แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages
  1. home

  2. article

  3. สำนักคิดอะบาฏียะฮฺ

สำนักคิดอะบาฏียะฮฺ

อะบาฏียะฮฺ หรือเรียกอีกอย่างว่า อาบาฏียะฮฺ เป็นหนึ่งในกลุ่มสำนักเคาะวาริจญฺที่ขึ้นตรงกับ อับดุลลอฮฺ บิน อะบาฏ ตะมีมียฺ และยังถือว่าเป็นสำนักคิดเก่าแก่สำนักคิดหนึ่งในหมู่มุสลิม แต่ถ้าจะเปรียบเทียบด้านจำนวนกับประชาชาติมุสลิมแล้ว อะบาฏียะฮฺ เป็นเพียงชนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าจะพิจารณาด้านแนวความเชื่อละก็ ถือได้ว่าเป็นสำนักคิดหนึ่งที่มีความสำคัญ
คำว่าอะบาฏียะฮฺ เป็นชื่อของสำนักคิด สำนักคิดกลุ่มนี้กำเนิดขึ้นภายหลังจากสงครามซิฟฟีน และการตัดสินในสงครามซิฟฟีน พวกเขาได้ลุกต่อต้านท่านอิมามอะลี (อ.) และมุอาวิยะฮฺ ซึ่งระหว่างสงครามซิฟฟีนกองทัพของมุอาวิยะฮฺกำลังเพรียงพล้ำแก่ท่านอิมามอะลี (อ.) พวกเขาจึงแสร้งออกอุบายโดยเอาอัล-รอานเสียบปลายหอกทำให้มุสลิมที่มีศรัทธาอ่อนแอเกิดความลังเลใจว่าจะเอาอย่างไรดี เข้าข้างกุรอานพูดได้คืออะลี (อ.) หรือเข้าข้างกุรอานที่เสียบอยู่บนปลายหอก ทำให้ต้องมีการตัดสินว่าใครเป็นฝ่ายถูก ฝ่ายของอิมามอะลี (อ.) ผู้คนได้เลือกให้มูซาอัชอะรียฺ เป็นตัวแทนฝ่ายอิมามอะลี (อ.) เป็นผู้ตัดสิน ขณะที่มุอาวิยะฮฺส่ง อัมรุอาฟ มาเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด จนกระทั่งว่าพวกเขาได้เรียกร้องให้ตัดสินไปตามอัล-กุรอานและซุนนะฮฺของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ว่าระหว่างอะลีกับมุอาวิยะฮฺใครเป็นฝ่ายถูกและผิด ขณะที่ผู้ตัดสินชี้ขาดจากซีเรียอัมรุอาซ สามารถเอาชนะผู้ตัดสินชี้ขาดจากอีรัก อบูมูซา อัชอะรียฺได้ ทั้งหมดก็รู้ทันทีว่า โดยอัมรุอาซหลอกและเสียท่าเขาเสียแล้ว พวก อะบาฏียะฮฺ จึงท้วงติงท่านอิมามอะลี (อ.) ว่าทำไมจึงปล่อยให้มีการตัดสินเช่นนั้น นับตั้งแต่นั้นมาสำนักคิด อะบาฏียะฮฺ ก็ได้เกิดเนิดขึ้นมาโดยมีเจตนาต่อต้านท่านอิมามอะลี (อ.)
ในตอนแรกไม่มีผู้ใดให้ความสำคัญ แต่หลังจากนั้นวันต่อวันจำนวนสมาชิกของสำนักคิดดังกล่าวก็เพิ่มมากขึ้นทุกวัน จนในที่สุดพวกเขาได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ แต่ถูกท่านอิมามอะลี (อ.) ปราบปรามในที่สุด (ญะอฺฟัรซุบฮานียฺ อัลบุฮูซ ฟีลมิลัล วันนิฮัล กุม สำนักพิมพ์อิสลามียฺ 1415 พิมพ์ครั้งที่ 2 เล่ม 5 หน้า 69 )
อะบาฏียะฮฺหรืออาบาฏียะฮฺ เป็นหนึ่งในกลุ่มสำนักคิดของพวกเคาะวาริจญฺ ขึ้นตรงกับอับดุลลอฮฺ บิน อะบาฏ ตะมีมียฺ เป็นหนึ่งในสำนักคิดที่เก่าแก่ในหมู่มุสลามสำนักคิดหนึ่ง แต่เป็นเพียงกลุ่มชนเล็กๆ เมื่อเทียบกับมุสลิมทั้งฝ่ายซุนนียฺและชีอะฮฺ แต่เพื่อพิจารณาด้านประวัติศาสตร์จะพบว่าความเชื่อศรัทธาของพวกเขามีความสลักสำคัญไม่น้อยเลยที่เดียว ปัจจุบันสังคมของอะบาฏียฺแทบจะไม่มีใครรู้จัก หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งในสำนักคิดที่ถูกลืมเลือนไปแล้วแม้แต่ชื่อ ก็แทบจะไม่คนรู้จัก
สิ่งที่สามารถพบได้จากประวัติศาสตร์คือ อะบาฏียะฮฺ เป็นกลุ่มชนที่แตกตัวออกจากกองทัพของท่านอิมามอะลี (อ.) แล้วไปตั้งกลุ่มอิสระต่างหากหัวหน้ากลุ่มที่เป็นตัวตั้งตัวตีคือ อบูบิลาล มัรดาซ บิน อุดัยยะฮฺ เขาได้พยายามซอกแทรกแนวความคิดเข้าไปในกลุ่มชน จนสามารถจัดตั้งกลุ่มได้สำเร็จ อิทธิพลทางความคิดของเขาคือ เป็นคนหัวรุนแรงจนทำให้พวกเคาะวาริจญฺมีนิสัยเหมือนกันอย่างหนึ่งคือ ใจร้อน อบูบิลาล จะเปรียบอย่างหนึ่งคือเป็นเสมือนข้อต่อที่เชื่อมโยงระหว่าง พวกเคาะวาริจญฺกับกลุ่มต่างๆ ที่ยึดสายกลาง หลังจากชะฮดัตท่านอิมามอะลี (อ.) พวกเคาะวาริจญฺได้ลุกขึ้นยืนหยัดหลายครั้ง ซึ่งหนึ่งในครั้งสำคัญของพวกเขาคือ อบูบิลาล ได้นำกำลังยืนหยัดต่อสู้กับยะซีด บุตรของมุอาวิยะฮฺ ซึ่งยืนหยัด่อสู้ในครั้งนี้ถือได้ว่ามีคุณลักษณะพิเศษเฉพาะตัวของเขา
ในปี ฮิจญฺเราะฮฺที่ 58 หลังจากได้รับอิสรภาพจากการจองจำของอุบัยดิลลาอฮฺแล้ว   อบูบิลาล ได้นำพรรคพวกจำนวน 30 คน ออกจากบัศเราะฮฺมุ่งหน้าไปยัง อะฮฺวาซ หรืออาจกล่าวอย่างละเอียดว่าพวกเขาได้เดินทางไป ออซัก (ออซักเป็นเมืองหนึ่งอยู่แถบอะฮฺวาซ ประเทศอิหร่าน ซึ่งเมืองนี้อยู่ติดกับเมื่องอัรญาน ระหว่างอัรญานกับเมืองชีรอซห่างกันประมาณ 48 กิโลเมตร เดะฮฺโคดา อลีอักบัร เล่ม 1 หน้า 95)
ขณะนั้นมีผู้ร่วมมือกับเขารวบรวมได้ 40 คน อุบัยดิลลาฮฺต้องการปราบปรามอบูบิลาลและพรรคพวกของเขา จึงได้ส่งอัสลัม บิน ซัรอะฮฺ พร้อมกับกำลังจำนวน 2000 คน ไปทำศึกกับเขา อบูบิลาลก่อนที่ศึกครั้งนี้จะเริ่มต้นขึ้นเขาได้กล่าวกับศัตรูว่า ทำไมพวกเจ้าจึงต้องมาสู้รบกับเรา พวกเราไม่เคยก่อกรรมชั่วบนหน้าแผ่นดิน และไม่เคยรบราฆ่าฟันกับใคร แต่ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไรการสู้รบก็ได้เกิดขึ้น นักรบใจกล้าหาญของอบูบิลาลสามารถตีกองกำลังของเคาะลิฟะฮฺจำนวน 2000 คนแตกกระเจิง ต่างคนต่างวิ่งหนีกันอย่างอลหม่าน
พอในปีต่อมาอุบัยดิลลาฮฺได้ส่งกองกำลังจำนวน 4000 คนไปปราบปรามพวกเขาอีกครั้ง การต่อสู้รบระหว่างสองฝ่ายได้เกิดขึ้นในวันศุกร์ บนพื้นที่นามว่าดารอบะฮฺ ทหารของฝ่ายเคาะลิฟะฮฺเป็นฝ่ายโจมตีก่อนแต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า เมื่อได้เวลานมาซอบูบิลาลได้ส่งสารมาว่าขอเวลานมาซวันศุกร์ก่อน เมื่อกลุ่มสำนักคิดเริ่มนมาซวันศุกร์ทหารฝ่ายเคาะละฟะฮฺก็โจมตีทันที ฆ่าสังหารพวกเขาเกือบสูญสิ้นทั้งหมด (ฏ็อบรียฺ เล่ม 4 หน้า 438)
หลังจากอบูบิลาลเสียชีวิตไปแล้วพวกเคาะวาริจญฺได้ตัดสินใจทำสงครามอึก จึงมารวมตัวกันที่บัศเราะฮฺโดยมีนาฟิอฮฺ อิบนิ อัรซักเป็นผู้นำขบวน พวกเขามุ่งหน้าเดินทางไปยังอะฮฺวาซ แต่ภายในกลุ่มชนของเขาบางคนไม่เห็นด้วยที่จะทำการสู้รบกันต่อไปอีก ได้แยกตัวออกไปต่างหากพร้อมกับ อับดุลลอฮฺ บิน อะบาฏและพำนักอยู่ที่บัศเราะฮฺนั่นเอง (อ้างแล้วเล่มเดิม)
อับดุลลอฮฺ อิบนิอะบาฏ มาจากเผ่าของบนีตะมีม หรือตามที่ฏ็อบรียฺกล่าวว่า พวกเขามาจากเผ่าของบนี ซ้รม์ เป็นชายหนุ่มที่มีความรู้ มีความยุติธรรมซึ่งตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสำนักคิดเคาะวาริจญฺ เขาเป็นคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับพวกที่มีความคิดแบบสุดโต่ง และเขาได้แยกตัวออกมาจากพวกสุดโต่งดำเนินกิจกรรมไปตามสายกลาง
แต่อย่างไรประวัติศาสตร์ก้ไม่ได้บันวันเดือนปีเกิดของอับดุลลอฮฺไว้โดยละเอียด อับดุลลอฮฺ บิน อะบาฏ คือผู้วางรากฐานหลักความเชื่อและหลักปฏิบัติของสำนักคิด อะบาฏียฺ ซึ่งบรรดาพวกอะบาฏียฺ ต่างให้เกียรติและแสดงความเคารพต่อเขาอย่างสูง ในแหล่งอ้างอิงของอะบาฏียะฮฺ ถือว่าอับดุลลอฮฺเป็นอิมามในการค้นคว้าและวิจัย เป็นอิมามของเผ่าชน และเป็นอิมามของมุสลิมทั้งหลาย จากเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของเขา ประเด็นสำคัญที่รับรู้ได้คือ ก่อนที่อบูบิลาลจะถูกสังหาร อุบัยดิลลาฮฺ บุตรของซิยาดได้ส่งกองทหารจำนวนมากไปเพื่อจัดการกับพวกเคาะวาริจญ์ที่มักกะฮฺ แต่พวกเคาะวาริจญฺได้ปกป้องเมืองและสามารถตีทหารของซีเรียแตก กล่าวว่าครั้งที่เคาะวาริจญฺปกป้องเมืองนั้น  อะบาฏ ก็เข้าร่วมด้วย
อะบาฏียาน ในศตวรรหลังได้แพร่ขยายออกไปอย่างกว้างขวาง ซึ่งบางกลุ่มของพวกเขามีชีวิตอยู่จนถึงยุคสมัยของเราแถบประเทศโอมาน (ประเทศโอมานเป็นประเทศเล็กๆ ปกครองในระบอบกษัตริย์ ตั้งอยู่ทิศตะวันออกของประเทศซาอุดีอารเบีย) แถบประเทศแทนซาเนียและตอนเหนือของแอฟริกา  (ชะริสตานียฺ มุฮัมมัด บิน อับดุลกะรีม บิน อบีบักรฺ อะฮฺมัด, อัลมิลัลวันนิฮัล สำนักพิมพ์ ดารุลมะอฺริฟัต เบรุต 1404, ค้นคว้าและวิจัยโดยมุฮัมมัด ซัยยิด กีลานียฺ เล่ม 1 หน้า 135 แบกแดด อับดุลกอเฮร บิน ฏอเฮร บิน มุฮัมมัด อัลฟิร็อกบัยนัลฟิร็อก สำนักพิมพ์ดารุล อาฟาก อัลญะดีดะฮฺ เบรุต 1977 พิมพ์ครั้งที่ 2 เล่ม 1 หน้า 18)
ซึ่งทุกวันนี้มุสลิมในประเทศโอมานก็ยึดถือสำนักคิดอะบาฏียะฮฺเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งรายงานเกี่ยวกับประชาชนชาวโอมานนั้นเกี่ยวข้องกับสำนักคิดอะบาฏียฺตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสำนักคิด ซึ่งเมื่อเริ่มมีการปราบปรามพวกเคาะวาริจญฺใหม่ๆ ในสมัยของอะมะวียฺ หัวหน้าสำนักคิดบางคนของอะบาฏียฺ ได้เดินทางไปหลบภัย ณ ประเทศโอมาน ต่อมาพวกเขาได้เผยแพร่แนวความคิดด้านความเชื่อศรัทธาของตน ซึ่งได้รับการต้อนรับจากผู้คนจำนวนมากมาย เมื่อครั้งที่ ฮัจญาจญฺ บินยูซุฟ ซะเกาะฟียฺ ได้เนรเทศ ญาบิร บิน ซัยดฺ ออกนอกบัศเราะฮฺไปยังโอมาน ชาวโอมานโดยการเชิญชวนของอะบาฏียฺ ได้ให้การต้อนรับอย่างดี เนื่องจากญาบิรเองก็เป็นคนมาจากเผ่า อัรซ์ และเผ่าส่วนใหญ่ในประเทศโอมานก็มาจากชนเผ่าดังกล่าว นอกจากนั้นแล้วแนวความคิดที่เป็นสายกลางของพวกหัวหน้าสำนักคิดอะบาฏียฺนั้น ส่วนใหญ่เป็นอิทธิพลที่เกิดจากญาบิร บิน ซัยดฺเสียเป็นส่วนใหญ่
การสิ้นสุดสายปกครองของอะมะวียฺราวปี ฮ.ศ. ที่ 132 หรือประมาณปี ค.ศ. 750 บนีนัซมียฺ และเฏาะอฺฟียฺ มีอำนาจขึ้นมาพวกเขาได้ให้ความช่วยเหลือพวกอะบาฏียฺในโอมานอย่างมากมาย จนพวกเขาสมหวังในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ มากมาย ในเวลานั้นมีคนหนึ่งนามว่า ญะลันดียฺ บิน มัสอูด บิน ญัยฟัร บิน ญะลันดียฺ อัซดียฺ ได้ถูกเลือกให้เป็นอิมาม ซึ่งเขาเป็นอิมามคนแรกที่ถูกรู้จักในนามของอะบาฏียฺโอมาน
สำนักคิดต่างๆ ของอะบาฏียะฮฺ
อะบาฏียฺในเวลานั้นก็ไม่ได้ห่างไกลจากความแตกแต่อย่างใด ในหมู่พวกเขาเกิดสำนักคิดต่างๆ ขึ้นมากมายโดยมีทัศนะความเชื่อเฉพาะเจาะจงของพวกเขา ซึ่งทั้งหมดเป็นผลพวงมาจากความขัดแย้งทางการเมือง วัฒนธรรม และสังคม สำนักคิดอะบาฏียฺบางกลุ่มอย่างเช่น
1) สำนักคิดวะฮฺบียะฮฺ  : เป็นเสมือนรากเหง้าของกลุ่มสำนักคิดอะบาฎียฺ และส่วนสำคัญอันเป็นรากลึกของอะบาฏียานก็มีส่วนเกี่ยวข้องกันโดยตรง
2) อิบรอฮีมมียะฮฺ สำนักคิดที่เกี่ยวข้องกับอิบรอฮีม พวกเขาเป็นชาวมะดีนะฮฺ แหล่งที่มาของพวกเขาเนื่องจากว่าอิบรอฮีมออกคำสั่งอนุญาตให้ขายทาสมุลิมให้แก่กาเฟร (คนที่ไม่ใช่อะบาฏียฺ)  ซึ่งอิบรอฮีมได้ถือปฏิบัติเช่นนั้น เวลานั้นมีผู้ติดตามเขาคนหนึ่งนามว่า มัยมูน ได้ท้วงติงเขาว่าการกระทำเช่นนั้นไม่เป็นที่อนุญาต อิบรอฮีมได้อ้างโองการว่า อัลลอฮฺทรงอนุมัติการค้าขาย (บะเกาะเราะฮฺ / 275) แต่คำกล่าวอ้างของเขาไม่เป็นที่ยอมรับและไม่สามารถหยุดยั้งมัยมูนได้ ดังนั้น เขาจึงได้แยกตัวออกจากอิบรอฮีม
3) มัยมูนียะฮฺ หลังจากแยกตัวออกจากอิบรอฮีมแล้ว เขาได้ก่อตั้งสำนักคิดขึ้นเอง
4) อัฟซียะฮฺ ชนกลุ่มนี้เป็นผู้ติดตาม ฮัฟซฺ บิน อบีอัลมิกดาม ซึ่งท่านอิมามฟัครุรรอซีย์ ได้เรียกสมญานามของเขาว่า อบูญะอฺฟัร ฮัฟซียะฮฺ นั้นมีหลักความเชื่ออยู่บนพื้นฐานของ การรูส้จักพระเจ้าเพียงอย่างเดียว
5) ฮาริซียะฮฺ เป็นสาวกคนหนึ่งของฮาริซ อะบาฏียฺ เกี่ยวกับความเชื่อเรื่อง กะดัร นั้น เขาเชื่อตามแนวคิดของมุอฺตะซิละฮฺ
6) ยะซีดียะฮฺ เป็นบุคคลที่ปฏิบัติตามยะซีด บินอะนีซ ซึ่งมีความเชื่อว่า ในยุคสุดท้ายอิสลามจะถูกเพิกถอน และจะมีศาสดาที่ไม่ใช่อาหรับลงมาสั่งสอน
สถาบันค้นคว้าและวิจัย มหาวิทยาลัยบากิรุลอุลูม