แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages
  1. home

  2. article

  3. หน้าที่ของมนุษย์ต่อตนเอง

หน้าที่ของมนุษย์ต่อตนเอง

การที่มนุษย์ได้ขวนขวายหาวิธีการและแนวทางต่าง ๆ ในการดำเนินชีวิตของตนนั้น ซึ่งแก่นแท้ของมันมิใช่เพื่ออื่นใดนอกไปจากความสำเร็จและความเจริญรุ่งเรืองของชีวิต และเนื่องจากว่าการได้รับความสำเร็จและรู้จักถือเป็นสาขาหนึ่งของการรู้จักตนเอง กล่าวคือ ตราบใดก็ตามที่มนุษย์ยังไม่รู้จักตัวเอง เขาก็จะไม่มีวันรู้จักความต้องการที่แท้จริงของตนที่มีความสำเร็จเป็นจุดหมายปลายทางได้อย่างเด็ดขาด ดังนั้น หน้าที่ที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ก่อนอื่นใด คือ การรู้จักตัวเองเพื่อให้สิ่งนี้เป็นบันไดก้าวขึ้นไปสู่การเรียนรู้ และเข้าถึงความสำเร็จ โดยต้องขจัดความต้องการขั้นพื้นฐานและความสงสัยทั้งมวลให้หมดไป อย่าปล่อยให้ชีวิตที่มีค่าซึ่งถือว่าเป็นต้นทุนเพียงประการเดียวของตนต้องได้รับความเสียหาย
ท่านศาสดา (ขอพระเจ้าทรงประสาทพรแด่ท่านและครอบครัวของท่าน) กล่าวว่า “ใครก็ตามที่รู้จักตัวเองเท่ากับไดรู้จักพระผู้เป็นเจ้าของตน”
ท่านอิมามอะลี (ขอความสันติพึงมีแด่ทาน) กล่าวเช่นกันว่า “ใครก็ตามที่รู้จักตัวเองเท่ากับได้ถึงตำแหน่งที่สูงที่สุดของการรู้จัก”
เมื่อมนุษย์ได้รู้จักตัวเองจะทำให้เกิดความเข้าใจทันทีว่า หน้าที่อันยิ่งใหญ่ของเขาก็คือการให้เกียรติต่อคุณค่าสูงสุดในการเป็นมนุษย์ของตน ซึ่งเขาต้องรักษาคุณค่าอันสูงส่งนี้ให้เจิดจรัสอยู่เสมอ พยายามรักษาพลานามัยทั้งภายนอกและภายในให้สมบูรณ์แข็งแรง เพื่อจะได้มีชีวิตที่มีความสุขตลอดไป
อิมามอะลี (ขอความสันติพึงมีแด่ทาน) กล่าวว่า “ใครก็ตามที่ให้เกียรติตัวเอง อำนาจใฝ่ต่ำและจิตใจที่ต่ำทรามจะหมดความหมายไปทันที”
ดังกล่าวไปแล้วว่า การมีอยู่ของมนุษย์ประกอบขึ้นด้วยร่างกายและจิตวิญญาณ จึงเป็นหน้าที่ของมนุษย์ที่จะต้องปกป้องรักษาให้ทั้งสองสมบูรณ์แข็งแรงและปลอดภัยจากความสกปรกโสมมทั้งหลาย อิสลามจึงได้นำเสนอแนวทางในการรักษาสุขภาพอนามัยของร่างกายและจิตวิญญาณแก่มนุษย์ เพื่อเป็นครรลองในการปฏิบัติ
พลานามัยด้านร่างกาย
1. จงออกห่างจากอันตรายต่าง ๆ
อิสลามแนวทางอันบริสุทธิ์ ได้วางกฎเกณฑ์ไว้เพื่อเป็นการสนับสนุนสุขภาพและอนามัยของมนุษย์ เช่น อิสลามห้ามรับประทานเลือด ซากสัตว์ เนื้อสัตว์บางประเภทและอาหารที่เป็นพิษต่อร่างกาย ห้ามดื่มของมึนเมาทุกประเภท น้ำที่ไม่สะอาดหรือดื่มน้ำมากจนเกินไปจนเป็นอันตรายต่อร่างกาย และคำสั่งห้ามอื่น ๆ อีกมากมายดังที่ระบุอยู่ในหนังสือริซาละฮ (ตำราที่ว่าด้วยกฎเกณฑ์การปฏิบัติ)
2. จงรักษาความสะอาด
ความสะอาด ถือว่าเป็นหนึ่งในคำสอนที่มีความสำคัญยิ่งของอิสลามเกี่ยวกับเรื่องอนามัย อิสลามได้ให้ความสำคัญไว้อย่างมาก โดยสามารถกล่าวได้ว่า ไม่มีแนวทางใดให้ความสำคัญยิ่งไปกว่าอิสลาม
ท่านศาสดา (ขอพระเจ้าทรงประสาทพรแด่ท่านและครอบครัวของท่าน) กล่าวว่า “ความสะอาดเป็นส่วนหนึ่งของความศรัทธา” ซึ่งคำกล่าวของท่านศาสดาย่อมเป็นสิ่งที่ยืนยันให้เห็นว่า อิสลามได้ให้ความยิ่งใหญ่และให้ความสำคัญยิ่งต่อความสะอาดจริง
ท่านอิมามมูซากาซิม (ขอความสันติพึงมีแด่ทาน) ได้กล่าวแนะนำเกี่ยวกับเรื่องการอาบน้ำไว้ดังนี้ว่า “การอาบน้ำทุกวันจะทำให้ร่างกายอ้วนท้วนสมบูรณ์”
ท่านอิมามอะลี (ขอความสันติพึงมีแด่ทาน) กล่าวว่า “การอาบน้ำทุกวันช่วยให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง”
อิสลาม นอกจากจะเน้นหนักความสะอาดส่วนรวมแล้ว ยังเน้นหนักในเรื่องของส่วนตัวอีกต่างหาก เช่น แนะนำว่าต้องหมั่นดูแลตัดเล็บมือเล็บเท้าอยู่เสมอ ต้องตัดผมและขนในที่ต่าง ๆ ให้สะอาดหมดจด ต้องหวีผมให้เรียบร้อย ต้องแปรงฟันทุกวัน ต้องล้างมือก่อนและหลังจากรับประทานอาหารทุกครั้ง ต้องล้างรูจมูกวันละหลาย ๆ ครั้ง ต้องเก็บกวาดเช็ดถูบ้านเป็นประจำ หมั่นรักษาความสะอาดทางเดินเข้าบ้าน ประตูบ้านและใต้ต้นไม้ที่ปลูกในบริเวณบ้าน
นอกจากนี้ อิสลามยังได้เน้นความสะอาดเกี่ยวกับหลักการศาสนาโดยตรง เช่น ร่างการและข้าวของเครื่องใช้ในการแสดงความเคารพภักดีต่อพระเจ้า (อุปกรณ์ประกอบการนมัสการต่อพระผู้เป็นเจ้า) ต้องสะอาดอยู่เสมอ เช่น ต้องรักษาร่างกายและเสื้อผ้าให้สะอาดจากสิ่งโสโครก (นะญิซต่าง ๆ) ต้องวุฎูอวันละหลายครั้งเพื่อทำนมาซ ต้องฆุสล (อาบน้ำตามหลักศาสนาหลังจากหมดรอบเดือนหรือหลังจากการร่วมหลับนอนกับภรรยา) เพื่อนมาซ และถือศีลอด ซึ่งวุฎูอและฆุสลนั้นจะต้องให้น้ำถูกผิวหนังด้วย ถ้ามีคราบไขมันหรือสิ่งอื่นอันเป็นอุปสรรคกีดขวางน้ำมิให้ถูกผิวหนังจะต้องขจัดออกก่อน ฉะนั้น จะเห็นว่าสิ่งที่อิสลามเน้น คือ ให้มุสลิมรักษาร่างกายให้สะอาดอยู่เสมอ
3. จงรักษาความสะอาดเสื้อผ้า
เรื่องการรักษาความสะอาดเสื้อผ้าอาภรณ์ได้ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่เริ่มแรกของการประกาศอิสลาม ดังจะเห็นได้จากโองการ อัล-กุรอานที่ประทานลงมาในช่วงต้น ๆ ของการแต่งตั้งศาสดา ได้กำชับเรื่องการทำความสะอาดเสื้อผ้าไว้ดังนี้ “ส่วนเสื้อผ้าของเจ้านั้น เจ้าจงทำความสะอาดเสมอ ” (อัล-กุรอาน บท อัล-มุดดัซซิร โองการที่ 4)
การรักษาเสื้อผ้าให้สะอาดขณะนมาซ หมายถึง เป็นข้อบังคับ (วาญิบ) ในทางบทบัญญัติอิสลาม แต่อย่างไรก็ตาม อิสลามถือว่าการรักษาเสื้อผ้าอาภรณ์ให้สะอาดอยู่ตลอดเวลานั้น เป็นสิ่งที่ดีสมควรปฏิบัติเสมอ บรรดาอิมามผู้บริสุทธิ์ได้กล่าวแนะนำไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยอ้างจากคำพูดของท่านศาสดา (ขอพระเจ้าทรงประสาทพรแด่ท่านและครอบครัวของท่าน) ที่ว่า “การสวมใส่เสื้อผ้า ต้องสวมใส่เฉพาะเสื้อผ้าที่สะอาดเท่านั้น”
อิมามอะลี (ขอความสันติพึงมีแด่ทาน) กล่าวว่า “การซักเสื้อผ้าให้สะอาดจะช่วยขจัดความทุกข์โศกและเป็นเหตุให้นมาซถูกยอมรับ”
รายงานจากท่านอิมามซอดิกและท่านอิมามมูซากาซิม (ขอความสันติพึงมีแด่ทานทั้งสอง) ว่า “การมีเสื้อผ้าหลายชุด เพื่อสับเปลี่ยนเวลาสวมใส่ ไม่ถือว่าเป็นการฟุ่มเฟือย”
นอกเหนือจากเสื้อผ้าต้องสะอาดแล้ว ยังต้องมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และดูดีเมื่อเวลาสวมใส่ โดยเฉพาะเวลาที่จะออกไปพบปะกับผู้คน หรือแขกผู้มาเยือนต้องสวมใส่เสื้อผ้าที่ดีที่สุด และมีความสง่างามเมื่อยามพบเห็น
ท่านอิมามอะลี (ขอความสันติพึงมีแด่ทาน) กล่าว่า “จงสวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม และจงตบแต่งตัวเองให้สวยงาม เพราะอัลลอฮ (มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์) ทรงเป็นผู้สง่างาม และทรงรักผู้ที่มีความสง่างาม แต่ต้องเป็นที่อนุมัติ” หลังจากนั้นท่านอิมาม (ขอความสันติพึงมีแด่ทาน) ได้อ่านโองการนี้
“จงบอกซิว่า ใครกล้าที่จะวางกฎห้ามเครื่องประดับของอัลลอฮ ซึ่งพระองค์ไดทรงนำออกมาให้แก่ข้าทาสขอพระองค์” (อัล-กุรอาน บท อัล-อะอรอฟ โองการที่ 32)
4. จงบ้วนปากและแปรงฟัน
ปากเป็นเหมือนกับโรงงานย่อยอาหารเล็ก ๆ ที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารในระดับหนึ่ง และเนื่องจากว่าอาหารต้องผ่านไปทางปากจึงทำให้ปากสกปรกมีเศษอาหารติดอยู่ตามซอกฟันและในที่ต่างๆ ของปาก เป็นเหตุทำให้เกิดแบคทีเรียและมีกลิ่นปาก และบางคนต้องหายใจทางปาก ดังนั้นถ้าปากมีกลิ่นเหม็นเท่ากับเป็นการทำลายบรรยากาศและสร้างความรบกวนแก่ผู้อื่น
ท่านศาสดา (ขอพระเจ้าทรงประสาทพรแด่ท่านและครอบครัวของท่าน) กล่าวว่า “ถ้าฉันไม่เกรงว่ามันจะเป็นความยากลำบากสำหรับบรรดามุสลิมแล้วละก็ ฉันจะกำหนดให้การแปรงฟันเป็นสิ่งจำเป็น (วาญิบ) สำหรับพวกเขา” ในบางครั้งท่านศาสดา (ขอพระเจ้าทรงประสาทพรแด่ท่านและครอบครัวของท่าน) ได้กล่าวว่า “ญิบรออีลได้แนะนำเรื่องการแปรงฟันตลอดเวลา ซึ่งในบางครั้งฉันคิดว่าหลังจากนี้ต่อไปคงเป็นข้อบังคับ (วาญิบ)”
5. จงล้างจมูก
การหายใจเป็นความจำเป็นสำหรับมนุษย์ทุกคน อากาศที่หายใจเข้าไปมีความแตกต่างกัน เพราะสถานที่อยู่อาศัยของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาศัยอยู่แถบที่มีฝุ่นละอองมากหนาแน่น มีอากาศไม่บริสุทธิ์ หรือมีมลภาวะเป็นพิศ การหายใจเอาอากาศจำพวกนี้เข้าไปมาก ๆ มีผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ อัลลอฮ (มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์) พระผู้ทรงสร้างมนุษย์ทรงมีความปรีชาญาณ พระองค์ได้สร้างระบบป้องกันเบื้องต้นให้กับมนุษย์ โดยให้มีขนขึ้นในรูจมูกเพื่อกลั่นกรองฝุ่นละอองมิให้เข้าไปถึงปอดไดง่ายเมื่อเวลามนุษย์หายใจเข้าไป ในบางครั้งจึงพบว่า ภายในรูจมูกจะมีฝุ่นละอองจับตัวกันอยู่เป็นก้อน ด้วยเหตุนี้เอง อิสลามจึงมีคำสั่งแก่บรรดามุสลิมทั้งหลายว่า ในวันหนึ่ง ๆ ก่อนวุฎูอต้องล้างจมูกเสียก่อน ซึ่งการล้างจมูกด้วยน้ำสะอาดเป็นการช่วยรักษาระบบทางเดินหายใจ