แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages
  1. home

  2. article

  3. การให้ความสำคัญต่อครู

การให้ความสำคัญต่อครู

ครูถือว่าเป็นศูนย์รวมของความรู้ ที่ได้สั่งสมวิชาการและความรู้จากรัศมีอันมีความประเสริฐ เพื่อขจัดความโง่เขลาชนิดขุดรากถอนโคนให้สิ้นไปจากสังคม ครูเป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาการและแสงสว่างแก่ผู้ที่โง่เขลาให้เป็นผู้มีความรู้ และเฉลียวฉลาด ครูเป็นผู้จุดประกายความรู้ให้สว่างขึ้นเพื่อเป็นประทีปส่องนำทางไปสู่ความสำเร็จ
จากความสำคัญนี้เอง อิสลามจึงกล่าวว่าเป็นข้อบังคับ(วาญิบ) ต้องให้ความเคารพและปฏิบัติตามคำสั่งสอนของครูบาอาจารย์ และถือว่าครู คือ บุคคลที่บริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในสังคม
ท่านอิมามอะลี (ขอความสันติพึงมีแด่ทาน) ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “ใครก็ตามที่ได้สั่งสอนฉัน เท่ากับได้ทำให้ฉันกลายเป็นทาสของเขา”
ท่านอิมามอะลี (ขอความสันติพึงมีแด่ทาน) ได้กล่าวอีกว่า “ประชาชนแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม คือ
หนึ่ง ผู้รู้นักปราชญ์
สอง กลุ่มชนที่ได้ทำการศึกษาเพื่อช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นให้รอดปลอดภัย
สาม กลุ่มชนที่หลีกเลี่ยงความรู้ ซึ่งพวกเขาไม่ต่างอะไรไปจากตัวเหลือบหรือแมลงวันที่คอยไต่ตอมอยู่ตามหน้าตาของสัตว์และสิ่งปฏิกูลทั้งหลาย เมื่อลมพัดโชยมาก็จะถลาไปตามลม หรือเมื่อได้กลิ่นเหม็นโชยมาจากทิศใดก็จะบินไปสู่ทิศนั้น ทำตัวเป็นพวกไม้หลักปักขี้เลน”
5. การให้เกียรติผู้รู้และนักปราชญ์
อัล-กุรอานได้กล่าวถึงตำแหน่งของผู้รู้และนักปราชญ์ผู้ทรงเกียรติไว้ดังนี้ว่า
يَرْفَعِ اللَّهُ الَّذِينَ آمَنُوا مِنكُمْ وَالَّذِينَ أُوتُوا الْعِلْمَ دَرَجَاتٍ
“อัลลอฮทรงยกย่องบรรดาผู้ศรัทธาในหมู่สูเจ้า และบรรดาผู้ที่ได้รับความรู้ไว้ในหลายฐานันดรด้วยกัน (อัล-กุรอาน บท อัล มุญาดะละฮ โองการที่ 11)
ฐานันดรและเกียรติยศที่สูงส่งของผู้รู้และนักปราชญ์ ในทัศนะของผู้นำอิสลาม: อัล-กุรอาน กล่าวว่า
“บรรดาผู้รู้กับผู้ไม่รู้จะเท่าเทียมกันหรือ แท้จริงผู้ที่มีวิจารณญาณเท่านั้นที่จะสำนึก” (อัล-กุรอาน บท อัชซุมัร โองการที่ 10)
ประเด็นสำคัญจากโองการ คือ ความรู้ในทัศนะของอัล-กุรอาน ไม่ได้หมายถึงความรู้เกี่ยวกับศาสนาเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงความรู้ของศาสตร์ทุกแขนง อันทำให้มนุษย์เกิดความสว่างไสว และสามารถช่วยเหลือมนุษย์ในภารกิจต่าง ๆ ทั้งโลกนี้และโลกหน้าได้
ตำแหน่งของผู้รู้และนักปราชญ์ สูงส่งกว่าตำแหน่งของผู้บำเพ็ญศีลแต่เพียงอย่างเดียว ดังที่ท่านอิมามมุฮัมมัดบากิร (ขอความสันติพึงมีแด่ทาน) กล่าวว่า
“ผู้รู้ที่ใช้ประโยชน์จากความรู้ของตน ประเสริฐกว่าผู้บำเพ็ญศีลถึง 70,000 คน”
มาตรฐานของบรรดาอิมาม (ขอความสันติพึงมีแด่ทาน) ที่ใช้วัดบุคลิกภาพและคุณค่าของความเป็นมนุษย์ คือความรู้ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ ท่านศาสดา (ขอพระเจ้าทรงประสาทพรแด่ท่านและครอบครัวของท่าน) กล่าวว่า
“ผู้ที่มีความรู้ที่สุดในหมู่ของประชาชน คือ ผู้ที่นำเอาประโยชน์จากความรู้ของผู้อื่นมาเสริมความรู้ของตน เพราะคุณค่าของความเป็นมนุษย์ คือ ความรู้ ดังนั้น ผู้ใดมีความรู้มากคุณค่าของเขาย่อมมากตามไปด้วย  ในทางกลับกัน ใครก็ตามมีความรู้น้อย คุณค่าของเขาก็ลดน้อย
หน้าที่ของครูและศิษย์
อัล-กุรอาน ยกย่องความรู้ว่าเป็นธาตุที่แท้จริงแห่งชีวิต เพราะถ้าไม่มีความรู้ มนุษย์กับสรรพสัตว์และสิ่งอื่น ๆ ก็จะไม่แตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้ นักเรียนจะต้องสำนึกตลอดเวลาว่า ผู้เป็นครู คือ ศูนย์กลางแห่งชีวิตของตน เพราะอนาคตที่แท้จริงได้เจริญงอกงามมาจากน้ำมือของผู้เป็นครู ครูจึงเป็นเสมือนชีวิตที่สองของนักเรียน ซึ่งพวกเขามีหน้าที่ให้ความเคารพยกย่องเชิดชูเกียรติยศ และยอมรับคำแนะนำสั่งสอนของครู แม้ว่าในบางครั้งจะแฝงไว้ด้วยความร้ายกาจก็ตาม นักเรียนต้องไม่แสดงความแข็งกระด้างก้าวร้าว ดูถูกเหยียดหยาม หรือทำลายคุณค่าของความเป็นครูทั้งต่อหน้าและลับหลัง หรือแม้ว่าครูจะล่วงลับไปแล้วก็ตาม
ในทำนองเดียวกัน ครูก็ต้องสำนึกเหมือนกันว่า เขาคือผู้รับผิดชอบชะตากรรมและอนาคตของนักเรียน ตราบใดก็ตามที่ครูยังไม่สามารถสอนให้นักเรียนคนหนึ่งยืนอยู่บนเท้าทั้งสองข้างแห่งความเป็นมนุษย์ได้ เขาจะต้องไม่แสดงความเหน็ดเหนื่อย หรือท้อถอยเด็ดขาด แม้ว่าในบางครั้งนักเรียนจะยอมรับคำอบรมสั่งสอนของครูไม่ได้ก็ตาม ครูจะต้องไม่กำลังใจ ถ้าหากมีความก้าวหน้าและประสบความสำเร็จในการสั่งสอน ก็จงอย่างแสดงความดีใจอย่างออกหน้าออกตา และครูต้องระมัดระวังตลอดเวลา อย่าให้คำพูดหรือกริยาท่าทางของตนเป็นเหตุทำให้นักเรียนต้องเสียใจ ท้อถอยหรือหมดกำลังใจต่อการศึกษา
ท่านอิมามอะลี (อ.) กล่าวมารยาทที่ดีต่อครูบาอาจารย์ว่า…..
“จงให้ความเคารพเหมือน ๆ กัน ไม่ว่าเขาจะเป็นครูของท่านและบรรดาผู้ที่ท่านได้สอนพวกเขา”
–                   ไม่มีเครื่องประดับอันใด ที่จะเสมอเหมือนความสุภาพอ่อนโยน
–                   ไม่มีความสูงศักดิ์ในทางชาติกำเนิดใด ๆ ที่จะทำให้ผู้หนึ่งสูงเด่นขึ้นมาได้ ถ้าหากความไม่สุภาพที่มีอยู่ในตัวของเขา ทำให้เขาต้องตกต่ำลง