เข้าสวรรค์โดยอนุเคราะห์ของเรา (มะฮาซิน หน้า 61)
44. โอ้ปวงชนเอ๋ย ฉันได้ยินตาของฉัน ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) กล่าวว่า ฉันคือนครแห่งความรู้ และอะลีคือประตูของมัน ดังนั้น สูเจ้าสามารถเข้าเมืองโดยไม่ต้องผ่านประตูได้กระนั้นหรือ (อะมาลีย์ ซะดูก หน้า 207)
45. มีผู้กล่าวกับท่านอิมามฮะซัน (อ.) ว่า โอ้บุตรของศาสนทูตแห่งพระเจ้า ทำไมพวกเรารังเกียจความตาย เราไม่ชอบ กล่าวว่า เนื่องจากพวกเจ้าทำลายโลกหน้าจนหมดสิ้น และสร้างโลกนี้ไว้อย่างสวยงาม ดังนั้น การย้ายจากถิ่นฐานที่สวยงามไปสู่ ถิ่นฐานที่กันดารแห้งแล้งย่อมไม่มีผู้ใดปรารถนา (บิฮารุลอันวาร เล่ม 44 หน้า 110)
46. ฉันขอสาบานด้วยพระนามแห่งพระเจ้า บุคคลใดรักพวกเรา แม้ว่าเขาจะอยู่ห่างไกล แต่ถ้าเขาทำให้หัวใจของเราเป็นจำเลยความรักของเขาได้ ความรักที่มีต่อพวกเราจะเป็นประโยชน์แก่พวกเขา แน่นอน ความรักที่มีต่อพวกเรา จะลบล้างความผิดของพวกบุตรหลานอาดัมให้หมดไป ประหนึ่งลมพัดใบไม้ให้ล่วงหล่นจากต้น (บิฮารุลอันวาร เล่ม 44 หน้า 24)
47. มนุษย์จะพบกับความพินาศในสามสิ่งได้แก่ ความยโส, ความละโมบ, และความอิจฉาริษยา, ความยโส จะเป็นสาเหตุทำให้ศาสนาล่มจม ซึ่งอิบลีสได้ถูกสาปแช่งเพราะความยโสโอหัง, ความละโมบ ถือว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจกับอาดัม (อ.) และเป็นสาเหตุทำให้ท่านอาดัมต้องออกจากสวรรค์ ความอิจฉาริษยา ถือว่าเป็นรากเหง้าของความเลวทราม ซึ่งกอบิลสังหารฮาบิลตาย เพราะความอิจฉาริษยานั้นเอง (บิฮารุลอันวาร เล่ม 78 หน้า 111 )
48. ชาวกูฟะฮฺส่วนใหญ่เขียนจดหมายถึงมุอาวิยะฮฺว่า พวกเราอยู่กับท่าน ถ้าต้องการให้เราจับกุมฮะซันแล้วส่งตัวไปให้ท่านสั่งได้ทันที หลังจากนั้นพวกเขาปล้นสะดมค่ายพักของอิมาม และทำให้ท่านได้รับผาดเจ็บ อิมาเขียนจดหมายตอบมุอาวิยะฮฺว่า แน่นอน การปกครอง และการเป็นตัวแทนของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) เป็นสิทธิของเราอะฮฺลุลบัยตฺ และเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับเจ้าและลูกหลานของเจ้า ฉันได้ยินท่านศาสดากล่าวเช่นนี้ ดังนั้น ขอสาบานด้วยพระนามของพระเจ้าว่า ถ้าหากฉันมีผู้ช่วยเหลือที่จริงใจ และรู้หน้าที่ของตน ฉันจะไม่ยอมเจ้าเด็ดขาด และจะไม่ให้สิ่งที่เจ้าปรารถนาอย่างแน่นอน (บิฮารุลอันวาร เล่ม 44 หน้า 45)
49. ไม่มีความร่ำรวยใดจะยิ่งใหญ่เกินสติปัญญา ไม่มีความยากจนใดจะเหมือนกับความโง่เขลา ไม่มีความโหดร้ายใดจะเลวร้ายไปกว่าความเห็นแก่ตัว และไม่มีสภาพชีวิตใดจะมีความสุขเกินไปกว่าการมีมารยาทที่ดีงาม
50. ถ้าเปลี่ยนโลกทั้งหมดให้เป็นอาหารเพียงคำเดียว และให้ผู้ที่เคารพภักดีพระเจ้าด้วยความบริสุทธิ์ใจรับประทาน ในความรู้สึกของฉันมันยังน้อยเกินไปสำหรับเขา ถ้าฉันขัดขวางการใช้ประโยชน์ของผู้ปฏิเสธบนโลกนี้ จนกระทั่งพวกเขาหิว และกระหายอย่างรุนรง เวลานั้นฉันยื่นน้ำดื่มแก่เขา ฉันถือว่าฉันฟุ่มเฟือยการกระทำมาก (ตันบียะฮฺ อัลเคาะวาฏิร เล่ม 1 หน้า 350)
51. ตำแหน่งที่สูงส่งที่สุด ณ พระเจ้า เป็นของบุคคลที่รู้จักสิทธิของปวงชน และพยายามที่จะคืนสิ่งนั้นแก่เจ้าของมัน เป็นของผู้ที่นอบน้อมถ่อมตนต่อพี่น้องผู้ศรัทธา พระเจ้าทรงให้พวกเขาอยู่ในตำแหน่งของผู้มีสัจจะ และเป็นชีอะฮฺที่แท้จริงของอะลี อมีริลมุอฺมินีน (อ.) (ฮะยาตุน อิมามซัน บิน อะลี เล่ม 1 หน้า 319)
52. ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) หนึ่งในปัจจัยที่เป็นสาเหตุให้บาปถูกลบล้างคือ การทำให้พี่น้องผู้ศรัทธามีความสุข (มัจมะอุซซะวาอิด วะ มัมบะอุลฟะวาอิด เล่ม 8 หน้า 193)
54. โลกคือสถานที่ทดสอบ การพำนักอยู่ในโลกนานเท่าใด ยิ่งทำให้สูญหายมากเท่านั้น พระเจ้าทรงทำให้เรารู้แจ้งสภาพของโลก เพื่อเป็นอุทาหรณ์และบทเรียน พระองค์ทรงสัญญาการลงโทษแก่เรา เพื่อว่าในวันนั้นจะได้ไม่มีข้ออ้างกับพระองค์ ดังนั้น สูเจ้าจงอุทิศตนเพื่อความสำรวมเถิด ไม่ว่าสูเจ้ามั่นคงกับความสำรวมมากเท่าใด สูเจ้าก็ได้รับชัยชนะมากเท่านั้น และจงเกรงกลัวพระเจ้าทั้งในที่ลับและที่แจ้งเถิด (เตาฮีดซะดูก หน้า 378)
55. เมื่อภารกิจที่เป็นมุซตะฮับ (การกระทำที่ดี) เป็นผลเสียกับภารกิจที่เป็นวาญิบ (การกระทำที่เป็นข้อบังคับ) ด้งนั้น จงละทิ้งเสีย (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 236)
56.จงสอนความรู้ของตนแก่คนอื่น และจงเรียนรู้ความรู้ของคนอื่น เพื่อให้ความรู้ของตนมั่นคง และจะได้รู้ในสิ่งที่ตนไม่รู้ (บิฮารุลอันวาร เล่ม 78 หน้า 111)
57. จงอย่าหันหน้าไปหาใคร นอกเสียจากว่าผู้ที่มีความหวังในการอภัยของเขา หรือมีความเกรงกลัวในอำนาจของเขา หรือได้รับประโยชน์จากความรู้ของเขา หรือมีความหวังในความจำเริญของบทขอพรของเขา หรือเป็นเครือญาติของท่าน (บิฮารุลอันวาร เล่ม 78 หน้า 111)
58. ภารกิจทางโลกที่เจ้าได้วอนขอ หากไม่ได้รับก็จงลืมมันเสียเถิด (บิฮารุลอันวาร เล่ม 78 หน้า 111)
59. บุคคลที่พระเจ้าทรงประทานความสำเร็จในการขอพร พระองค์จะทรงเปิดประตูการตอบรับสำหรับเขา บุคคลที่พระเจ้าทรงประทานความสำเร็จในการเชื่อฟังปฏิบัติตาม พระองค์จะทรงเปิดประตูการตอบรับสำหรับเขา บุคคลที่พระเจ้าทรงประทานความสำเร็จในการขอบคุณความโปรดปราน พระองค์จะทรงเปิดการเพิ่มพูนความโปรดปรานแก่เขา (บิฮารุลอันวาร เล่ม 78 หน้า 113)
60. มีผู้กล่าวกับอิมามมุจตะบาอ์ (อ.) โอ้บุตรของศาสนทูตแห่งพระเจ้า ท่านอยู่ในสภาพเช่นใด กล่าวว่า ฉันมีพระเจ้าผู้ทรงอำนาจควบคุมเหนือฉัน ไฟนรกลุกโชติช่วงอยู่ตรงหน้าฉัน ความตายเรียกร้องฉันตลอดเวลา การตรวจสอบในวันฟื้นคืนชีพรายลอบฉัน ฉันอยู่บนเงื่อนไขของการเป็นบ่าว ไม่สามารถกระทำทุกอย่างตามใจปรารถนาได้ หรือละเว้นทุกกิจการงานที่ไม่ชอบ เนื่องจากการกระทำงานอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ ถ้าพระองค์ทรงประสงค์ พระองค์จะทรงลงโทษ หรืออภัยแก่ฉัน ดังนั้น มีผู้ขัดสนคนใดขัดสนเกินไปจากฉันอีก (บิฮารุลอันวาร เล่ม 78 หน้า 113)
61. อย่าด่วนลงโทษในความผิดพลาด หรือความไร้สาระ ระหว่างความผิดพลาดกับการลงโทษ จงให้โอกาสเขาเพื่อการขออภัย (บิฮารุลอันวาร เล่ม 78 หน้า 113)
62. ความระทมทุกข์และความไม่สมดุลคือ กุญแจนำไปสู่รางวัลและผลบุญ (บิฮารุลอันวาร เล่ม 78 หน้า 113)
63. ความโปรดปราน การทดสอบ และการทดลองเป็นของพระเจ้า ดังนั้น ถ้าสูเจ้าขอบคุณ ถือว่าเป็นความโปรดปราน แต่ถ้าไม่ขอบคุณมันจะเปลี่ยนเป็นความกริ้วโกรธของพระองค์ (บิฮารุลอันวาร เล่ม 78 หน้า 113)
64. การใช้ประโยชน์จากคำพูด ที่เพียงพอสำหรับสูเจ้าคือ การให้ความกระจ่างระหว่างการชี้นำและการหลงทาง (บิฮารุลอันวาร เล่ม 78 หน้า 114)
65. จงอย่างลืมเลือนการคิดและการใคร่ครวญ เนื่องจากการคิดคือ การให้ชีวิตและความสว่างแก่จิตใจ เป็นกุญแจสำหรับประตูแห่งวิทยปัญญา (บิฮารุลอันวาร เล่ม 78 หน้า 115)
66. โอ้บุตรหลานของอาดัมเอ๋ย เจ้าทำลายอายุขัยของเจ้านับตั้งแต่วันแรกที่คลอดออกจากครรภ์ของมารดา ดังนั้น ช่วงอายุขัยที่เหลือจงสะสมเสบียงเพื่อโลกหน้าของเจ้า แน่นอน ผู้ศรัทธาที่เกิดมาบนโลกนี้ เขาสะสมเสบียงเพื่อรอวันกลับไป ส่วนผู้ปฏิเสธระเริงกับความสนุกสนาน หลังจากนั้น อิมามได้อ่านโองการนี้ จงกลับไปพร้อมกับเสบียง แน่นอน เสบียงที่ดีที่สุดคือ ความสำรวมตน (กัชฟุลฆอมมะฮฺ เล่ม 1 หน้า 572)
67. จงเตรียมพร้อมเพื่อเดินทางไปสู่โลกหน้า ก่อนที่ความตายจะมาถึง จงตระเตรียมเสบียงให้พร้อม และจงรู้ไว้เถิดว่าขณะที่สูเจ้าแสวงหาโลก ความตายก็เรียกร้องหาสูเจ้า วันนี้เจ้าไม่ต้องเป็นกังวล หรือห่วงใยความทุกข์ของวันพรุ่งนี้ ทรัพย์สินและปัจจัยทุกอย่างทางโลกที่สรรหาไว้ไม่ว่าจะมากสักเท่าใด ในความจริงเป็นการสะสมไว้เพื่อคนอื่น จงไว้เถิดว่าทรัพย์ที่อนุมัติบนโลกนี้ วันพรุ่งนี้ต้องถูกตรวจสอบ ส่วนทรัพย์ต้องห้ามทั้งหลาย ล้วนถูกลงโทษทั้งสิ้น ทรัพย์ที่มีความสงสัยว่าอนุมัติหรือไม่ ล้วนก่อให้เกิดความยุ่งยาก ฉะนั้น จงเปรียบโลกให้เหมือนกับซากศพ ซึ่งสูเจ้าใช้ประโยชน์เท่าที่จำเป็น ดังนั้น ถ้าเป็นที่อนุมัติเท่ากับสูเจ้าสำรวมตนจากบาป แต่ถ้าเป็นที่ต้องห้ามเท่ากับสูเจ้ามิได้กระทำบาป เนื่องจากสูเจ้าใช้เท่าที่จำเป็น เหมือนกับซากศพสูเจ้าใช้เท่าที่มีความจำเป็น และมาตรว่ามีการตรวจสอบ เจ้าก็จะถูกสอบเพียงเล็กน้อยและง่ายดาย (บิฮารุลอันวาร เล่ม 44 หน้า 139)
68. สำหรับโลกนี้เจ้าจงประพฤติตน ประหนึ่งว่าเจ้าจะมีชีวิตอยู่ตลอดไป และสำหรับโลกหน้าเจ้าจงปฏิบัติตนหนึ่งว่าจะจากไปในวันพรุ่งนี้ (บิฮารุลอันวาร เล่ม 44 หน้า 139)
69. ถ้ามีความจำเป็นต้องเป็นมิตรกับบางคน หรือต้องร่วมทางกัน ดังนั้น จงเลือกเป็นมิตรกับบุคคลที่ เมื่อนั่ง หรือเดินทางร่วมกับเขา เขาเป็นเครื่องประดับสำหรับสูเจ้า เมื่อสูเจ้าบริการเขา เขาปกป้องสูเจ้า เมื่อสูเจ้าขอความช่วยเหลือ เขาช่วยเหลือสูเจ้า เมื่อสูเจ้าพูด เขารับรองคำพูดของสูเจ้า เมื่อสูเจ้าบุกโจมตี เขาจะเพิ่มพลังความแข็งแรงให้สูเจ้า เมื่อสูเจ้าปรารถนาบางสิ่ง เขาจะช่วยเหลือสูเจ้า เมื่อสูเจ้าบกพร่อง เขาจะปกปิดให้เจ้า และเมื่อสูเจ้ากระทำความดี เขาจะบันทึกแทนสูเจ้า (บิฮารุลอันวาร เล่ม 44 หน้า 139)
70. บุคคลใดอ่านอัล-กุรอาน คำขอพรบทหนึ่งของเขาจะถูกตอบรับอย่างฉับพลัน หรือล่าช้าอย่างแน่นอน (บิฮารุลอันวาร เล่ม 92 หน้า 204)
71. อิมามฮะซัน (อ.) กล่าวว่า ท่านศาสดา (ซ็อล  ฯ) กล่าวว่า บุคคลใดอ่านอายะตุลกุรซีย์ หลังจากนมาซภาคบังคับ (วาญิบ) ประจำวัน จนกว่าจะถึงนมาซต่อไปเขาจะไดัรับการปกป้องคุ้มครองจากพระเจ้า (มัจมะอุล ซะวาอิด วะ มันบะอุลฟะวาอิด เล่ม 10 หน้า 102)
72. ผู้ถือศีลอดทุกคน ขณะละศีลอดดุอาอ์บทหนึ่งจะถูกตอบรับ ดังนั้น อาหารละศีลอดคำแรกให้กล่าวว่า ด้วยพระนามแห่งอัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลผู้ซึ่งการอภัยของพระองค์ทรงอนันต์ยิ่ง โปรดอภัยแก่เราด้วยเถิด (อิกบาล อัลอะอ์มาล หน้า 116)
73.อิมามฮะซัน (อ.) กล่าวว่า ท่านศาสดา (ซ็อล  ฯ) กล่าวว่า บุคคลที่อ่านดุอาอ์ หรือกล่าวซิกร์หลังจากนมาซซุบฮฺ จนกระทั่งพระอาทิตย์ขึ้น ในวันฟื้นคืนชีพจะมีม่านหรืออุปสรรคกีดกั้น ระหว่างเขากับไฟนรก และการลงโทษของพระองค์
74. เป็นการดีสำหรับชายที่ถือศีลอดคือ ให้ย้อมหนวดเครา และประพรมน้ำหอมที่เสื้อผ้า เป็นการดีสำหรับหญิงที่ถือศีลอดคือ ให้หวีผมและประพรมน้ำหอมที่เสื้อผ้า (อัลติซอล หน้า 61)
75.ฉันได้ยินจากบิดาของฉัน ซึ่งได้ยินจากท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) กล่าวว่า บุคคลใดก็ตาม พยายามช่วยเหลือกิจการบุคคลอื่น ให้สมประสงค์ตามที่ต้องการ เสมือนแสดงความเคารพภักดีกับพระเจ้านาน 90,000 ซึ่งตอนกลางวันถือศีลอด ส่วนตอนกลางมุ่งมั่นแสดงความเคารพภักดี (อัลฟะกียะฮฺ เล่ม 2 หน้า 189)
77. การบริจาคทานบังคับ (ซะกาต) มิได้เป็นสาเหตุให้ทรัพย์สินลดน้อยแต่อย่างใด (ดะอาอิม อัลอิสลาม เล่ม 1 หน้า 246-264)
78. ฉันอายพระผู้อภิบาล ที่จะไปพบพระองค์ขณะที่ฉันมิได้เดินไปซิยาเราะฮฺบ้านของพระองค์ (ฮิลลียะตุลเอาลิยาอฺ เล่ม 2 หน้า 27)
79. มีผู้กล่าวกับอิมามว่า เพราะเหตุใดท่านถึงไม่ให้ผู้ขัดสนกลับไปอย่างคนสิ้นหวัง แม้ว่าเขาจะขี่อูฐมาขอท่าน กล่าวว่า ตัวฉันเองก็ขัดสน และมีความต้องการยังพระองค์ และฉันปรารถนาที่จะไม่ให้พระองค์ทำลายความหวัง ฉันอาย ขณะที่ฉันก็เป็นผู้ขัดสน แต่ทำลายความหวังของผู้ขัดสนคนอื่น แบบฉบับของพระเจ้าคือ ทรงประทานความโปรดปรานแก่ฉันอย่างง่ายดาย และแบบฉบับของฉันคือ ให้ความโปรดปรานของพระองค์แก่ปวงบ่าวที่ขัดสน ฉันกลัวว่าเมื่อใดที่ฉันละทิ้งแบบฉบับของตน พระองค์ก็จะถอดถอนแบบฉบับของพระองค์ (นูรุลอับซอร หน้า 123 , กันซุลมัดฟูน หน้า 434)
80. เมื่อท่านพบเพื่อนของท่าน จงจุมพิตหน้าผากตรงบริเวณที่เขาก้มกราบ (บิฮารุลอันวาร เล่ม 78 หน้า 110)
81. บุคคลที่ความตายได้กร่ำกายมาถึงเขา เขาจะร้องขอเวลาเพื่อชดเชยสิ่งที่ขาดตกบกพร่อง แต่บุคลลที่ความตายยังมาไม่ถึง เขามีเวลาปฏิบัติการงานที่ดี แต่ผัดวันประกันพรุ่งว่าเดี๋ยวก็ได้ พรุ่งนี้ต่อยทำ ไม่ต้องรียร้อน (ตะฟุลอุกูล หน้า 236)
82. บุคคลที่เป็นนักเที่ยวชอบสนุกสนานเฮฮา จงไว้เถิดว่าความสนุกเหล่านี้ไม่ยังยืนถาวร มันเลือนหายไปพร้อมกับการเวลา ช่างเป็นความโง่เขลาสิ้นดี (อิอฺลามุดดีน หน้า 241)
83. บุคคลที่รู้จักพระเจ้าเขาก็จะรักพระองค์ บุคคลที่รู้จักโลกเขาก็จะสำรวมตน ดังนั้น บ่าวที่เป็นผู้ศรัทธาจะไม่กระทำสิ่งไร้สาระ เว้นเสียแต่ว่ายามที่เขาหลงลืม  แต่เมื่อนึกขึ้นได้ เขาจะละเว้นทันที (มัจมูอะอฺ วะรอม เล่ม 1 หน้า 252)
84. ผู้ที่เคารพภักดีพระเจ้า พระเจ้าจะทรงให้ทุกสิ่งเคารพเขา (มัจมุอะอฺ วะรอม เล่ม 2 หน้า 108)
85. ผู้ที่นับคุณงามความดีของตน ความดีและเกียรติยศจะสลายไป (บิฮารุลอ้นวาร เล่ม 74 หน้า 4187)
86. มีผู้ถามอิมามเกี่ยวกับการนิ่งเงียบ กล่าวว่า  การนิ่งเงียบคือม่านปิดกั้นความโง่เขลา เป็นเครื่องประดับ เป็นเกียรติยศ และเป็นอำนาจ บุคคลที่นิ่งเงียบเขาจะสบายและปลอดภัย และเป็นสาเหตุทำให้ผู้ร่วมทางปลอดภัยด้วย (บิฮารุลอันวาร เล่ม 78 หน้า 111)
87. ชายผู้หนึ่งขอคำแนะนำจากท่านอิมาม (อ.) ท่านกล่าวว่า ท่านจงอย่าสรรเสริญเยินยอฉัน เพราะฉันรู้จักตัวเองดีกว่าท่าน และจงอย่ากล่าวว่าฉันโกหก เนื่องจากการโกหกเป็นสิ่งไม่มีค่า และจงอย่านินทาบุคคลอื่นต่อหน้าฉัน (บิฮารุลอันวาร เล่ม 78 หน้า 109)
88. โอ้บุตรหลานของอาดัมเอ๋ย จงออกห่างจากการกระทำที่ไม่อนุมัติ (ฮะรอม) เพื่อเจ้าจะได้มีบุคลิกของผู้ดำรงการเคารพภักดี และสิ่งที่พระองค์ทรงประทานเป็นปัจจัยยังชีพแก่เจ้า จงดีใจและพึงพอใจกับมัน เพื่อสูเจ้าจะได้เป็นผู้พอเพียง จงใส่ใจต่อสิทธิของเพื่อนบ้าน ในฐานะที่เป็นเพื่อนบ้านกัน เพื่อว่าเขาจะได้ยอมรับอิสลาม และสิ่งที่เจ้าปฏิบัติกับประชาชน ประชาชนก็ชอบทีจะปฏิบัติเช่นนั้นกับเจ้า เพื่อจะได้เท่าเทียมกัน (บิฮารุลอันวาร เล่ม 78 หน้า 112)
89. มีผู้ถามท่านอิมาม (อ.) ว่า การดำรงชีวิตของใครที่ดีกว่าคนอื่นทั้งหมด กล่าวว่า บุคคลที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำรงชีพของตน (ตารีคยะอ์กูบีย์ เล่ม 2 หน้า 215)
90. บุคคลที่นิสัยไม่ดี เลวกว่าการลงโทษ และความทุกข์ระทมทั้งหลาย (ตารีคยะอ์กูบีย์ เล่ม 2 หน้า 215)
91. โอ้ชาวกูฟะฮฺเอ๋ย ความอดทนอดกลั้นคือ เครื่องประดับ การซื่อสัตย์ต่อสัญญาคือ ความเป็นสุภาพบุรุษ การรีบเร่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้มีสติปัญญาน้อย การมีสติปัญญาน้อยคือ ความอ่อนแอ การร่วมทางกับพวกจองหองอวดดี เป็นสาเหตุให้ชีวิตตกต่ำและยากลำบาก การไปมาหาสู่กับคนไม่ดี หรือคนทำบาป เป็นสาเหตุให้เกิดความสงสัยและคิดไม่ดี (ตัรญุมมะฮฺ อัลอิมาม อัลฮุซัน หน้า 167)
92.เรามีประสบการณ์ บุคคลอื่นก็มีประสบการณ์ จึงรู้ว่าไม่มีสิ่งใดเป็นประโยชน์มากเกินไปจาก ความอดทนอดกลั้น และไม่มีสิ่งใดเลวร้ายยิ่งไปกว่า การปราศจากความอดทน ความอดทนสามารถแก้ไขปรับปรุงทุกกิจการงานได้ และไม่มีสิ่งใดสามารถทดแทนมันได้ (ชัรฮฺนะฮฺญุลบะลาเฆาะฮฺ อิบนิ อบิล ฮะดีด เล่ม 1 หน้า 319)
93. ฉันขอแนะนำพวกท่านให้สำรวมตนต่ออัลลอฮฺ และครุ่นคิดตลอดเวลา เพราะการคิดนั้นเป็น บิดามารดาของความดีทั้งหลาย
94.จงล้างมือก่อนรับประทานอาหาร เพราะจะช่วยขจัดความยากจน และหลังจากรับประทานอาหาร เพราะจะช่วยขจัดความโศกเศร้า
95. เมื่ออิมาม (อ.) จะเข้ามัสญิด ท่านจะแหงนมองท้องฟ้า และกล่าวว่า โอ้พระผู้อภิบาล แขกของพระองค์ยืนอยู่ที่หน้าประตู โอ้พระผู้ทรงความดีงาม ส่วนฉันคือคนบาปหนา ซึ่งมีความประพฤติไม่ดี บัดนี้ได้มายังพระองค์แล้ว ขอพระองค์ทรงโปรดอภัยความผิดที่เราก่อขึ้น ด้วยกับความสง่างามของพระองค์ โอ้พระผู้ทรงอภัยยิ่ง (บิฮารุลอันวาร เล่ม 43 หน้า 339)
96. การล้อเล่นคือ ปัจจัยที่ทำลายความศักดิ์สิทธิ์ และเกียรติยศ (บิฮารุลอันวาร เล่ม 78 หน้า 113)
97. การงานที่ดีคือ ขณะที่ปฏิบัติต้องไม่โอ้อวด เมื่อเสร็จแล้วต้องไม่ทวงบุญคุณ หรือระราน (บิฮารุลอันวาร เล่ม 3 หน้า 227 ฮะดีซที่ 38)
98. มี 12 สิ่งเป็นมารยาทสำหรับการรับประทานอาหาร จำเป็นสำหรับมุสลิมทุกคนที่ต้องรับรู้ 4 ประการเป็นวาญิบ 4 ประการมุซตะฮับ และอีก 4 ประการบ่งบอกถึงเรื่องมารยาท
สี่ประการวาญิบได้แก่
1.       การรู้จักผู้ประทานความโปรดปราน ซึ่งบรรดาความโปรดปรานล้วนมาจากพระองค
2.        พึงพอใจกับความโปรดปรานที่พระองค์ประทานให้
3.       กล่าว บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานิรเราะฮฺฮีม ก่อนเริ่มรับประทานอาหาร
4.       ขอบคุณเมื่อรับประทานอิ่มแล้ว
สี่ประการเป็นมุซตะฮับไก้แก่
1.       วุฎูอฺก่อนรับประทานอาหาร
2.       นั่งเอียงไปทางซ้าย
3.       หยิบอาหารด้วยนิ้วสามนิ้ว
4.       ขณะรับประทานอย่าให้อาหารติดนิ้วมือ
สี่ประการที่บ่งบอกถึงมารยาทในการรับประทานอาหาร
1.       รับประทานอาหารที่วางอยู่ตรงหน้า
2.       รับประทานคำเล็ก ๆ
3.       เคี้ยวอาหารช้า ๆ และเคี้ยวให้ละเอียด
4.       จ้องหน้าคนอื่นให้น้อย (มันลยะฮฺเฎาะเราะฮฺ อัลฟะกีฮฺ เล่ม 3 หน้า 227 ฮะดีซที่ 38)