แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages
  1. home

  2. article

  3. สิทธิระหว่างพี่น้อง

สิทธิระหว่างพี่น้อง

อัล-กุรอานได้กำชับเกี่ยวกับเรื่องของครอบครัวและการเป็นพี่น้องกัน อัล-กุรอาน ปฏิเสธการตัดความสัมพันธ์ฉันพี่น้องออกจากกันและกัน และถือว่าญาติชั้นใกล้ชิดที่สุดหลังจากบิดามารดา คือ พี่น้องร่วมสายโลหิตเดียวกัน ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องต้องมาก่อนและอยู่เหนือความสัมพันธ์อื่นใดทั้งสิ้น ถือเป็นหน้าที่ของพี่น้องที่ต้องเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกันให้กระชับ และแนบแน่นตลอดไป ต้องให้ความช่วยเหลือจุนเจือแก่กันและกันตามความสามารถ ผู้เป็นพี่ต้องรู้จักเสียสละคอยค้ำจุนส่งเสริมและเป็นห่วงเป็นใยน้อง น้องต้องรู้จักตอบแทนบุญคุณ ไม่ก้าวร้าว และให้ความเคารพพี่ตลอดเวลา
ท่านอิมามอะลี (อ.) กล่าวถึงความเป็นญาติพี่น้องว่า
1. บ่อย ๆ ที่พบว่า ญาติพี่น้องของท่านอยู่ห่างไกลจากท่านมากกว่าคนแปลกหน้าทั้งหลาย
2. จงเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อญาติพี่น้องของท่าน จงให้เกียรติเขาถ้าหากเขาเป็นคนฉลาด ให้เขาลำบากบ้าง ถ้าเขาเป็นคนโง่ จงช่วยเหลือเขาถ้าเขายากจน เพราะเขาอาจจะพิสูจน์ให้เห็นถึงการสนับสนุนท่านอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดทั้งในยามสุขสบายและยามทุกข์ยากของท่าน
3. ความเกลียดชังกันในหมู่ญาติพี่น้องนั้น ย่อมเห็นสาเหตุแห่งความเศร้าโศก มากเสียยิ่งกว่าการถูกแมงป่องต่อยเอาเสียอีก
การให้ความเคารพต่อผู้ใหญ่
การให้ความเคารพต่อผู้ใหญ่ถือเป็นหน้าที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง ท่านศาสดา (ขอพระเจ้าทรงประสาทพรแด่ท่านและครอบครัวของท่าน) กล่าวว่า “การให้ความเคารพต่อผู้ใหญ่เสมือนเป็นการให้ความเคารพต่อพระผู้เป็นเจ้า”
หน้าที่ของตนต่อเพื่อนบ้าน
เพื่อนบ้าน หมายถึง คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันหรือยู่ในละแวกเดียวกัน มีบ้านพักอยู่ติดกันและไปมาหาสู่ถึงกันตลอดเวลาซึ่งเปรียบเสมือนเป็นครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่ง ฉะนั้น การแสดงไมตรีจิตและมารยาทที่ดีหรือไม่ดีต่อกัน ย่อมเกิดผลสะท้อนมากกว่าการกระทำของคนอื่น คนที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียง ในเวลากลางคืนต้องไม่ก่อเหตุวุ่นวายจนอึกทึกครึกโครม อันเป็นเหตุทำให้เพื่อนบ้านไม่สามารถหลับนอนหรือพักผ่อนตามสิทธิ์ของเขาได้
เพื่อนบ้านต้องถามสารทุกข์สุขดิบ แสดงความเป็นห่วงใยต่อเพื่อนบ้าน มิใช่ต่างคนต่างอยู่เหมือนคนไม่เคยรู้จักกัน หรือให้ความห่วงใยคนที่อยู่ห่างไกลกว่า ส่วนคนที่อยู่ใกล้ตัวกลับมีท่าทีเมินเฉยไม่แสดงความยินดีเมื่อเขาประสบโชคดี และไม่แสดงความเสียใจเมื่อเขาประสบโชคร้ายหรือสูญเสีย
ท่านศาสดา (ขอพระเจ้าทรงประสาทพรแด่ท่านและครอบครัวของท่าน) กล่าวว่า “ญิบรออีลได้แนะนำฉันเกี่ยวกับเพื่อนบ้านถึงขนาดที่ฉันคิดว่า อัลลอฮ (มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์) คงจะให้เพื่อบ้านเป็นหนึ่งในผู้มีสิทธิรับมรดก”
ท่านศาสดา (ขอพระเจ้าทรงประสาทพรแด่ท่านและครอบครัวของท่าน) กล่าวอีกว่า “ใครก็ตามที่ยอมรับว่า วันแห่งการฟื้นคืนชีพมีจริง เขาจะไม่กดขี่เพื่อบ้าน เมื่อเพื่อนบ้านเอื้อนเอ่ยขอยืมเขาก็จะให้ยืม เมื่อเพื่อนบ้านมีความสุขและทุกข์เขาก็จะสุขและทุกข์ตามไปด้วย แม้ว่าเพื่อนบ้านของเขาจะเป็นผู้ปฏิเสธเขาก็จะไม่กลั่นแกล้ง”
ท่านศาสดา (ขอพระเจ้าทรงประสาทพรแด่ท่านและครอบครัวของท่าน) กล่าวอีกว่า “ใครก็ตามที่กลั่นแกล้งเพื่อนบ้านเขาจะไม่ได้รับไออุ่นของสวรรค์ และใครที่ไม่ใส่ใจต่อสิทธิของเพื่อนบ้านเขาไม่ใช่พวกของเรา และใครที่อิ่มหนำสำราญโดยเพื่อนบ้านต้องทนหิวโหย ถือว่าเขาไม่ได้เป็นมุสลิม”
ท่านอิมามอะลี (อ.) กล่าวถึงความเป็นมิตรว่า
1. เพื่อนที่แท้จริง เป็นวิญญาณเดียวกันที่อยู่ในเรือนร่างต่างกัน
2. สิ่งใหม่ที่สุดมักดีที่สุด แต่เพื่อนที่ดีที่สุด คือเพื่อนที่เก่าแก่ที่สุด
3. มิตรภาพย่อมได้มาด้วยความสัมพันธ์
4. มิตรภาพคือ ความเป็นพี่น้องที่ใกล้ชิดที่สุด
5. ความสุภาพอ่อนโยน ก่อให้เกิดมิตรภาพ
6. มีความมั่นใจในพวกเขาทั้งหลาย แล้วท่านจะมีความสุขในมิตรภาพของพวกเขา
7. ใช้ชีวิตของท่านเองอย่างอิสระกับเพื่อนฝูงของท่าน แต่อย่าไปละทิ้งเขา เพราะท่านหวังจะอยู่อย่างสงบตามลำพังตนเอง
8. ผู้ใดก็ตามที่ละทิ้งเพื่อนเพราะความผิดเพียงเล็กน้อย ก็จะเสี่ยงที่จะอยู่อย่างปราศจากเพื่อน
9. อย่าลืมที่จะให้เกียรติในสิทธิต่าง ๆ ของเพื่อนของท่านบนพื้นฐานของความเป็นเพื่อนที่สนิทชิดชอบ เพราะถ้าเขาหยุดเป็นของของท่าน ท่านก็จะเหยียบย่ำในสิทธิต่าง ๆ ของเขาทันที
10. คนแปลกหน้า คือคนที่ไม่เคยมีเพื่อน
11. ไม่ต้องแสวงหาที่จะมีเพื่อนมากเกินไป เพราะการทอดทิ้งเพื่อนคนนี้หรือคนนั้น ย่อมจะสร้างศัตรูให้แก่เขา เพื่อนฝูงก็เหมือนไฟ ถ้ามากเกินไปก็เผาไหม้ ฉะนั้น เพียงน้อยคนย่อมเป็นคุณประโยชน์
12. จงอย่าเลือกเอาศัตรูของท่านมาเป็นเพื่อนของท่าน
13. จงอย่าเป็นเพื่อนคนโง่ เขาจะทำให้ท่านเดือดร้อน ถึงแม้สิ่งที่เขากระทำนั้นดูว่าจะเป็นประโยชน์ก็ตาม
14. มิตรที่ชั่วที่สุดก็คือ ผู้ที่ยกยอปอปั้นท่านและแต่งแต้มสีสันความชั่วของท่านให้เป็นสิ่งที่ดีงาม
ถ้าหากมิตรผู้หนึ่งที่จริงใจแต่ภายหลังพบว่าเขาเป็นผู้ทรยศคดโกงก็ย่อมเป็นความง่ายดายที่จะตัดสัมพันธ์กับเขา
15. มีมิตรที่จริงแท้ตั้งจำนวนเท่าใดแล้วที่ทำให้ผู้หนึ่งต้องปวดร้าวโดยมิได้ตั้งใจ
16. บุคคลผู้นั้นย่อมมิใช่เพื่อนของท่าน ถ้าหากท่านยังต้องการคนกลางมาทำการไกล่เกลี่ย ระหว่างเขากับท่าน
17. ถึงแม้ท่านจะมอบโลกทั้งใบ มันก็ยังไม่เป็นการเพียงพอที่จะเอาชนะในมิตรภาพของผู้กลับกลอกให้กับท่านได้
18. ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน ผู้หนึ่งย่อมสามารถบอกได้ว่าใครเป็นมิตรใครเป็นศัตรู
19. เพื่อนที่เวลาที่สุดก็คือ ผู้ที่ไปมาหาสู่กับท่านยามรุ่งเรือง และละทิ้งท่านในยามตกอับ
20. ถ้าหากเพื่อนคนหนึ่งอิจฉาท่าน ดังนั้นเขาก็มิใช่เพื่อนที่แท้จริง
21. ผู้หนึ่งยังมิอาจพิจารณาให้เป็นเพื่อนได้จนกว่าจะได้ทำการทดสอบเขาด้วยกันสามโอกาสนั้นคือ ในยามจำเป็นเมื่อยู่ลับหลังท่าน และเมื่อภายหลังจากที่ท่านตายแล้ว
22. บรรดาผู้ที่มองหาท่านในยามรุ่งเรืองย่อมละทิ้งท่านในยามขัดสน
23. พี่น้องของท่านก็คือ ผู้ที่เขาช่วยเหลือท่านเมื่อท่านตกอยู่ในความลำบาก
24. มันมีบ่อยครั้งสักขนาดไหน ที่คนรักและชอบพอกันคู่หนึ่งถ้าหากเขาจะแยกทางกันก็ยังจะดีเสียกว่า
أَحْبِبْ حَبيبَكَ هَوْنًا ما عَسى أَنْ يَعْصِيَكَ يَوْمًا ما. وَ أَبْغِضْ بَغيضَكَ هَوْنًا ما عَسى أَنْ يَكُونَ حَبيبَكَ يَوْمًا ما
25. จงถ่อยทีถ่อยอาศัยกับเพื่อนของเธอ เพื่อว่าวันหนึ่งเขาจะกลายเป็นศัตรูของเธอ และจงถ่อยทีถ่อยอาศัยกับศัตรูของเธอเพื่อว่าวันหนึ่งเขาจะกลายเป็นมิตรของเธอ
قيمَةُ كُلِّ امْرِء ما يُحْسِنُ.
26. คุณค่าของคนอยู่ที่การทำความดี
หน้าที่ของเรากับผู้อยู่ใต้การดูแลและผู้ด้อยโอกาส
วัตถุประสงค์ของการสร้างสังคมเพื่อขจัดปัญหาความต้องการของสมาชิกภายในสังคม ซึ่งหน้าที่สำคัญยิ่งของสังคม คือ การให้ความช่วยเหลือดูแลแก่ผู้ด้อยโอกาสไร้ซึ่งความสามารถ ไม่อาจตอบสนองความต้องการให้กับตนเองได้
อิสลามกำชับตลอดเวลาว่า ผู้ที่มีความสามารถทางร่างกายและทรัพย์สิน ภายในหนึ่งปีจะต้องแบ่งปันรายได้ของตนบางส่วน เพื่อจุนเจือสังคมช่วยเหลือคนยากจนและผู้ด้อยโอกาสในรูปแบบของ ซะกาต (ทานบังคับ) หรือ ค่มซ์ หรือการบริจาคทานสมัครใจ แม้ว่าจะช่วยขจัดความต้องการของเขาไม่ได้ทั้งหมดก็ตาม แต่เป็นสิ่งดีที่ได้ช่วยต่ออนาคตให้กับเขา อัลลอฮ (มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์) ตรัสว่า
“สูเจ้าจะไม่บรรลุสู่คุณธรรม จนกว่าจะไดบริจาคบางสิ่งที่ตนรักออกไป” (อัล-กุรอาน บท อาลิอิมรอน โองการที่ 92)
ท่านอิมามอะลี (อ.) กล่าวว่า “บุคคลใดก็ตามที่เป็นผู้ได้รับความโปรดปรานจากพระผู้เป็นเจ้าจะถูกเรียกร้องจากทั่วทุกด้าน ถ้าเขาแจกจ่าย สิ่งที่เขาได้รับความโปรดปรานมาให้เป็นไปตามเจตนารมณ์แห่งพระผู้เป็นเจ้า ความสุขของเขาก็จะยั่งยืนตลอดกาลนาน หากเขาไม่ปฏิบัติเช่นนั้น มันก็จะอยู่กับเขาเป็นการคร่าว ๆ”
“จงอย่าอายที่จะต้องให้เพียงน้อยนิด เพราะการให้อย่างหลอกลวงก็เหมือนกับการให้เพียงน้อยนิด ส่วนของความใจกว้างที่ดีกว่าคือ การรีบให้ไปอย่างเร็ว”
ท่านศาสดา (ขอพระเจ้าทรงประสาทพรแด่ท่านและครอบครัวของท่าน) กล่าวว่า “คนที่ดีที่สุด คือคนที่ให้ประโยชน์กับคนอื่นมากที่สุด”
ท่านศาสดากล่าวอีกว่า “ในวันแห่งการฟื้นคืนชีพคนที่มีเกียรติและมีตำแหน่งสูงสุด ณ อัลลอฮ คือคนที่ทำดีและหวังดีต่อผู้อื่นเสมอ”
ท่านอิมามอะลี (อ.) กล่าวถึงความยุติธรรมที่ต้องมีกับคนด้อยโอกาสว่า
1. ความยุติธรรมย่อมทำให้มิตรภาพเพิ่มพูน
2. ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้รัฐทั้งหลายเข้มแข็งได้ เท่ากับความยุติธรรม
3. ความยุติธรรมเป็นหลักการแกนนำสำคัญของประชาชน
4. กระทำการอย่างยุติธรรม แล้วอำนาจของท่านจะอยู่ตลอดไป
5. การบริจาคทานของอำนาจคือ ความยุติธรรม
6. การบริจาคทานของพระราชาคือ การให้ความยุติธรรมแก่ผู้ถูกกดขี่
7. ไม่มีผู้ปกครองที่ยุติธรรมคนใด ที่ต้องการความช่วยเหลือจากหมู่สหายของเขา
8. ความหายนะของประเทศชาติคือ ผู้รู้ที่หลงใหลในโลกีย์และทรราชผู้กดขี่นั้นเป็นพิษภัยของความ