แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages
  1. home

  2. article

  3. หน้าที่ของผู้แจ้งฟัตวา

หน้าที่ของผู้แจ้งฟัตวา

1. ถ้าผู้บอกปัญหา อธิบายฟัตวาผิดหรือปัญหาผิด วาญิบ ต้องแจ้งให้ผู้เรียนรู้ทราบและแก้ใขข้อผิดพลาดนั้น[1]
2. ถ้าบุคคลหนึ่งได้บอกฟัตวาของมุจญฺตะฮิดกับคนอื่น ต่อมาฟัตวาได้เปลี่ยนแปลง ไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้ที่ได้ยินฟัตวาจากตนทราบ แม้ว่าจะเป็นอิฮฺติยาฏมุซตะฮับก็ตาม[2]
3. ถ้าคิดเองว่าฟัตวาอาจเป็นเช่นนี้หรือเช่นนั้น ดังนั้น ถ้าจะปฏิบัติตามหรือบอกฟัตวาแก่คนอื่น ถือว่าไม่เพียงพอ ทว่าต้องมั่นใจในฟัตวานั้น ยกเว้นสิ่งที่ตนคิดเดาได้นำมาจากคำพูดภายนอกของมุจญฺตะฮิด หรือคำบอกกล่าวของผู้บอกปัญหา หรือเป็นข้อเขียนที่ปรากฏในหนังสือริซาละฮฺ สรุปคือ การคาดเดาไม่ถือว่าเป็นฮุจญัติ (เหตุผล) เว้นเสียแต่ว่าเป็นคำพูดของมุจญฺตะฮิด หรือของผู้บอกเล่าฟัตวา[3]
เงื่อนไขที่แตกต่างในการได้รับฟัตวาของมุจญฺตะฮิด
1. ถ้าสองคนบอกฟัตวาขัดแย้งกันต้องไม่รับฟังทั้งสองคน
2. ถ้าได้ยินปัญหาจากมุจญฺตะฮิด แต่มีอีกคนอธิบายต่างไปจากที่ได้ยิน ให้ถือว่าสิ่งที่ได้ยินจากมุจญฺตะฮิดเชื่อถือได้
3. สิ่งที่บันทึกอยู่ในริซาละฮฺของมุจญฺตะฮิดขัดแย้งกับสิ่งที่ได้ยินจากมุจญฺตะฮิด สิ่งที่ได้ยินจากมุจญฺตะฮิดเชื่อถือได้
4. สิ่งที่บันทึกอยู่ในริซาละฮฺของมุจญฺตะฮิดไม่ตรงกับสิ่งที่ผู้บอกกล่าวถึง ถ้าริซาละฮฺไม่ผิดพลาด สิ่งที่บันทึกอยู่ในริซาละฮฺเชื่อถือได้ เว้นเสียแต่ว่าผู้บอกกล่าวว่า มุจญฺตะฮิดเปลี่ยนแปลงทัศนะที่กล่าวไว้ในริซาละฮฺ
5.  ถ้าปัญหาในริซาละฮฺเล่มหนึ่งกล่าวไว้อย่างหนึ่ง และในริซาละฮฺอีกเล่มหนึ่งกล่าวอีกอย่างหนึ่ง ดังนั้น ให้ถือริซาละฮฺทีเป็นหลัก เช่น ประเด็นที่แตกต่างกันในตะฮฺรีรุลวะซีละฮฺ กับเตาฎีฮุลมะซาอิล ให้ถือสิ่งที่เขียนไว้ในตะฮฺรีรุลวะซีละฮฺเป็นหลัก[4]
หน้าที่ของผู้ปฏิบัติกรณีฟัตวาเก่าและใหม่ของมุจญฺตะฮิดแตกต่างกัน
ถ้ามัรญิอฺตักลีดอสัญกรรมหรือด้วยสาเหตุอื่นผู้ปฏิบัติได้เปลี่ยนตักลีดไปยังมัรญิอฺคนอื่น และฟัตวาของมุจญฺตะฮิดคนเดิมกับมุจญฺตะฮิดคนใหม่แตกต่างกัน บางเรื่องตนปฏิบัติตามฟัตวาของมุจญฺคนใหม่ และบางเรื่องสิ่งที่ปฏิบัติตามฟัตวาของมุจญฺตะฮิดคนเดิม ถือว่าถูกต้อง ดังจะกล่าวถึงตัวอย่างของประเด็นแตกต่างและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
1. มุจญฺตะฮิดคนเดิม กล่าวว่านะมาซเราะกะอัตที่ 3 และ 4 ให้กล่าวตัซบีฮาตเพียงครั้งเดียว ถือว่าเพียงพอ ซึ่งผู้ปฏิบัติตามได้ปฏิบัติเช่นนั้น แต่มุจญฺตะฮิดคนปัจจุบันกล่าวว่า ถือว่าไม่เพียงพอ นะมาซที่ทำผ่านมาแล้วถือว่าถูกต้อง
2. มุจญฺตะฮิดคนเดิม กล่าวว่าการตะยัมมุมให้ตบฝ่ามือบนฝุ่นดินเพียงครั้งเดียว ถือว่าเพียงพอ ซึ่งผู้ปฏิบัติตามได้ปฏิบัติเช่นนั้น แต่มุจญฺตะฮิดคนปัจจุบัน ถือว่าไม่เพียงพอ ดังนั้นให้ถือว่าถูกต้อง
3. อักดฺหรืออีกออียฺ[5] มุจญฺตะฮิดคนเดิมถือว่าในลักษณะหนึ่งถูกต้อง และผู้ปฏิบัติตามก็ปฏิบัติเช่นนั้น แต่มุจญฺตะฮิดคนปัจจุบัน ถือว่าไม่ถูกต้อง ดังนั้น ให้ถือว่าถูกต้อง
4.  มุจญฺตะฮิดคนเดิม ถือว่าสิ่งหนึ่งสะอาด  และผู้ปฏิบัติตามไม่เคยหลีกเลี่ยงสิ่งนั้นเลย แต่มุจญฺตะฮิดคนปัจจุบัน ถือว่าสิ่งนั้นนะญิซ การกระทำที่ผ่านมาให้ถือว่าถูกต้อง แต่ถ้าสิ่งนั้นยังคงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบันถือว่า นะญิซ
5.  มุจญฺตะฮิดคนเดิม ถือว่าของสิ่งหนึ่งอนุมัติหรือไม่อนุมัติ แต่มุจญฺตะฮิดคนปัจจุบันฟัตวาต่างไปจากนั้น สิ่งที่กระทำผ่านมาถือว่าไม่เป็นไร แต่ถ้าสิ่งนั้นยังคงเหลือจนถึงปัจจุบัน ให้ถือปฏิบัติตามฟัตวาของมุจญฺตะฮิดคนใหม่[6]
ตัวอย่าง มุจญฺตะฮิดคนเดิม อนุญาตให้เชือดสัตว์ด้วยสิ่งที่นอกเหนือจากโลหะ แต่มุจญฺตะฮิดคนปัจจุบันไม่อนุญาต ดังนั้น ถ้าเคยเชือดสัตว์ด้วยสิ่งที่ไม่ใช่โลหะและใช้ประโยชน์จากเนื้อสัตว์นั้น การซื้อขายเนื้อถูกต้องและการใช้ประโยชน์จากเนื้ออนุญาต แต่ถ้าเนื้อยังคงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน ถือว่าไม่อนุญาต (ฮะรอม)
สองสามประเด็นสำคัญ
1. ถ้าการซื้อขาย ผู้ขายตักลีดกับมุจญฺตะฮิดคนหนึ่ง ส่วนผู้ซื้อตักลีดกับมุจญฺตะฮิดอีกคนหนึ่ง และในการซื้อขายนั้นทั้งสองออกฟัตวาที่เฉพาะเจาะจง ดังนั้น การซื้อขายที่กระทำบนพื้นฐานของฟัตวามุจญฺตะฮิดแต่ละท่าน ถือว่าการค้าขายของผู้ตักลีดตามเท่านั้นถูกต้อง ส่วนบุคคลอื่นบาฏิล (โมฆะ)[7]
2. ถ้าบุคคลหนึ่งได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่แทน เช่น จ่ายคุมซฺ หรือซะกาต หรือกะฟาเราะฮฺ หรืออ่านอักดฺ หรือทำสิ่งที่คล้ายคลึงกัน วาญิบสำหรับตนต้องปฏิบัติตามฟัตวาของมุจญฺตะฮิดที่ผู้มอบหมายตักลีดตาม แต่ถ้าตนในฐานะผู้รับจ้างปฏิบัติ เช่น รับจ้างนะมาซ หรือบำเพ็ญฮัจญฺ ต้องปฏิบัติตามฟัตวาของมุจญฺตะฮิดที่ตนตักลีดตาม[8]
3. ไม่อนุญาต ให้การยกเลิกเงื่อนไขของฮากิมที่มีคุณสมบัติสมบูรณ์ แม้แต่มุจญฺตะฮิดท่านอื่นจะเป็นผู้ยกเลิกก็ตาม  เว้นเสียแต่ว่า รู้แน่นอนว่าฮากิมผิดพลาดในการออกเงื่อนไขนั้น[9]

[1] อัลอุรวะตุลวุซกอ เล่ม 1 หน้า 16 ข้อที่  48
[2] อ้างแล้ว หน้า 20 ข้อที่ 58
[3] อ้างแล้ว หน้า 26 ข้อที่ 72
[4] อิซติฟตาอาต เล่ม 1 หน้า 18 คำถามที่ 42, อัลอุรวะตุลวุซกอ เล่ม 1 หน้า 20 ข้องที่ 59
[5] การทำสัญญาข้อตกลงทั้งสองฝ่ายเรียกว่า อักดฺ ส่วนสัญญาฝ่ายเดียวเรียกว่า อีกอียฺ
[6] อัล อุรวะตุลวุซกอ เล่ม 1 หน้า 17 ข้อที่ 53
[7] อ้างแล้ว หน้า 19 ข้อที่ 55
[8] ตะฮฺรีรุลวะซีละฮฺ เล่ม 1 หน้า 10 ข้อที่ 32, อัล อุรวะตุลวุซกอ เล่ม 1 หน้า 19 ข้อที่ 54
[9] อัล อุรวะตุลวุซกอ เล่ม 1 หน้า 20 ข้อที่ 47