แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages

และเจ้าจงดำรงการนะมาซ ในสองช่วง กลางวัน และกลางคืน (ฮูด/116)
สิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้เกี่ยวกับนะมาซและเงื่อนไข นะมาซมีทั้งวาญิบและมุซตะฮับ นะมาซวาญิบแบ่งออกเป็นนะมาซประจำวันมีเวลาทำที่เฉพาะเจาะจง หรือนะมาซที่บางครั้งเป็นวาญิบเนื่องจากมีสาเหตุอื่นเป็นองค์ประกอบ มิได้เป็นวาญิบทุกวัน
ประเภทของนะมาซ
นะมาซวาญิบ
1.                  วาญิบประจำวัน ได้แก่นะมาซซุบฮฺ ซุฮรฺ อัซรฺ มัฆริบ และอิชาอฺ
2.                  วาญิบบางครั้ง ได้แก่
·          นะมาซอายาต
·          นะมาซเฏาะวาฟวาญิบ
·          นะมาซมัยยิต
·          นะมาซเกาะฎอแทนบิดา อายะตุลลอฮฺคอเมเนอี แทนทั้งบิดามารดา
·          นะมาซนะซัรวาญิบ (บนบาน)
นะมาซมุซตะฮับ นะมาซต่าง ๆ ที่เป็นมุซตะฮับมีจำนวนมากมาย [1]
เวลาของนะมาซประจำวัน
นะมาซวาญิบประจำวัน มี 3 ช่วง 5  เวลา  ซึ่งรวมทั้งหมดมี 17 เราะกะอัตได้แก่
1.นะมาซซุบฮฺ  มี 2 เราะกะอัต ทำตอนเช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น
2.นะมาซช่วงกลางวันมี 2 เวลาได้แก่นะมาซซุฮรฺกับอัซรฺ อย่างละ 4 เราะกะอัต
3.นะมาซช่วงกลางคืน (หลังพระอาทิตย์ตกดิน) มี 2 เวลาได้แก่นะมาซมัฆริบ 3 เราะกะอัตกับนะมาซอิชาอฺ 4 เราะกะอัต
คำถามแรกที่ถามเกี่ยวกับนะมาซคือ นะมาซเหล่านี้จะทำเมือไหร่
1.เวลาของนะมาซซุบฮฺ  เมื่อแสงสีเงินที่สองจับขอบฟ้าถือว่าเข้าเวลนะมาซซุบฮฺ เวลาของนะมาซนับตั้งแต่อะซานซุบฮฺจนถีงพระอาทิตย์ขึ้น
2.เวลาของนะมาซซุฮรฺและอัซรฺ ตั้งแต่อะซานซุฮฺชัรอียฺจนถึงมัฆริบ
อายะตุลลอฮฺอะลีคอเมเนอี ตั้งแต่อะซานซุฮรฺชัรอียฺ และช่วงเวลาสุดท้ายของนะมาซอัซรฺ จนถึงพระอาทิตย์ตกดิน
ช่วงเวลาเฉพาะสำหรับนมาซซุฮรฺ นับตั้งแต่เริ่มเข้าเวลาซุฮรฺชัรอียฺ ( บ่ายลงไป) ไปจนถึงช่วงเวลาที่ได้ทำนมาซสี่เราะกะอัตเสร็จ ช่วงเวลานี้ได้ถูกจำกัดไว้เฉพาะนมาซซุฮรฺเท่านั้นที่สามารถทำได้
ช่วงเวลเฉพาะสำหรับนมาซอัซรฺ นับตั้งแต่ช่วงเวลาหนึ่งจนถึงพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สามารถทำได้เฉพาะนมาซอัซรฺเท่านั้น
ช่วงเวลาติดต่อกันระหว่างนมาซซุฮฺรฺกับนมาซอัซรฺ นับตั้งแต่ช่วงสิ้นสุดเวลาเฉพาะสำหรับนมาซซุฮรฺเป็นต้นไปจนถึงช่วงเริ่มต้นเวลาเฉพาะสำหรับนมาซอัซรฺ
ในช่วงเวลาติดต่อกันระหว่างนมาซซุฮรฺกับอัซรฺนั้น สามารถทำนมาซติดต่อกันได้โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งช่วงเวลาให้ห่างออกไป แต่อหฺลิซซุนนะฮฺเชื่อว่า นับตั้งแต่เริ่มเวลาซุฮรฺชัรอีย์ (บ่ายลงไป) จนกระทั่งเงาของทุกสิ่งได้ทอดเท่ากับตัวจริงของมัน ช่วงเวลาดังกล่าวได้ถูกจำกัดไว้เฉพาะสำหรับนมาซซุฮรฺเพียงอย่างเดียว จึงไม่อนุญาตให้ทำนมาซอัซรฺในเวลานั้น และนับตั้งแต่ช่วงดังกล่าวไปจนถึงเวลามัฆริบเป็นช่วงเวลาเฉพาะสำหรับนมาซอัซรฺ ดังนั้นไม่สามารถทำนมาซซุฮรฺได้
โดยหลักการของชีอะฮฺหลังจากเข้าสู่เวลาซุฮรฺชัรฺอีย์แล้ว เมื่อทำนมาซซุฮรฺเสร็จสามารถทำนมาซอัซรฺต่อได้ทันที โดยไม่ต้องทิ้งช่วงเวลาให้ล่าออกไป หรือสามารถปล่อยเวลานมาซซุฮรฺให้ล่าออกไป จนถึงช่วงเริ่มต้นเวลาเฉพาะสำหรับนมาซอัซรฺ หมายถึงนมาซซุฮรฺได้เสร็จก่อนที่จะเข้าเวลาดังกล่าว หลังจากนั้นจึงทำนมาซอัศรฺ การทำเช่นนี้เท่ากับเป็นการนะมาซติดต่อกัน ถึงแม้ว่าเป็นมุซตะอับให้ทำมาซซุฮรฺหลังจากเวลาบ่าย และทำนมาซอัซรฺเมื่อเงาของทุกสิ่งได้ทอดเท่ากับตัวจริงของมันก็ตาม
3.เวลาของนะมาซมัฆริบและอิชาอฺ จากมัฆริบจนถึงครึ่งคืนชัรอียฺ[2]
ช่วงเวลาเฉพาะสำหรับนะมาซมัฆริบ นับตั้งแต่เริ่มเข้าเวลามัฆริบชัรอียฺ จนกระทั่งทำนะมาซสามเราะกะอัตเสร็จ ช่วงเวลาดังกล่าวได้ถูกจำกัดไว้สำหรับน มาซมัฆริบเท่านั้น
ช่วงเวลเฉพาะสำหรับนะมาซอิชาอฺ นับตั้งแต่ช่วงเวลาหนึ่งจนถึงครึ่งคืนชัรฺอียฺ ซึ่งช่วงนั้นมีเวลาพอแค่ทำนะมาซอิชาอฺเพียงอย่างเดียว ในเวลาเพียงเล็กน้อยนั้นสามารถทำได้เฉพาะนะมาซอิชาอฺ ไม่อนุญาตให้ทำนะมาซอื่น
ช่วงเวลาร่วมระหว่างนะมาซมัฆริบกับนะมาซอิชาอฺ นับตั้งแต่ช่วงสิ้นสุดเวลาเฉพาะสำหรับนะมาซมัฆริบไปจนถึงช่วงเริ่มต้นเวลาเฉพาะสำหรับนะมาซอิชาอฺ
โดยหลักการของชีอะฮฺเชื่อว่า ในช่วงเวลาร่วมระหว่างนะมาซมัฆริบกับนะมาซอิชาอฺนั้น สามารถทำนะมาซติดต่อกันได้โดยไม่ต้องทิ้งช่วงเวลาให้ห่างออกไป แต่อะฮฺลิซซุนนะฮฺเชื่อว่า นับตั้งแต่พระอาทิตย์ตกดินจนถึงช่วงแสงอาทิตย์ทางทิศตะวันตกได้หมดลงเป็นช่วงเวลาเฉพาะสำหรับนะมาซมัฆริบ จึงไม่อนุญาตให้ทำนะมาซอิชาอฺในช่วงเวลาดังกล่าว และตั้งแต่ช่วงแสงอาทิตย์ทางทิศตะวันตกหมดลงไป จนถึงครึ่งคืนชัรฺอียฺ เป็นช่วงเวลาเฉพาะสำหรับนะมาซอิชาอฺ ไม่สามารถทำนะมาซมัฆริบได้
เมื่อเข้าเวลามัฆริบชัรฺอีย์ ได้เริ่มนะมาซเมื่อเสร็จแล้วสามารถทำนะมาซอิชาอฺต่อได้ทันที โดยไม่ต้องทิ้งช่วงเวลาล่าออกไป หรือปล่อยเวลานะมาซมัฆริบให้ล่าออกไป จนถึงช่วงเริ่มต้นเวลาเฉพาะสำหรับนะมาซอิชาอฺหมายถึงนะมาซมัฆริบได้เสร็จก่อนที่จะเข้าเวลาดังกล่าว หลังจากนั้นจึงได้ทำนะมาซอิชาอฺ การทำเช่นนี้เท่ากับเป็นการนะมาซติดต่อกันระหว่างนะมาซมัฆริบกับนะมาซอิชาอฺ ถึงแม้ว่าเป็นมุซตะฮับให้นะมาซมัฆริบหลังเวลามัฆริบชัรฺอีย และนะมาซอิชาอฺหลังจากแสงอาทิตย์ทางทิศตะวันตกได้หมดลงก็ตาม
เวลาอะซานซุบฮฺ
ใกล้เวลาอะซานซุบฮฺ จะสังเกตเห็นว่าแสงสีเงินทางทิศตะวันออกจะเคลื่อนสู่ด้านบน ซึ่งเรียกว่า ฟัจร์เอาวัล และเมื่อแสงสีเงินได้กระจายออก เรียกว่า ฟัจร์ซานี ซึ่งถือว่าเริ่มต้นเวลานมาซซุฮบฮฺ[3]
อายะตุลลอฮฺอะลีคอเมเนอี การปรากฏแสงสีเงินที่สอง ซึ่งเป็นเวลาเริ่มต้นของนะมาซซุบฮฺ และไม่มีความแตกต่างกันระหว่างคืนที่มีท้องฟาโปร่งใสกับคืนที่ท้องฟ้ามืดครึ้ม
เวลาซุฮรฺ
ถ้าเอาไม้หรือสิ่งที่คล้ายกันปักลงพื้นให้ตั้งฉาก 90 องศา เมื่อเงาไม้เหลือน้อยลง และด้านตรงข้ามเริ่มทอดเงามากขึ้น ถือว่าเป็นเวลาซุฮรฺชัรอียฺ เริ่มเข้าเวลานะมาซซุฮรฺ[4]
เวลามัฆริบ
เวลามัฆริบ จะสังเกตเห็นว่าแสงสีแดงทางทิศตะวันออก ซึ่งได้ปรากฏขึ้นหลังจากพระอาทิตย์ตกดิน เริ่มหายไป[5]
ครึ่งคืนชัรอียฺ
ถ้าได้แบ่งช่วงห่างระหว่างพระอาทิตย์ตกดินกับอะซานซุบฮฺออกเป็นสองครึ่ง ช่วงระหว่างกึ่งกลางเรียกว่า ครึ่งคืนชัรอียฺ เป็นช่วงเวลาสุดท้ายของนะมาซอิชาอฺ และจนถึงเวลานั้นถ้าตั้งใจ หรือมีอุปสรรคเช่น ลืมหรือนอนหลับไม่ได้นะมาซมัฆริบและอิชา อิฮฺติยาฏวาญิบ ให้นมาซมัฆริบและอิชาอฺ โดยไม่ต้องเนียตอะดา หรือเกาะฎอ[6]
เงื่อนไขเกี่ยวกับเวลานะมาซ
1. นะมาซที่นอกเหนือจากนะมาซวาญิบประจำวันแล้ว นะมาซวาญิบอื่นไม่มีเวลาเฉพาะเจาะจง ทว่าขึ้นอยู่กับเวลา ซึ่งเวลาจะเป็นสาเหตุทำให้นะมาซเป็นวาญิบ เช่น นะมาซอายาต ขึ้นอยู่กับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติไม่ว่าจะเป็น การเกิดแผ่นดินไหว จันทรุปราคา สุริยุปราคาหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันอื่น ๆ หรือนะมาซมัยยิตจะเป็นวาญิบเมื่อมีมุอฺมินเสียชีวิตลง และนะมาซวาญิบอื่นก็เช่นเดียวกัน
2. .ถ้านะมาซทั้งหมดทำก่อนเวลา หรือตั้งใจจะนะมาซก่อนที่จะถึงเวลา บาฏิล[7]
·       ถ้านะมาซในเวลา วิชาฟิกฮฺเรียกว่า นะมาซตรงเวลา
·       ถ้านะมาซหลังเวลาผ่านไปแล้ว วิชาฟิกฮฺเรียกว่า เกาะฎอนะมาซ (ชดใช้)
3. เป็นมุซตะฮับให้นะมาซตรงเวลาในช่วงเริ่มเข้าเวลา ยิ่งใกล้เวลาเริ่มต้นนะมาซเท่าใดยิ่งเป็นการดี  นอกเสียจากบางกรณีถ้าปล่อยเวลานะมาซให้ล่าออกไปจะเป็นการดีกว่า เช่น รอเวลาเพื่อจะนะมาซญะมาอะฮฺ (นะมาซรวมกัน)[8]
4.กรณีที่เวลานะมาซเหลือน้อย ถ้าทำสิ่งที่เป็นมุซตะฮับจะเป็นสาเหตุทำให้บางส่วนของนะมาซ ต้องทำนอกเวลา ดังนั้น ต้องไม่ทำสิ่งที่เป็นมุซตะฮับ เช่น ถ้ากล่าวดุอาอฺกุนูต จะทำให้เสียเวลา  ต้องไม่กล่าว[9]
5.ถ้าก่อนเดินทางได้นะมาซซุฮรฺและอัซรฺตรงเวลา เมื่อไปถึงยังจุดหมายปลายทางปรากฏว่ายังไม่เข้าเวลานะมาซของที่นั่น ไม่จำเป็นต้องนะมาซใหม่อีกครั้ง เช่นเดียวกันถ้าไปถึงแล้วเวลานะมาซยังเหลืออยู่[10]
6. หลังจากพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งขณะนั้นยังไม่ได้นะมาซซุบฮฺได้ออกเดินทาง และไปถึงยังจุดหมายปลายทางอีกที่หนึ่งก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น จำเป็นต้องนะมาซซุบฮฺโดยเนียตนะมาซในเวลา[11]
7. ถ้ายังไม่ได้นะมาซซุฮรฺ และอัซรฺ หลังจากมัฆริบได้ออกเดินทาง (นะมาซของเขาต้องเกาะฎอ)แต่เมื่อขึ้นเครื่องบินขึ้นไปได้สักระยะหนึ่งได้เห็นพระอาทิตย์ ดังนั้น ต้องนะมาซในเครื่องบินก่อนที่เวลาจะหมด โดยเนียตนะมาซในเวลา ถึงแม้ว่าเวลานะมาซจะเหลือแค่เพียงเราะกะอัตเดียวก็ตาม[12]
8.ขณะที่ออกเดินทางยังไม่เข้าเวลานะมาซ เช่น เครื่องบินออกก่อนอะซานซุบฮฺเล็กน้อย แต่ขณะที่อยู่ในเครื่องบินได้เวลานมาซพอดีและกำลังจะหมดไป หมายจะไปถึงจุดหมายปลายทางหลังพระอาทิตย์ขึ้น ดังนั้น ต้องนะมาซในเครื่องบิน
อัล-กิบละฮฺ
แน่นอนเราย่อมมองเห็นเจ้าแหงนหน้าขึ้นไปในฟากฟ้า  ขอยืนยันว่า เราจักผินเจ้ากลับมาสู่กิบละฮฺเดิมที่เจ้าพึงพอใจอย่างแน่นอน  ดังนั้น เจ้าจงผินหน้าของเจ้าไปทางมัสยิดอัลฮะรอม (กะอฺบะฮฺ) เถิด และไม่ว่าสูเจ้าจะอยู่แห่งหนใด สูเจ้าจงหันหน้าไปทางทิศนั้น (อัล-บะเกาะเราะฮฺ/144)
กิบละฮฺ และกฎเกณฑ์ต่างๆ
1. บัยตุลลอฮฺ   เป็นวิหารที่ตั้งอยู่ในมัสญิด อัล-ฮะรอม ณ เมืองมัก-กะฮฺ หรือที่เรียกว่า กิบละฮฺ เป็นวาญิบสำหรับบรรดามุสลิมทั้งหลายเวลานะมาซต้องหันหน้าไปสู่ นอกจากนั้นแล้วการฝังศพ และการเชือดสัตว์ก็ต้องหันหน้าไปสู่กิบละฮฺเช่นกัน
2.ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในมักกะฮฺและอยู่ห่างไกลออกไป ถ้านะมาซโดยหันหน้าในลักษณะที่สามารถกล่าวได้ว่า หันหน้าไปทางกิบละฮฺ ถือว่าเพียงพอ[13]
แนวทางพิสูจน์กิบละฮฺ
1.มั่นใจตัวเอง หมายถึงรู้แน่นอนว่ากิบละฮฺอยู่ทางไหน
2.ผู้อาดิล 2 คนได้ยืนยัน
3.บุคคลที่ได้ค้นหากิบละฮฺโดยอาศัยหลักวิชาการ ได้บอกกล่าวด้วยความมั่นใจ
4.ดูจากช่องมิฮฺรอบในมัสญิด หรือดูจากหลุมฝังศพของมุสลิม
หน้าที่ของบุคคลที่ไม่รู้ทิศกิบละฮฺ
ถ้าหลังจากได้พยายามค้นหากิบละฮฺแล้วแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ให้นะมาซโดยหันหน้าไปทางทิศใดก็ได้ที่คิดว่าหน้าจะเป็นกิบละฮฺ แต่ถ้าไม่พบอีก และยังพอมีเวลาเหลือ ให้นะมาซโดยหันหน้าไปทั้งสี่ทิศ  แต่ถ้าไม่มีเวลาพอที่จะทำเช่นนั้น ให้นะมาซแค่สามทิศ  หรือสองทิศ หรือนึ่งทิศตามลำดับ หลังจากนั้นเป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดกรณีดังต่อไปนี้
1.เขาไม่อาจรับรู้ได้ว่า กิบละฮฺอยู่ ณ ทิศใด นะมาซที่ทำแล้วถือว่าเพียงพอ
2.หลังจากนั้นรู้ว่าได้นะมาซโดยหันหน้าไปทางกิบละฮฺ นะมาซถูกต้อง
3.หลังจากนนะมาซรู้ว่าได้นะมาซโดยหันหลัง หรือหันไปทางขวา หรือทางซ้ายของกิบละฮฺ ถ้ารู้ในขณะที่ยังมีเวลาเหลือ ต้องนะมาซใหม่อีกครั้ง แต่ถ้ารู้หลังจากเวลานะมาซได้ผ่านไปแล้ว นะมาซถูกต้อง แต่อิฮฺติยาฏมุซตะฮับให้เกาะฎอนะมาซ
4.หลังจากนะมาซรู้ว่าได้หันผิด แต่ไม่ถึงขั้นที่ว่าได้หันออกไปทางขวา หรือทางซ้ายของกิบละฮฺ นะมาซถูกต้อง
หมายเหตุ นะมาซโดยหันทั้งสี่ทิศนั้น แน่นอนต้องมีทิศหนึ่งที่หันตรงกิบละฮฺ หรือเบี่ยงเบนออกจากกิบละฮฺเล็กน้อย
ถ้านะมาซโดยหันไปสามหรือสองทิศ ถ้าทิศหนึ่งตรงกับกิบละฮฺ หรือเบี่ยงเบนออกจากกิบละฮฺเล็น้อย ถือว่าเพียงพอ

[1] เตาฎีฮุลมะซาอิล หมวดนะมาซวาญิบ
[2] เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้อที่ 731/736
[3] เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้อที่ 741
[4] เล่มเดิม  ข้อที่ 729
[5] เล่มเดิม ข้อที่735
[6] เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้อที่ 740
[7] เล่มเดิม ข้อที่ 744
[8] เล่มเดิม ข้อที่ 751
[9] เล่มเดิม ข้อที่ 747
[10] ตะฮฺรีรุลวะซีละฮฺ เล่มที่ 2 หน้าที่ 632 ข้อที่ 3
[11] เล่มเดิม ข้อที่ 4
[12] เล่มเดิม
[13] เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้อที่776