แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages
  1. home

  2. article

  3. วิธีการนำเสนอของอัล-กุรอาน

วิธีการนำเสนอของอัล-กุรอาน

1- ความเป็นสากลของอัล-กุรอาน
2- ความสมบูรณ์ของอัล-กุรอาน
3- ความอมตะของอัล-กุรอาน
4 – การบ่งชี้ความหมายอันเป็นเอกเทศและบริบูรณ์พร้อมของอัล-กุรอาน
5- มิติด้านในและด้านนอกของอัล-กุรอาน
6- เหตุใดอัล-กุรอานจึงนำเสนอในสองรูปแบบ (ความหมายภายนอกและความหมายภายใน)
7- โองการมุฮฺกัม (ชัดเจน) และมุตะชาบิฮฺ (คลุมเครือ)
8- มุฮฺกัมและมุตะชาบิฮฺ ในทัศนะของนักอรรถาธิบายอัล-กุรอานและนักวิชาการ
9- แนวทางของอิมามแห่งอะฮฺลุลบัยตฺ (อ.) เกี่ยวกับโองการมุฮฺกัมและมุตะชาบิฮฺ
10- ตะอฺวีลและตันซีล ในอัล-กุรอาน
11- ความหมายของ “ตะอฺวีล” ในทัศนะของนักอรรถาธิบายอัล-กุรอานและนักวิชาการ
12- ความหมายของ “ตะอฺวีล” ในทัศนะของอัล-กุรอาน
13 – นาซิคและมันซูคในอัล-กุรอาน
14- ญัรยฺในอัล-กุรอาน
15- กำเนิดและวิวัฒนาการของการอรรถาธิบายอัล-กุรอาน (ตัฟซีร)
16- วิชาการอรรถาธิบายอัล-กุรอาน (อิลมุต-ตัฟซีร) และกลุ่มนักตัฟซีร
17- วิธีการและนักอรรถาธิบายกุรอานฝ่ายชีอะฮฺ
18- อัล-กุรอานยอมรับวิธีการอรรถาธิบายแบบใด
19- บทสรุป
20- ตัวอย่างการอธิบายอัล-กุรอานด้วยอัล-กุรอาน
21- ความหมายของฮุจญะฮฺ (เหตุผล) ในการอรรถาธิบายอัล-กุรอานของท่านศาสดา(ซ็อล ฯ) และอิมาม (อ.)
1) ความเป็นสากลของอัล-กุรอาน
เนื้อหาของอัล-กุรอานมิได้เฉพาะเจาะจงสำหรับประชาชาติอาหรับ หรือเฉพาะมุสลิมเท่านั้น แต่ทว่าอัล-กุรอาน สนทนากับกลุ่มชนอื่นด้วยเช่นเดียวกัน ดังจะเห็นว่าโองการมากมายของอัล-กุรอาน สนทนากับผู้ปฏิเสธ (กุฟฟาร) ผู้ตั้งภาคีเทียบเคียง (มุชรีกีน) ชาวคัมภีร์ (อะฮฺลุลกิตาบ) ยะฮูดี (ชาวยิว) วงศ์วานของอิสรออีล และนะซอรอ (ชาวคริสต์) อีกทั้งได้เรียกร้องเชิญชวนชนเหล่านี้เข้ามาสู่คำสอนอันสัจจริงของอัล-กุรอาน
อัล-กุรอาน เชิญชวนทุกกลุ่มชนสู่อิสลาม โดยมิได้กำหนดว่าพวกเขาจะต้องเป็นชาวอาหรับเท่านั้น ดังที่อัล-กุรอาน กล่าวถึงผู้ตั้งภาคีที่เคารพบูชาเทวรูปว่า
فَإِن تَابُواْ وَأَقَامُواْ الصَّلاَةَ وَآتَوُاْ الزَّكَاةَ فَإِخْوَانُكُمْ فِي الدِّينِ
“ดังนั้น หากพวกเขาสารภาพผิด ดำรงนมาซ และจ่ายซะกาตแล้วไซร้ พวกเขาคือพี่น้องร่วมศาสนาของพวกเจ้า” (อัต-เตาบะฮฺ 11)
อัล-กุรอาน กล่าวถึงชาวคัมภีร์(ชาวยิว คริสเตียน และโซโรแอสเตอร์) ว่า
قُلْ يَا أَهْلَ الْكِتَابِ تَعَالَوْاْ إِلَى كَلَمَةٍ سَوَاءٍ بَيْنَنَا وَبَيْنَكُمْ أَلاَّ نَعْبُدَ إِلاَّ اللّهَ وَلاَ نُشْرِكَ بِهِ شَيْئًا وَلاَ يَتَّخِذَ بَعْضُنَا بَعْضاً أَرْبَابًا مِّن دُونِ اللّهِ
“จงประกาศเถิด (มุฮัมมัด) โอ้ ชาวคัมภีร์เอ๋ย จงมายังถ้อยคำที่เสมอภาคกันระหว่างพวกเราและพวกท่านคือ เราจะไม่เคารพภักดีผู้ใดนอกจากอัลลอฮฺ เราจะไม่ตั้งภาคีใดๆ ต่อพระองค์ และพวกเราจะไม่ยึดเอาบางคนในหมู่พวกเราเป็นผู้บริบาลนอกจากอัลลอฮฺ (. อาลิอิมรอน/64)
จะเห็นว่าอัล-กุรอานไม่ได้กล่าวว่า “หากชาวอาหรับผู้ตั้งภาคีสารภาพผิด …” หรือไม่ได้กล่าวว่า “โอ้ ชาวอาหรับผู้มีสายเลือดอาหรับทั้งหลาย…” จริงอยู่ในช่วงแรกแห่งารุ่งอรุณของอิสลาม การเผยแผ่ยังจำกัดอยู่เฉพาะแต่ในคราบสมุทรอาหรับเท่านั้น ถ้อยคำของอัล-กุรอาน จึงมุ่งไปที่ชาวอาหรับเป็นการเฉพาะ แต่หลังจากที่อิสลามได้แผ่กระจายออกไปอย่างกว้างขวางนอกคราบสมุทรอาหรับ หรือนับตั้งแต่ปีที่ 6 ของการอพยพ (ฮิจเราะฮฺ) เป็นต้นมา ไม่ปรากฏหลักฐานใดๆ ที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดว่า อัล-กุรอานมีขอบเขตจำกัดเฉพาะกลุ่มชนเท่านั้น
นอกจากอัล-กุรอานโองการข้างต้นแล้ว ยังมีอีกหลายโองการที่บ่งชี้ให้เห็นถึงการเรียกร้องเชิญชวนของอัล-กุรอาน ไปยังมวลมนุษยชาติ เช่น
وَأُوحِيَ إِلَيَّ هَذَا الْقُرْآنُ لأُنذِرَكُم بِهِ
“อัล-กรุอานนี้ก็ได้ถูกประทานแก่ฉัน เพื่อฉันจะได้ใช้อัล-กุรอานตักเตือนพวกท่าน และผู้ที่อัล กุรอานไปถึงเขา (.อัล-อันอาม/19)
وَمَا هُوَ إِلَّا ذِكْرٌ لِّلْعَالَمِينَ
“ทว่าอัล-กุรอาน มิใช่อื่นใดนอกจากเป็นข้อตักเตือนสำหรับประชาโลกทั้งหลาย (.อัล-เกาะลัม/52)
إِنَّهَا لَإِحْدَى الْكُبَرِ نَذِيرًا لِّلْبَشَرِ
“แท้จริงนรกเป็นหนึ่งในสัญญาณอันใหญ่หลวง เพื่อเป็นการเตือนสำทับแก่มนุษย์ (.อัล-มุดดัษษีร/35-36)

นอกจากนี้ ประวัติศาสตร์ยังได้พิสูจน์ให้เห็นว่า อิสลามได้รับการยอมรับจากผู้นำศาสนาต่างๆ เช่น บรรดาผู้กราบไหว้เทวรูป ชาวยิว และชาวคริสต์ และได้รับการตอบรับจากกลุ่มบุคคล เช่น ซัลมานอัล-ฟารซีย์ชาวเปอร์เซีย ซุฮัยบฺชาวโรมัน และบิลาลชาวเอธิโอเปีย เป็นต้น
2) ความสมบูรณ์ของอัล-กุรอาน
อัล-กุรอานครอบคลุมเป้าหมายสมบูรณ์ของความเป็นมนุษย์ และสาธยายเป้าหมายด้วยรูปแบบที่สมบูรณ์ที่สุด เนื่องจากเป้าหมายของความเป็นมนุษย์ได้ก่อรูปขึ้นมาด้วยการมองโลกตามความเป็นจริง อันมีโลกทัศน์ที่สมบูรณ์เป็นองค์ประกอบสำคัญ มีการปฏิบัติตามหลักศีลธรรมจรรยาและประมวลกฎหมายอันเป็นหลักการในทางปฏิบัติ ซึ่งถือเป็นผลพวงและมีความเหมาะสมกับโลกทัศน์นั้น อัล-กุรอานกล่าวถึงเป้าหมายนี้ไว้อย่างชัดเจนและสมบูรณ์ที่สุด ดังที่อัลลอฮฺ (ซบ.) พระผู้ทรงสูงส่งตรัสถึงคุณลักษณะของอัล-กุรอานไว้ว่า
يَهْدِي إِلَى الْحَقِّ وَإِلَى طَرِيقٍ مُّسْتَقِيمٍ
“(อัล-กุรอาน) ชี้นำไปสู่สัจธรรม และสู่แนวทางอันเที่ยงตรง (อัล-อะหฺกอฟ/30)
อีกโองการหนึ่ง หลังจากที่กล่าวถึงคัมภีร์เตารอต และอินญิลแล้ว อัลลอฮฺ (ซบ.) ตรัสว่า
وَأَنزَلْنَا إِلَيْكَ الْكِتَابَ بِالْحَقِّ مُصَدِّقًا لِّمَا بَيْنَ يَدَيْهِ مِنَ الْكِتَابِ وَمُهَيْمِنًا عَلَيْهِ
“เราได้ประทานคัมภีร์ลงมาแก่เจ้าด้วยสัจธรรม เพื่อรับรองคัมภีร์ที่มีมาก่อนหน้านั้น และพิทักษ์ปกป้องคัมภีร์เหล่านั้น (อัล-มาอิดะฮฺ/48)
อัลลอฮฺ (ซบ.) ตรัสถึงการที่อัล-กุรอานครอบคลุมบทบัญญัติ และคำสอนที่แท้จริงของบรรดาศาสดาในอดีตไว้ว่า
شَرَعَ لَكُم مِّنَ الدِّينِ مَا وَصَّى بِهِ نُوحًا وَالَّذِي أَوْحَيْنَا إِلَيْكَ وَمَا وَصَّيْنَا بِهِ إِبْرَاهِيمَ وَمُوسَى وَعِيسَى
“พระองค์ได้ทรงกำหนดศาสนาแก่สูเจ้า เช่นเดียวกับที่พระองค์ได้ทรงบัญชาแก่นูฮฺ และที่เราได้วิวรณ์แก่เจ้าก็เช่นเดียวกับที่เราได้บัญชาแก่อิบรอฮิม มูซา และอีซ” (บทชูรอ /13)
และพระองค์ตรัสไว้อย่างครอบคลุมและสมบูรณ์ว่า
وَنَزَّلْنَا عَلَيْكَ الْكِتَابَ تِبْيَانًا لِّكُلِّ شَيْءٍ وَهُدًى وَرَحْمَةً وَبُشْرَى لِلْمُسْلِمِينَ
“และเราได้ประทานคัมภีร์แก่เจ้าเพื่อชี้แจงแก่ทุกสิ่งและเพื่อเป็นทางนำ เป็นความเมตตา และเป็นข่าวดีแก่บรรดามุสลิม” (อัน-นะหฺลฺ/89)
ดังนั้น จากโองการต่างๆ ข้างต้นสรุปได้ว่าอัล-กุรอานมิเพียงแต่ครอบคลุมเป้าหมายที่แท้จริงของคัมภีร์ต่างๆในอดีต แต่ทว่ายังได้สาธยายเพิ่มเติมและทำให้สิ่งต่างๆ ที่จำเป็นต่อมนุษย์ในแง่ของความเชื่อ การปฏิบัติ และการก้าวเดินไปในเส้นทางแห่งความผาสุกมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นอีต่างหาก