แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages
  1. home

  2. article

  3. นะมาซญุมุอะฮฺ (วันศุกร์)

นะมาซญุมุอะฮฺ (วันศุกร์)

หนึ่งในการชุมนุมของมุสลิมประจำสัปดาห์ คือ นะมาซญุมุอะฮฺ ซึ่งในวันศุกร์ผู้นะมาซสามารถแทนที่นะมาซซุฮรฺได้ด้วยนะมาซญุมอะฮฺ[1]
ความสำคัญของนะมาซญุมุอะฮฺ
ท่านอิมามโคมัยนี (รฏ.)กล่าวถึงความสำคัญของนะมาซญุมุอะฮฺว่า
นะมาซญุมุอะฮฺพร้อมกับ 2 คุฎบะฮฺ คล้ายกับฮัจญฺ นะมาซฟิฎรฺ และอีดกุรบาน เป็นพิธีกรรมที่ยิ่งใหญ่ของมวลมุสลิม แต่น่าเสียดายว่ามุสลิมส่วนใหญ่หลงลืมและไม่ใส่ใจต่อหน้าที่สำคัญแห่งอิบาดะฮฺการเมืองนี้ ขณะที่ถ้าพิจารณาสักเล็กน้อยเกี่ยวกับบทบัญญัติ การเมือง สังคม และเศรษฐกิจจะพบว่าอิสลามก็คือ ศาสนาแห่งการเมือง ดังนั้น ผู้ใดแยกศาสนาออกจากการเมืองเขา คือ คนโง่เขลาเบาปัญญาที่ไม่รู้ทั้งศาสนาและการเมือง[2]
จะนะมาซญุมุอะฮฺอย่างไร
สิ่งที่เป็นวาญิบ
นะมาซญุมุอะฮฺมี 2 เราะกะอัต เหมือนกับนะมาซซุบฮฺ แต่นะมาซญุมุอะฮฺมีคำเทศนาเพิ่มอีก 2 คำเทศนาก่อนนะมาซโดยอิมามญุมุอะฮฺเป็นผู้กล่าว
มุซตะฮับ
1. ให้กล่าวฟาติหะฮฺและซูเราะเสียงดัง  (โดยอิมาม)
2. เราะกะอัตที่ 1 ให้กล่าวซูเราะฮฺญุมุอะฮฺ หลังจากฟาติหะฮฺ
3. เราะกะอัตที่ 2 ให้กล่าวซูเระมุนาฟิกูน หลังจากฟาติหะฮฺ
4. ให้กล่าว 2 กุนูต คือ เราะกะอัตแรก 1 ครั้งก่อนรุกูอฺ และเราะกะอัตที่สองอีก 1 ครั้งหลังจากรุกูอฺแล้ว[3]
เงื่อนไขของนะมาซญุมุอะฮฺ
1. เงื่อนไขทั้งหมดที่ระบุในนะมาซญะมาอะฮฺ สามารถใช้ได้กับนะมาซญุมุอะฮฺเช่นกัน
2. ต้องทำเป็นญะมาอะฮฺ นะมาซคนเดียว  ถือว่าไม่ถูกต้อง
3.จำนวนน้อย่ที่สุดของผู้เข้าร่วมนะมาซญุมุอะฮฺต้องไม่น้อยกว่า 5 ซึ่ง 1 คนเป็นอิมามที่เหลือเป็นมะอฺมูม
4.ระหว่าง 2 นะมาซญุมุอะฮฺ ต้องห่างกันอย่างน้อย 1 ฟัรซัค[4]
หน้าที่ของอิมามขณะกล่าวคุฏบะฮฺ
1. ต้องกล่าวสรรเสริญและสดุดีอัลลอฮฺ
2. ต้องประสาทพรแด่ท่านนบีมุฮัมมัด (ซ็อล ฯ) และบรรดาอิมาม (อ.) ผู้บริสุทธิ์
3. ต้องเชิญชวนประชาชนไปสู่ความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ และออกห่างจากการทำบาป
4.ให้อ่านอัล-กุรอานซูเราะฮฺสั้น  ๆ
5.ต้องขออภัยโทษให้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งชายและหญิง
และเป็นการดีให้กล่าวสิ่งต่อไปนี้ในคุฎบะฮฺ (คำเทศนา)
1. สิ่งที่มวลมุสลิมต้องการ อันเป็นปัจจัยยังชีพทั้งโลกนี้และโลกหน้า
2. ต้องแจ้งข่าวและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกทั้งที่เป็นคุณและเป็นโทษแก่มุสลิม
3. ต้องอธิบายปัญหาการเมือง การปกครอง และเศรษฐกิจ และสังคมอันมีส่วนเกี่ยวข้องกับเสรีภาพ และการเป็นอยู่ของมวลมุสลิมให้ทราบ
4. ต้องแจ้งให้บรรดามุสลิมทราบถึงการแทรกแซงทางการเมืองของรัฐบาลที่กดขี่ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม[5]
หน้าที่ของผู้นะมาซญุมุอะฮฺ
1. อิฮฺติยาฏวาญิบ  ให้ตั้งใจฟังคุฏบะฮฺของอิมาม
2. อิฮฺติยาฏมุซตะฮับ ให้หลีกเลี่ยงการพูดคุย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำพูดที่ทำให้ประโยชน์ของคุฎบะฮฺสูญเสียไป และถ้าเป็นสาเหตุให้ไม่ฟังคุฎบะฮฺ วาญิบต้องหลีกเลี่ยง
3. อิฮฺติยาฏมุซตะฮับ ให้มะอฺมูมนั่งหันหน้าไปทางอิมาม ขณะที่กล่าวคุฎบะฮฺ และไม่ควรหันไปทางอื่นเกินขอบเขตที่อนุญาตไว้นนะมาซ[6]
นะมาซอายาต
หนึ่งในนะมาซวาญิบทั้งหลาย คือ นะมาซอายาต ซึ่งสาเหตุที่เป็นวาญิบเป็นเพราะการเกิดปรากฏการณ์ต่าง ๆ ทั้งในฟากฟ้าและแผ่นดิน เช่น
– แผ่นดินไหว
– เกิดจันทรุปราคา
– เกิดสุริยุปราคา
– เกิดฟ้าร้อง ฟ้าผ่าหรือพายุดำ แดง หรือเหลืองอันเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ทำให้ประชาชน เกิดความหวาดกลัว[7]
วิธีการนะมาซอายา
1.นะมาซอายาต มี 2 เราะกะอัต แต่ละเราะกะอัต มี 5 รุกูอฺ
2.นะมาซอายาตก่อนรุกูอฺให้กล่าวฟาติหะฮฺกับซูเราะฮฺ ดังนั้น 2 เราะกะอัตเท่ากับได้กล่าวฟาติหะฮฺกับซูเราะฮฺ 10 ครั้ง
หรือวิธีหนึ่ง คือหลังจากฟาติหะฮฺแล้วสามารถแบ่งซูเราะฮฺออกเป็นโองการ ซึ่ง 1 รุกูอฺเท่ากับกล่าวซูเราะฮฺ 1 โองการ  ดังนั้น 2 เราะกะอัต เท่ากับได้อ่านฟาติหะฮฺและซูเราะฮฺ 2 ครั้งเท่านั้น
วิธีการแบ่งซูเราะฮฺอิคลาซในการนะมาซอายาต เช่น
เราะกะอัตที่ 1
-ให้อ่านฟาติหะฮฺ  และบิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานิรเราะฮีม  แล้วรกูอฺ
– เงยศีรษะขึ้นให้อ่าน กุลฮุวัลลอฮฺฮุอะฮัด  แล้วรุกูอฺ
– เงยศีรษะขึ้นให้อ่าน อัลลอฮฮุซเซาะมัด   แล้วรุกูอฺ
– เงยศีรษะขึ้นให้อ่าน ลัมยะลิดวะลัมยุลัด  แล้วรุกูอฺ
– เงยศีรษะขึ้นให้อ่าน วะลัมยะกุนละฮูกุฟุวันอะฮัด แล้วรุกูอฺ
หลังจากนั้นให้ซัจญฺดะฮฺไปตามขั้นตอน และให้ลุกขึ้นยืนเพื่อทำเราะกะอัตที่สอง
เราะกะอัตที่ 2
เราะกะอัตที่ 2 ให้ทำเช่นเดียวกับเราะกะอตที่ 1  หลังจากนั้นให้กล่าวตะชะฮุดและสลามตามลำดับ[8]
เงื่อนไขของนะมาซอายาต
1.นะมาซอายาต วาญิบเฉพาะประชาชนที่อยู่ในเมืองที่เกิดปรากฎการณ์นั้น ไม่วาญิบสำหรับประชาชนที่อยู่ในเมืองอื่น[9]
2. ถ้าเราะกะอัตแรก ของนะมาซอายาตกล่าวฟาติฮะฮฺและซูเราะฮฺ 5 ครั้ง ส่วนเราะกะอัตที่ 2  กล่าวฟาติหะฮฺและแบ่งซูเราะฮฺออกเป็นโองการ ถือว่านะมาซถูกต้อง[10]
3. มุซตะฮับ ให้กุนูตก่อนรุกูอฺครั้งที่ 2, 4, 6, 8, 10 หรือกุนูตเพียงครั้งเดียวก่อนรุกูอฺครั้งที่ 10 ถือว่าเพียงพอ[11]
4. ทุก ๆ รุกูอฺของนะมาซอายาตเป็นรุกนฺ ถ้าตั้งใจหรือลืมได้เพิ่มหรือลด นะมาซบาฏิล[12]
5.นะมาซอายาต สามารถทำเป็นญะมาอะฮฺได้โดยให้อิมามเป็นผู้อ่านฟาติหะฮฺและซูเราะฮเพียงคนเดียว[13]
นะมาซมัยยิต (นะมาซคนตาย)
นะมาซมัยยิต วาญิบกิฟายะฮฺสำหรับมุสลิมทุกคน  หมายถึงถ้ามีบุคคลหนึ่งนะมาซแล้วบุคคลอื่นไม่จำเป็นต้องนะมาซอีก
วิธีนะมาซมัยยิต
นะมาซมัยยิตมี 5 ตักบีร ดังนี้
1.หลังจากเนียต ให้ตักบีร 1 ครั้ง แล้วกล่าวว่า  อัชฮะดุอันลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺวะอันนะมุฮัมมะดันเราะซูลุลลอฮฺ
2.หลังจากตักบีรที่ 2 ให้กล่าวว่า อัลลอฮุมมะซ็อลลิอะลา มุฮัมมัดวะอาลิมุฮัมมัด
3. หลังจากตักบีรครั้งที่ 3 ให้กล่าวว่า อัลลอฮุมมัฆฟิร ลิล มุอฺมินีนะวัลมุมินาต
4.หลังจากตักบีรครั้งที่สี่หากผู้ตายเป็นชายให้กล่าวว่า อัลลอฮุมมัฆฟิรลิฮาซัลมัยยิต (ใส่ชื่อมัยยิต)  หากผู้ตายเป็นหญิง ให้กล่าวว่า อัลลอฮุมมัฆฟิรลิฮาซิฮิลมัยยิต  (ใส่ชื่อผู้ตาย) หลังจากนั้นให้ตักบีรครั้ง ที่ 5 ถือว่านะมาซเสร็จสมบูรณ์
เงื่อนไขนะมาซ มัยยิต 
1. ต้องนะมาซหลังจากฆุซลฺมัยยิต 3 ครั้ง และกะฝั่น (ห่อศพ) เรียบร้อยแล้ว มิฉะนั้น ถือว่าบาฏิล เว้นเสียแต่มัยยิตที่ไม่ต้องทำตามเงื่อนไขเหล่านี้ เช่น บรรดาชะฮีด
2. ต้องเนียต
3. ต้องยืนขณะนะมาซ
4. ต้องให้ศีรษะของผู้ตายอยู่ทางด้านขวามือ ของผู้นะมาซ
5.ขณะนะมาซ ต้องวางผู้ตายให้ท่านอนหงายเหยียดตรง
6. ผู้นะมาซต้องหันหน้าไปทางกิบละฮฺ
7. ต้องวางผู้ตายให้อยู่ด้านหน้าของผู้นะมาซ
8. ต้องไม่มีสิ่งกีดขวางระหว่างผู้ตายกับผู้นะมาซ
9. ต้องกระทำอย่างต่อเนื่องระหว่างการตักบีรกับการกล่าวดุอาอฺ
10.ระหว่างผู้ตายกับผู้นะมาซต้องไม่ห่างกันมากจนเกินไป
11.ต้องปกปิด เอาเราะฮฺ (อวัยวะเพศ) ของผู้ตาย
นะมาซเฎาะวาฟ
รุกนฺข้อหนึ่งของการบำเพ็ญฮัจญฺ กล่าวคือ ถ้าลืมหรือเจตนาไม่นะมาซฮัจญฺบาฏิล นะมาซเฎาะวาฟมี 2 เราะกะอัต ให้นะมาซหลังจากเฎาะวาฟเสร็จเรียบร้อย รูปแบบของนะมาซเหมือนกับนะมาซซุบฮฺ แต่ให้เลือกระหว่างการอ่านเสียงดังกับสียงค่อย และให้นะมาซใกล้ ๆ กับ มะกอมอิบรอฮีม (ที่ยืนของอิบรอฮีม)
นะมาซนะซัร
หมายถึงนะมาซ ซึ่งบุคคลหนึ่งได้เนียตหรือบนบานว่า หากภารกิจหนึ่งสำเร็จจะนะมาซ สมมติว่า  2, 4, 6, 8, 10 เราะกะอัต เป็นต้น
นะมาซมุซตะฮับ   
1. นะมาซมุซตะฮับ หรือเรียกอีกอย่างว่า นาฟิละฮฺ
2.นะมาซมุซตะฮับมีจำนวนมากมายไม่สามารถกล่าวทั้งหมดได้ จะกล่าวเฉพาะนะมาซที่มีความสำคัญมากกว่านะมาซอื่นเท่านั้น[14]
การนะมาซอีด
นะมาซอีดทั้งสอง คือ อีดุลฟิฏริและอีดุลอัฏฮา การนะมาซอีดทั้งสองโดยเฉพาะในสมัยของอิมาม (อ.) เป็นวาญิบ และต้องนะมาซรวมกันเป็นญะมาอะฮฺ ส่วนในสมัยที่อิมามไม่ปรากฏกายเป็นมุซตะฮับ
ช่วงเวลานะมาซอีด
1.เวลาของนะมาซอีด เริ่มตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้น จนกระทั่งถึงกลางวัน (ซุฮรฺ)[15]
2. มุซตะฮับ ให้นะมาซอีดอัล-อัฏฮาหลังจากพระอาทิตย์ขึ้น
3. มุซตะฮับ นะมาซอีดุลฟิฏรฺหลังจากพระอาทิตย์ขึ้นให้แจกจ่ายอาหาร จ่ายซะกาตฟิฎเราะฮฺ แล้วจึงนะมาซอีด 16]

 วิธีการนะมาซอีด
นะมาซอีดฟิฎรฺกับอีดกุรบานมี  2  เราะกะอัตกับ 9 กุนูต  โดยให้นะมาซดังนี้
เราะกะอัตที่ 1 หลังจากกล่าวฟาติหะฮฺและซูเราะฮฺแล้ว ให้กล่าวตักบีร 5 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งมี 1 กุนูต และหลังจากกล่าวกุนูตแล้ว ให้ตักบีรอีกครั้ง หลังจากนั้นให้รุกูอฺ และซัจญฺดะฮฺตามลำดับ
เราะกะอัตที่ 2 หลังจากอ่านฟาติหะฮฺและซูเราะฮฺ ให้กล่าวตักบีร 4 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งมี 1 กุนูต  และหลังจากกล่าวกุนูตแล้ว ให้ตักบีรอีกครั้ง หลังจากนั้นให้รุกูอฺ ซุญูด กล่าวตะชะฮุด และสลามตามลำดับ
กุนูตของนะมาซอีดทั้งสองสามารถกล่าวดุอาอฺ และซิกรฺใดก็ได้ แต่ดีกว่าให้กล่าวกุนูตโดยหวังผลบุญดังนี้ว่า
“อัลลอฮุมมะ อะฮฺลัลกิบริยาอิวัลอะเซาะมะฮฺ  วะอะฮฺลัลญูดิวัลญะบะรูติ วะอะฮฺลัลอัฟวิ วัรเราะฮฺมะติ  วะอะฮฺลัลตักวา วัลมัฆฟิเราะติ อัซอะลุกะ บิฮักกิ ฮาซัลเยามิ  อัลละซีญะอัลตะฮู  ลิลมุสลิมีนะอีดัน  วะลิมุฮัมมะดิน ซ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะอาลิฮี   ซุกรอน วะชะเราะฟัน วะกะรอมะตัน วะมะซีดัน   อันตุซ็อลลิยะ อะลา มุฮัมมะดิน วะอะลิมุฮัมมัด  วะอันตุดคิละนี  ฟีกุลลิคัยริน อัดดะคัลตะ ฟิฮิ มุฮัมมะดัน วะอาละมุฮัมมะดิน วะอันตุคริญะนี มินกุลลิซูอิน  อัครอจญฺตะมินฮุ  มุฮัมมะดัน วะอาละมุฮัมมะดิน เซาะละวาตุกะอะลัยฮิ วะอะลัยฮิม อัลลอฮุมมะ อินนี อัซอะลุกะ คัยเราะมาซะอะละกะ บิฮีอิบาดุกัซซอลิฮูน วะอะอูซุบิกะ มิมมัซตะอาซะ มินฮุ อิบาดุกัลมุคละซูน”
นะมาซนาฟิละฮฺประจำวัน
นะมาซวาญิบประจำวันมีทั้งหมด 17 เราะกะอัต (ยกเว้นวันศุกร์ และช่วงเดินทางไกล) และนะมาซมุซตะฮับประจำวัน (นะวาฟิล) มี  23 เราะกะอัต นอกจากนี้ยังมีนะมาซเซาะลาตุลลัยนฺอีก  11 เราะกะอัต ซึ่งรวมทั้งสิ้น 34 เราะกะอัต (สองเท่าของนะมาซวาญิบ)
จำนวนเราะกะอัตและเวลาของนะมาซมุซตะฮับประจำวัน  มีดังนี้
1. นาฟิละฮฺซุบฮฺ มี 2 เราะกะอัต อิฮฺติยาฎ ให้นะมาซก่อนนะมาซซุฮบฺ
2.นะมาซนาฟิละฮฺซุฮรฺ มี  8 เราะกะอัต (ทำที่ละ 2 เราะกะอัต)  ให้ทำก่อนนะมาซซุฮรฺ ช่วงเวลาเริ่มตั้งแต่ซุฮรฺจนกระทั่งเงาไม้ทอดออกเป็น 2/3 ส่วน
3. นะมาซนาฟิละฮฺอัซรฺ มี 8 เราะกะอัต (ทำที่ละ 2 เราะกะอัต) ให้ทำก่อนนะมาซอัซรฺ ช่วงเวลาเริ่มตั้งแต่อัซรฺจนกระทั่งเงาไม้ทอดออกเป็น 7/4 ส่วน
4.นะมาซนาฟิละฮฺมัฆริบ มี 4 เระกะอัต (ทำที่ละ 2 เราะกะอัต) ให้ทำหลังจากนะมาซมัฆริบ เริ่มหลังจากนะมาซมัฆริบจนกระทั่งแสงสีแดงด้านทิศตะวันตก ซึ่งได้เกิดขึ้นหลังจากพระอาทิตย์ตกดินเลือนหายไป
5.นะมาซนาฟิละฮฺอิชาอฺ มี 2 เราะกะอัต ให้ทำหลังนะมาซอิชาอฺจนกระทั่งถึงเที่ยงคืน และอิฮฺติยาฏวาญิบให้นั่งทำ
นะมาซเซาะลาตุลลัยนฺ
นะมาซเซาะลาตุลลัยนฺมี 11 เราะกะอัต ให้ทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1.ให้นะมาซ 8 เราะกะอัตแรกก่อน (ทำที่ละ 2 เราะกะอัต) เนียตนะมาซ เซาะลาตุลลัยนฺ
2.ให้นะมาซอีก 2 เราะกะอัต  เนียตนะมาซ เซาะลาตุชชะฟะอฺ
3.ให้นะมาซอีก 1 เราะกะอต เนียตนะมาซ  เซาะลาตุลวิตรฺ[17]
เวลาของเซาะลาตุลลัยนฺ
1.ช่วงเวลาของเซาะลาตุลลัยนฺ เริ่มจากเที่ยงคืนไปจนถึงอะซานซุบฮฺ และช่วงเวลาที่ดีที่สุดให้ทำก่อนอะซานซุบฮฺประมาณ 1 ชั่งโมง[18]
2. สำหรับบุคคลที่อยู่ระหว่างเดินทาง หรือบุคคลที่มีความลำบากที่จะนะมาซหลังจากเที่ยงคืนไปแล้ว  อนุญาตให้นะมาซตอนหัวค่ำได้[19]
นะมาซฆุฟัยละฮฺ
ฆุฟัยละฮฺเป็นอีกหนึ่งในนะมาซมุซตะฮับที่ได้รับการเน้นไว้อย่างมากให้ปฏิบัติ และช่วงเวลาของนะมาซเริ่มหลังจากนะมาซมัฆริบ[20]
วิธีการนะมาซฆุฟัยละฮฺ
นะมาซฆุฟัยละฮฺ มี 2 เราะกะอัต เราะกะอัตที่ 1 หลังจากฟาติหะฮฺให้กล่าวโองการนี้แทนว่า
วะซันนูนิ อิซซะฮะบะ มุฆอฎิบัน ฟะซอนนะ อันลันนักดิเราะ อะลัยฮิ ฟะนาดา ฟิซซุลุมาติ อันลาอิลาฮะ อิลลา อันตะ ซุบฮานะกะ อินนี กุนตุ มินัซซอลิมีน ฟัซตะญับนา ละฮู วะ นัจญัยนาฮุ มินัลฆอมมิ วะกะซาลิกะ นุนญิลมุอฺมินีนะ.
ส่วนเราะกะอัตที่ 2  หลังจากฟาติหะฮฺให้กล่าวโองการนี้แทนที่ซูเราะฮฺ
วะอินดะฮู มะฟาติฮุลฆอยบิ ลายะอฺละมุฮา อิลลาฮุวะ วะยะละมุ มาฟิลบัรริ วัลบะฮฺริ วะมาตัซกุตุ มินวะเราะกะติน อิลลายะอฺละมุฮา วะลาฮับบะติน ฟีซุลุมาติลอัรฎิ วะลารอฎบิน วะลายาบิซิน อิลลาฟี กิตาบินมุบีน.
ส่วนกุนูตให้กล่าวดุอาอฺดังนี้ว่า อัลลอฮุมมะ อินนี อัซอะลุกะ บิมะฟาติฮิลฆอยบิ อัลละตีลายะอฺละมุฮา อิลลาอันตะ อันตุซ็อลลิยะ อะลา มุฮัมมะดิน วะอาลิมุฮัมมัด วะอันตัฆฟิเราะลี ซุนูบี อัลลอฮุมมะอันตะ วะลียุนิอฺมะตี วัลกอดิรุ อะลา เฎาะลิบะตี ตะอฺละมุฮาญะตี ฟะอัซอะลุกะ บิฮักกิมุฮัมมะดิน วะอาลิมุฮัมมัด อะลัยฮิวะอะลัยฮิมุซซะลาม ลัมมาเกาะฎอยตะฮาลี.

[1] ตะฮฺรีรุลวะซีละฮฺ หน้าที่ 231 ข้อที่ 1
[2] เล่มเดิม หน้าที่ 234 ข้อที่ 9
[3] ตะฮฺรีรุลวะซีละฮฺ  เล่ม 1 หน้า 222
[4] ตะฮฺรีรุลวะซีละฮฺ เล่มที่ 1 หน้าที่ 231
[5] เล่มเดิม หน้าที่ 233, 234
[6] เล่มเดิม หน้าที่ 235 ข้อที่14
[7] เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้ที่ 1491
[8] เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้อที่ 1508
[9] อ้างแล้ว ข้อที่ 1494
[10] อ้างแล้ว ข้อที่ 1509
[11] อ้างแล้ว ข้อที่ 1512
[12] อ้างแล้ว ข้อที่ 1515
[13] อัล อุรวะตุลวุซกอ เล่มที่ 1 หน้าที่ 730 ข้อที่ 13
[14] เตาฎีฮุลมเซาอิล ข้อที่ 764
[15] เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้อที่ 764
[16] อ้างแล้ว ข้อที่ 1517
[17] เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้อที่ 765
[18] อ้างแล้ว ข้อที่773
[19] อ้างแล้ว  ข้อที่ 773
[20] อ้างแล้ว ข้อที่ 774