แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages
  1. home

  2. article

  3. ชีวประวัติอิมามฮุซัยนฺ (อ.)-2

ชีวประวัติอิมามฮุซัยนฺ (อ.)-2

วาทะประทีป
1. ฉันไม่เคยเห็นว่าความตามจะเป็นอย่างอื่น นอกเหนือจากเป็นความผาสุก ส่วนการมีชีวิตอยู่กับบรรดาผู้อธรรมนั้น มิใช่อื่นใดเลยนอกจากความอัปยศ
2. เอาความอัปยศออกไปให้พ้นเสียเถิด มนุษย์ทั้งหลายเป็นทาสของโลก ส่วนศาสนาเปรียบเสมือนน้ำลายที่อยู่บนปลายลิ้น พวกเขาจะยึดถือกันอย่างจริงจัง เฉพาะส่วนที่สนับสนุนส่งเสริมการดำรงชีพของพวกเขาเท่านั้น แต่ในยามที่พวกเขาเผชิญหน้ากับการทดสอบ ปรากฏว่าคนที่ยึดหลักศาสนาจะมีน้อยเต็มที
3. ท่านเคยพูดกับซัยนุลอาบิดีน (อ.) ผู้เป็นบุตรชายว่า “ลูกเอ๋ย จงระวังการสร้างความอธรรมต่อบุคคลที่ไม่มีผู้ใดช่วยเหลือเขาในการต่อสู้กับเจ้าได้ นอกจากอัลลอฮฺผู้ทรงเกริกเกียรติ ผู้ทรงสูงส่ง
4. หากคนกลุ่มใดเคารพภักดีอัลลอฮฺ ด้วยความหวังในรางวัลตอบแทน เท่ากับนั่นคือการเคารพภักดีของพ่อค้าวาณิช และหากคนกลุ่มใดเคารพภักดีอัลลอฮฺ ด้วยความหวาดกลัว เท่ากับนั่นคือการเคารพภักดีของข้าทาส และหากคนกลุ่มใดเคารพภักดีอัลลอฮฺ ด้วยความสำนึกในพระคุณนั่นคือ การเคารพภักดีของอิสระชน อันเป็นการเคารพภักดีที่เลอเลิศยิ่ง”
5. จะให้สิ่งหนึ่งพิสูจน์การมีอยู่ของพระองค์ได้อย่างไร เมื่อการมีอยู่ของสิ่งนั้นต้องอิงอาศัยการมีอยู่พระองค์ ยังมีสิ่งใดบนโลกนี้ชัดเจนไปกว่าพระองค์ เพื่อว่าสิ่งนั้นจะได้เป็นสื่อเปิดเผยพระองค์ พระองค์ทรงหลบซ่อนตั้งแต่เมื่อใด เพื่อจะได้หาเหตุผลบ่งชี้ถึงการมีอยู่ของพระองค์ พระองค์ทรงห่างไกลตั้งแต่เมือใด เพื่อว่าจะได้ค้นหาร่องรอย และวิถีทางไปถึงพระองค์  จงบอดเสียเถิดดวงตาที่ไม่เคยระวังการรักษาการมองเห็นของตน (ดุอาอ์อะเราะฟะฮฺ บิฮารุลอันวาร เล่ม 98 หน้า 226)
6. บุคคลนั้นจะมีสิ่งใด ถ้าหัวใจเขาไม่มีพระองค์ และเขาไม่มีสิ่งใดอีก เมื่อในใจเขามีพระองค์ บุคคลที่ยอมรับสิ่งอื่นแทนพระองค์ และพึงพอใจกับสิ่งนั้น แน่นอน เขาสร้างความเสียหายแก่ตนเอง (ดุอาอ์อะเราะฟะฮฺ บิฮารุลอันวาร เล่ม 98 หน้า 228)
7. บุคคลที่ซื้อสิ่งหนึ่งบนความพอใจของมนุษย์แต่บนความกริ้วของพระองค์ เขาจะไม่มีวันประสบความสำเร็จเด็ดขาด (มักตัล คอรัซมีย์ เล่ม 1 หน้า 239)
8.ในวันฟื้นคืนชีพจะไม่มีผู้ใดได้รับความปลอดภัย เว้นแต่ผู้ที่เกรงกลัวพระเจ้าบนโลกนี้ (บิฮารุลอันวาร เล่ม 44 หน้า 192)
9. พระเจ้าตรัสว่า ชายศรัทธาและหญิงศรัทธาต่างเป็นมิตรกัน ต่างกำชับการดี และห้ามปรามการชั่ว พระเจ้าทรงเป็นปฐมบทกล่าวว่าการกำชับการดีและห้ามปรามการชั่วเป็นข้อบังคับจากพระองค์ เนื่องจากพระองค์ทรงรอบรู้ ถ้าสูเจ้าปฏิบัติหน้าที่นี้ หน้าที่อื่นไม่ว่าจะยากหรือง่ายจะถูกปฏิบัติโดยประปริยาย เนื่องด้วยการกำชับการดี และห้ามปรามการชั่ว เป็นการเชิญชวนเข้าสู่อิสลาม เป็นการปลดปล่อยผู้ที่ได้รับการกดขี่ และยืนหยัดกับผู้กดขี่ (ตุะฮฺฟุล อุกูล หน้า 237)
10.โอ้ประชาชนเอ๋ย ท่านศาสดากล่าวว่า ถ้าเห็นผู้ปกครองที่กดขี่เปลี่ยนสิ่งต้องห้าม ให้เป็นสิ่งอนุมัติ  ทำลายพันธะสัญญาที่มีต่อพระองค์ หนีการฝ่าฝืนกฎเกณฑ์และแบบฉบับของท่านศาสดา หลีกเลี่ยงไม่ทำความผิด ไม่เอาเปรียบ และไม่ตั้งตนเป็นศัตรูในหมู่ประชาชาติ แต่เขามิเคยแสดงออก หรือพูดจาต่อต้านแต่อย่างใด เป็นหน้าทีของพระเจ้าที่จะจับเขาไปอยู่ที่เดียวกับผู้ปกครองที่อธรรม (มักตัล คอรัซมี เล่ม 1 หน้า 234)
11. ผู้ที่ต้องการไปถึงจุดหมายด้วยการทำบาป เขาจะบรรลุความหวังอย่างล่าช้า และแทนที่จะไปถึงเป้าหมายเขากลับเดือดร้อน (บิฮารุลอันวาร เล่ม 78 หน้า 120)
12. แน่นอน ฉันไม่เคยเห็นความตายเป็นอย่างอื่น นอกจากความสุข ซึ่งการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้กดขี่ มิมีสิ่งใดเกินเลยไปจากความต่ำทราม (ตะฮฺฟุลอุกูล หน้า 245)
13 ตายอย่างมีเกียรติดีกว่ามีชีอยู่อย่างตกต่ำ (บิฮารุล อันวาร เล่ม 44 หน้า 192)
14. ปล่อยให้ประสบการณ์ครอบงำสติปัญญา เกียรติยศและความยำเกรงของตนจะลดน้อยลงไป (บิฮารุลอันวาร เล่ม 78 หน้า 128)
15. การบริโภคแค่เพียงพอ เป็นสาเหตุให้มีสุขภาพสมบูรณ์ (บิฮารุลอันวาร เล่ม 78 หน้า 128)
16. มีผู้ถามอิมามว่า เพราะเหตุใดพระเจ้าจึงกำหนดการถือศีลอดแก่มนุษย์ กล่าวว่า เพื่อให้คนรวมได้ลิ้มรสความหิวกระหาย เพื่อจะได้เมตตาแก่คนยากจน (มะนากิบ อาลิ อบีฏอลิบ อิบนิชะฮฺริ อาชูบ เล่ม 4 หน้า 68)