แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages
  1. home

  2. article

  3. หนทางอันง่ายดายต่อการรู้จักพระเจ้า

หนทางอันง่ายดายต่อการรู้จักพระเจ้า

– แนวทางต่าง ๆ ในการรู้จักพระเจ้า
– คุณสมบัติพิเศษของแนวทางที่ง่ายดาย
– เครื่องหมายแห่งการรู้จัก
แนวทางต่าง ๆ ในการรู้จักพระเจ้า
สำหรับการรู้จักพระเจ้าผู้ทรงเกรียงไกรนั้นมีหนทาง มากมาย ตำราต่าง ๆ ทั้งด้านปรัชญา เทววิทยา คำอธิบายจากบรรดาผู้นำผู้บริสุทธิ์ ตลอดจนคัมภีร์แห่งฟากฟ้าก็ได้กล่าวอธิบายไว้ด้วยเช่นกัน เหตุผลและข้อพิสูจน์เหล่านั้นแม้ว่าจะมีมุมมองที่แตกต่างกัน แต่มิได้ขัดแย้งกันในเชิงของเหตุผล เช่น ปฐมบทของบางหลักการได้ใช้หลักผัสสะหรือหลักวิทยาศาสตร์ช่วยในการสร้างความเข้าใจ ขณะที่บางหลักการใช้สติปัญญาบริสุทธิ์เพียงอย่างเดียว บางหลักการใช้หลักพิสูจน์พระเจ้าโดยตรง ขณะที่บางหลักการใช้หลักพิสูจน์สรรพสิ่งถูกสร้างอื่นเป็นสิ่งโน้มนำไปสู่การพิสูจน์การมีอยู่จริงของพระเจ้า และบางหลักการพิสูจน์การมีอยู่ของบางสิ่ง ซึ่งการมีอยู่ของสิ่งนั้นไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสิ่งอื่นใด (วาญิบุลวุญูด) ขณะที่การรู้จักคุณลักษณะอย่างอื่นจำเป็นต้องหาเหตุผลอื่นมาอธิบายประกอบ
ในทัศนะหนึ่งอาจกล่าวได้ว่าการรู้จักพระเจ้านั้น สามารถใช้วิธีการเปรียบเทียบ เช่น เครื่องมือที่ใช้ข้ามแม่น้ำลำคลองไปยังอีกฝั่งหนึ่ง บางที่อาจเป็นสะพานไม้ธรรมที่ใช้ทอดเดินข้ามไป ซึ่งผู้ที่มีน้ำหนักน้อยสามารถเดินข้ามและไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างสะดวกสบาย บางที่อาจสร้างสะพานคอนกรีตขึ้นมาเพื่อให้มีความคงทนถาวร และแข็งแรงกว่าสะพานไม้ จุดประสงค์ของการสร้างสะพานเหมือนกันเพียงแต่ระยะทางของสะพานคอนกรีตอาจยาวกว่า บางครั้งอาจเป็นสะพานเหล็กที่ต่อเชื่อมโดยมีนอตและสกรูขันไว้อย่างแน่นหนา และมีคานขนาดใหญ่รองรับไว้เพื่อให้รถไฟขนาดใหญ่ข้ามไปมาได้สะดวก
มนุษย์ผู้มีสติปัญญาไม่ค่อยแหลมคมนัก สามารถใช้วิธีการที่ง่ายที่สุดในการพิสูจน์การมีอยู่จริงของพระเจ้า และแสดงความเคารพภักดีต่อพระองค์ แต่สำหรับบุคคลที่มันสมองมีแต่ความเคลือบแคลงสงสัย และสั่งสมปัญหาไว้บนไหล่ทั้งสองจนหนักอึ้งไปหมด จำเป็นต้องข้ามสะพานที่สามารถรองรับน้ำหนักได้มาก แต่สำหรับบุคคลที่แบกรับปัญหาและความสงสัยไว้จนล้นเอ่อ จำเป็นต้องเลือกทางที่มีความแน่นหนาถาวร มีรากฐานอันมั่นคงซึ่งถูกขันไว้ด้วยนอต และสกรูจำนวนมากมาย
ณ ที่นี้ขอเริ่มต้นการรู้จักพระเจ้าด้วยวิธีการที่ง่ายที่สุด หลังจากนั้นจะอธิบายด้วยวิธีปานกลาง ส่วนวิธีสุดท้ายอันเป็นวิธีการที่ค่อนข้างยุ่งยาก ซึ่งวางอยู่บนพื้นฐานของการคลี่คลายปัญหาเบื้องล่างของปรัชญา เหมาะสำหรับบุคคลที่สติปัญญาสับสนวุ่นวาย หรือสมองเต็มไปด้วยความสงสัยต่าง ๆ มากมาย หรือเหมาะสำหรับบุคคลที่ต้องการแก้ไขปัญหาหรือช่วยเหลือผู้อื่นให้รอดพ้นจากการหลงทาง
คุณสมบัติพิเศษของแนวทางที่ง่ายดาย
แนวทางในการรู้จักพระเจ้าต่างมีคุณลักษณะพิเศษมากมายเป็นของตัวเอง แต่จะขอกล่าวเฉพาะคุณลักษณะที่มีความสำคัญเท่านั้น เช่น
1. สำหรับแนวทางนี้ไม่ต้องการบทนำที่ยุ่งยากหรือต้องใช้เทคนิคมากมายแต่อย่างใด ซึ่งสามารถใช้คำอธิบายที่ง่ายที่สุดเพื่อสร้างความเข้าใจ ดังนั้น วิธีการนี้จึงเหมาะสำหรับบุคคลทุกเพศทุกวัย และทุกอาชีพการงาน ซึ่งสามารถเข้าใจได้ด้วยกันทุกคน
2. วิธีการนี้มุ่งไปยังพระเจ้าผู้ทรงเกรียงไกร ผู้ทรงสร้างสรรค์ ผู้ทรงปรีชาญาณโดยตรง แตกต่างไปจากเหตุผลและข้อพิสูจน์ของปรัชญาหรือหลักวิพากษ์วิทยา ซึ่งอันดับแรกต้องพิสูจน์ถึงการมีอยู่ของสิ่งหนึ่งในฐานะของสิ่งจำเป็นต้องมี (วาญิบุลวุญูด) หลังจากนั้นต้องพิสูจน์คุณลักษณะของพระองค์ด้วยเหตุผลอื่น เช่น ความรอบรู้ อำนาจ วิทยปัญญา การสร้างสรรค์ การบริบาล และคุณลักษณะอื่น ๆ อีกมากมายของพระองค์
3. วิธีการนี้เป็นวิธีการเดียวที่ปลุกเร้าธรรมชาติดั้งเดิมที่แฝงอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคน ให้ตื่นขึ้นมาอย่างง่ายดายกว่าวิธีการอื่น หลังจากนั้นได้แจ้งให้สัญชาติญาณแห่งการรู้จักรับทราบ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือวิธีการนี้ได้จัดส่งสภาพของการบรรลุญาณด้วยตนเองให้แก่มนุษย์ ประหนึ่งว่าท่านกำลังเห็นพระเจ้าบริบาลโลกและปรากฏการต่าง ๆ ด้วยพระหัตถ์ของพระองค์ พระหัตถ์ซึ่งสัญชาติญาณของเรามีความมักคุ้นเคยอยู่เสมอ
เมื่อพิจารณาคุณสมบัติต่าง ๆ แล้วจะเห็นว่าบรรดาศาสดา และเหล่าผู้นำผู้บริสุทธิ์ต่างเลือกวิธีนี้ เพื่ออธิบายความจริงแก่ประชาชน และได้เชิญชวนประชาชนทั้งหลายให้หันมาสู่วิธีการดังกล่าว ส่วนวิธีการอื่นท่านได้ใช้ตามวาระและตามความเหมาะสม หรือใช้ในฐานะที่ระมัดระวังเมื่อต้องเผชิญหน้า และต้องวิพากกับต่างศาสนิกหรือผู้ปฏิเสธพระเจ้า หรือนักปรัชญาในลัทธิวัตถุนิยม
เครื่องหมายการรู้จัก
แนวทางการรู้จักพระเจ้าที่ง่ายที่สุด คือ การขบคิดในสัญลักษณ์ต่าง ๆ ของพระเจ้าซึ่งปรากฏอยู่บนโลกนี้ ดังที่อัล-กุรอานกล่าวเชิญชวนว่า “จงพิจารณาใคร่ครวญในสัญลักษณ์ต่าง ๆ ของพระเจ้าเถิด ประหนึ่งว่าปรากฏการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ทั้งในฟากฟ้าและแผ่นดิน หรือแม้แต่ในตัวเราเอง เป็นเครื่องหมายที่บ่งบอกถึงเป้าหมายและผลสรุปของการรู้จัก ได้โน้มนำจิตใจไปสู่ศูนย์กลางของการมีอยู่ซึ่งท่านสามารถพบได้ในทุกที่”
ดังเช่นหนังสือเล่มที่อยู่ในมือของท่านผู้อ่านขณะนี้ ถือว่าเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของพระองค์มิใช่หรือ เพราะการอ่านหนังสือเล่มนี้ทำให้ท่านรู้จักผู้เขียนและเป้าหมายในการเขียนของเขา
ท่านคิดว่าเป็นไปได้ไหม ที่หนังสือเล่มนี้เกิดจากความต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ของภารกิจหนึ่ง จึงก่อให้เกิดผลและร่องรอยของงาน อันเป็นวัตถุปัจจัยที่ไม่มีเป้าหมาย และผู้เขียนก็มิได้มีเป้าหมายในการเขียนแต่อย่างใด
มันมิใช่ความโง่ดอกหรือ ถ้าท่านจะคิดว่าสารานุกรมขนาดใหญ่ได้จัดพิมพ์หนังสือหลายร้อยเล่ม โดยเริ่มจากการนำข้อมูลต่างๆ ไปพิมพ์ลงบนแผ่นโลหะให้ตัวอักษรกระจายไปทั่ว หลังจากนั้นนำแผ่นโลหะไปพิมพ์ลงบนกระดาษเพื่อให้ตัวอักษรบันทึกลงบนกระดาษอีกครั้ง เมื่อเป็นรูปหน้ากระดาษแล้วต่อมาได้นำมาตัดและเรียงหน้าเป็นรูปเล่ม สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงแค่ความบังเอิญกระนั้นหรือ
ส่วนการยอมรับความบังเอิญเยี่ยงคนตาบอดในการอธิบายการกำเนิดของโลกอันยิ่งใหญ่ พร้อมกับความเร้นลับต่าง ๆ มากมายที่บรรจุอยู่ในโลก ตลอดจนวิทยปัญญาทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก สิ่งเหล่านี้มิใช่ความโง่เขลายิ่งกว่าดอกหรือ
แน่นอน ทุกความเป็นระเบียบเรียบร้อยอันมีเป้าหมายย่อมบ่งบอกให้เห็นถึง ผู้วางระบบและเป้าหมายของเขา ซึ่งท่านมองเห็นความเป็นระบบระเบียบปรากฏอยู่ทั่วโลก ซึ่งระบบทั้งหลายเหล่านั้นต่างได้รวมตัวกันเป็นระบบสากลอันเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งบ่งบอกให้เห็นถึงพระผู้ทรงสร้างสรรค์ ผู้ทรงปรีชาญาณเป็นผู้ทรงวางระบบเหล่านั้นพร้อมกับบริบาลไปตามพระประสงค์ของพระองค์
แปลงเพาะไม้ดอกในเรือนเพราะชำมีไม้ดอกไม้ประดับเจริญงอกงามขึ้นมากมาย ต้นไม้เหล่านั้นต่างชูช่อดอกขึ้นจากดินหลากสีสันพร้อมส่งกลิ่นหอมรัญจวนจิต ต้นแอปเปิลที่แตกงอกขึ้นจากเมล็ดเล็กๆ ได้แตกกิ่งก้านสาขาออกดอกออกผลอันหอมหวานมีรสชาติเอร็ดอร่อยทุกปี อีกทั้งมวลบุบผามาลี และพฤกษามากมายหลายพันธ์ต่างได้แตกดอกออกใบอันสวยสดงดงาม
หมู่มวลวิหคทั้งนกไนติงเกล และนกเขาที่เกาะอยู่ตามกิ่งไม้ต่างขันกรูด้วยเสียงอันไพเราะเพราะพริ้ง อีกทั้งนกกระจอกและนกกระจาบที่เพิ่งฝักตัวออกจากไข่ปากของมันจิกเมล็ดที่ล่วงล่นอยู่บนพื้นดิน ลูกวัวที่เพิ่งคลอดออกมาต่างวิ่งพลันวันเข้าหาเต้านมของแม่ของมัน น้ำนมที่สะสมอยู่ในอกแม่ได้ถูกกลั่นกองเตรียมพร้อมให้ลูกของมันได้ดื่มกิน และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้ล้วนเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงการมีอยู่ของพระผู้ทรงสร้างทั้งสิ้น
จริง ๆ แล้วจะเห็นว่ามีการประสานและการบริหารงานอย่างน่าประหลาดใจ ในการกลั่นกรองน้ำนมที่อยู่ในเต้าวัว ซึ่งเกิดพร้อมกับการคลอดลูก ซึ่งน้ำนมนั้นยังประโยชน์ให้ทั้งมนุษย์และลูกวัว
ปลาที่วางไข่ในทุกปีมันจะว่ายน้ำไปหลายกิโลเมตรเพื่อหาที่วางไข่ในครั้งแรก นกเป็ดน้ำที่มีความมักคุ้นกับพันธ์พืชมากมายหลากหลายมันจะไม่ผิดพลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว ผึ่งทุกเช้าจะออกจากรวงรังและต้องบินด้วยระยะทางที่ยาวไกลเพื่อตามหาดอกไม้หอมในการเก็บน้ำหวาน เมื่อถึงเวลาพลบค่ำมันก็จะบินกับมายังรวงรังของมันอีกครั้งอย่างไม่ผิดพลาด ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้ล้วนเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงการมีอยู่ของพระผู้อภิบาลทั้งสิ้น
แปลกประหลาดยิ่งไปกว่านั้นทั้งผึ้งแม่วัวและแพะแกะ บางครั้งมันผลิตน้ำผึ้งและน้ำนมหลายครั้งเกินความต้องการของมันเอง เนื่องจากต้องการให้มนุษย์ซึ่งเป็นสิ่งถูกสร้างพิเศษที่ได้รับการเลือกสรรแล้ว ได้ใช้ประโยชน์จากน้ำผึ้งและน้ำนมนั้น
ในร่างกายของมนุษย์นี้เอง หากพิจารณาจะเห็นว่ามีความมหัศจรรย์ และมีร่องรอยการบริบาลของพระผู้ทรงปรีชาญาณให้เห็นอย่างมากมาย เช่น อวัยวะอันเป็นองค์ประกอบของส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย มีการประสานงานกันอย่างดี อวัยวะทุกส่วนมีความเหมาะสมและลงตัวในที่ของมันและอวัยวะแต่ละส่วน ประกอบด้วยเซลล์อันเฉพาะจำนวนมหาศาล ซึ่งเซลล์เหล่านั้นล้วนมาจากเซลล์แม่จากที่เดียวกันทั้งสิ้น ที่สำคัญเซลล์แต่ละตัวต่างใช้สารอาหารอันเฉพาะและถูกจัดวางไว้ในสถานที่อันเหมาะสมที่สุดบนร่างกาย การเคลื่อนไหวและการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ อันมีเป้าหมายสำคัญ เช่น การสูดหายใจเอาออกซิเจนเข้ามาโดยปอดทั้งสองข้าง และได้รับการเคลื่อนย้ายโดยพลังเม็ดเลือดแดงในร่างกาย ตับทำหน้าที่สร้างน้ำตาลให้แก่ร่างกายในปริมาณที่พอเพียง เม็ดเลือดขาวทำหน้าที่ต่อสู้และป้องกันไวรัสที่เข้าโจมตีร่างกาย ต่อมต่าง ๆ ทำหน้าที่ขับของเสียออกจากร่างกาย และจัดระบบภายในร่างกายให้เกิดความสมดุล และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้ล้วนเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงการมีอยู่จริงของพระเจ้า
ระบบที่แปลกประหลาดภายในร่างกายซึ่งทำงานกันอย่างมีระเบียบที่สุด จนถึงทุกวันนี้นักวิชาการจำนวนหลายพันคนตลอดช่วงหลายศตวรรษที่ผ่านมา ต่างพยายามค้นคว้าหาหลักการทำงานที่ละเอียดอ่อนของร่างกาย แต่จนบัดนี้พวกเขาก็ไม่สามารถพบได้ว่าใครคือผู้วางระบบงานอันประณีตเหล่านั้น
เชลล์เล็กๆ ทุกตัวบนร่างกายต่างมีเป้าหมาย และเมื่อเซลล์เหล่านั้นได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่เป็นอวัยวะแล้วกลายเป็นระบบ เป้าหมายก็จะใหญ่ขึ้นตามไปด้วย เมื่อกลุ่มระบบที่แตกต่างได้ประสานงานกันก็จะกลายเป็นระบบสากลที่สร้างเป้าหมายให้ร่างกาย ทว่าภารกิจมิได้จบลงแค่นั้นเนื่องจากยังมีระบบอื่นๆ ที่นอกเหนือไปจากระบบของร่างกายอีกเป็นจำนวนมหาศาล นับตั้งแต่สิ่งมีชีวิตเรื่อยลงไปจนถึงสิ่งไม่มีชีวิต จะเห็นว่ามีระบบสากลขนาดใหญ่มหึมาที่ไม่อาจมองเห็นได้ประกอบขึ้นบนโลกนี้ นามว่าธรรมชาติ ซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจของผู้บริหารที่ทรงปรีชาญาณ ทรงรอบรู้ ทรงเดชานุภาพ และทรงเป็นเอกะ พระองค์ทรงบริบาลโลกและธรรมชาติด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อยที่สุด อัล-กุรอานกล่าวว่า
“แท้จริงอัลลอฮฺ เป็นผู้ทรงให้เมล็ดพืชและเมล็ดอินทผลัมปริออก ทรงให้สิ่งที่มีชีวิตออกจากสิ่งไม่มีชีวิต ทรงให้สิ่งที่ไม่มีชีวิตออกจากสิ่งมีชีวิต นี่คืออัลลอฮฺ แล้วพวกเจ้าถูกหันเหไปได้อย่างไร”
พระองค์คือผู้ทรงเผยอรุโณทัย ทรงให้กลางคืนเป็นเวลาพักผ่อน ทรงให้ดวงตะวันและดวงเดือนเป็นการคำนวณ และนี่คือการกำหนดให้มีขึ้นของผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณ (อัล-กุรอาน บทอัลอันอาม โองการที่ 95 – 96)
แน่นอน เมื่อความรู้ของมนุษย์วิวัฒนาการไปพวกเขาก็จะค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติ ปรากฏการที่เกิดขึ้น หรือวิทยปัญญาตลอดจนความเร้นลับต่าง ๆ ในการสร้างสรรค์ได้มากยิ่งขึ้น และถ้าเขาใคร่ครวญเพียงเล็กน้อยถึงปรากฏการธรรมดาที่เกิดขึ้น เขาก็จะพบสัญลักษณ์อันเป็นที่ประจักษ์มากมาย ซึ่งเพียงพอแล้วสำหรับผู้มีหัวใจบริสุทธิ์ปราศจากมลทิน

คำถามท้ายบท
1.จงอธิบายวิธีการต่างๆ ในการรู้จักพระเจ้าและความพิเศษของวิธีการเหล่านั้น
2. วิธีการรู้จักพระเจ้าที่ง่ายที่สุดคือวิธีอะไร และมีความพิเศษอย่างไร
3.จงอธิบายเป้าหมายของปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
4. จงอธิบายเหตุผลแห่งความเป็นระเบียบของโลก