แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages
  1. home

  2. article

  3. หน้าที่ต่อสังคม-การคบหากับคนดี

หน้าที่ต่อสังคม-การคบหากับคนดี

และเนื่องจากการที่ต้องอยู่ร่วมสังคมกับคนอื่นในสังคม ฉะนั้นเราจึงมีสิทธิ์ที่จะเลือกวิถีชีวิตให้กับตนเอง และสามารถที่จะเลือกคบค้าสมาคมกับใครในสังคมก็ได้ในฐานะของเพื่อน  แต่สิ่งที่ต้องระวังตลอดเวลา คือ การลอกเลียนแบบบุคลิกและนิสัยใจคอของเพื่อนสิ่งจะถ่ายทอดโดยอัตโนมัติ อิสลามจึงเน้นว่า  จงเลือกคบแต่เพื่อนที่เป็นคนดี เพราะสิ่งที่เพื่อนควรจะได้รับจากเพื่อน คือ มารยาทที่ดีงาม ความปรารถนาดี ความจริงใจและความมั่นคงในการเป็นมิตรสหายต่อกันที่สำคัญไปกว่านั้นก็ คือ เราได้กลายเป็นแบบอย่างที่ดีต่อคนอื่นและเป็นฐานรากที่มั่นคงองสังคมในวันข้างหน้า
ท่านอิมามอะลี (ขอความสันติพึงมีแด่ทาน) กล่าวว่า “เพื่อนที่ดีที่สุดของท่านคือ เพื่อนที่ชี้นำให้ทำในสิ่งที่ดีงาม”
ท่านอิมามอะลี (อ.) กล่าวถึงความเป็นมิตรภาพว่า
1. เพื่อนที่แท้จริง เป็นวิญญาณเดียวกันที่อยู่ในเรือนร่างต่างกัน
2. สิ่งใหม่ที่สุดมักดีที่สุด แต่เพื่อนที่ดีที่สุด คือเพื่อนที่เก่าแก่ที่สุด
3. มิตรภาพย่อมได้มาด้วยความสัมพันธ์
4. มิตรภาพคือ ความเป็นพี่น้องที่ใกล้ชิดที่สุด
5. ความสุภาพอ่อนโยน ก่อให้เกิดมิตรภาพ
6. มีความมั่นใจในพวกเขาทั้งหลาย แล้วท่านจะมีความสุขในมิตรภาพของพวกเขา
7. ใช้ชีวิตของท่านเองอย่างอิสระกับเพื่อนฝูงของท่าน แต่อย่าไปละทิ้งเขา เพราะท่านหวังจะอยู่อย่างสงบตามลำพังตนเอง
8. ผู้ใดก็ตามที่ละทิ้งเพื่อนเพราะความผิดเพียงเล็กน้อย ก็จะเสี่ยงที่จะอยู่อย่างปราศจากเพื่อน
9. อย่าลืมที่จะให้เกียรติในสิทธิต่าง ๆ ของเพื่อนของท่านบนพื้นฐานของความเป็นเพื่อนที่สนิทชิดชอบ เพราะถ้าเขาหยุดเป็นของของท่าน ท่านก็จะเหยียบย่ำในสิทธิต่าง ๆ ของเขาทันที
10. คนแปลกหน้า คือคนที่ไม่เคยมีเพื่อน
11. ไม่ต้องแสวงหาที่จะมีเพื่อนมากเกินไป เพราะการทอดทิ้งเพื่อนคนนี้หรือคนนั้น ย่อมจะสร้างศัตรูให้แก่เขา เพื่อนฝูงก็เหมือนไฟ ถ้ามากเกินไปก็เผาไหม้ ฉะนั้น เพียงน้อยคนย่อมเป็นคุณประโยชน์
12. จงอย่าเลือกเอาศัตรูของท่านมาเป็นเพื่อนของท่าน
13. จงอย่าเป็นเพื่อนคนโง่ เขาจะทำให้ท่านเดือดร้อน ถึงแม้สิ่งที่เขากระทำนั้นดูว่าจะเป็นประโยชน์ก็ตาม
14. มิตรที่ชั่วที่สุดก็คือ ผู้ที่ยกยอปอปั้นท่านและแต่งแต้มสีสันความชั่วของท่านให้เป็นสิ่งที่ดีงาม
ถ้าหากมิตรผู้หนึ่งที่จริงใจแต่ภายหลังพบว่าเขาเป็นผู้ทรยศคดโกงก็ย่อมเป็นความง่ายดายที่จะตัดสัมพันธ์กับเขา
15. มีมิตรที่จริงแท้ตั้งจำนวนเท่าใดแล้วที่ทำให้ผู้หนึ่งต้องปวดร้าวโดยมิได้ตั้งใจ
16. บุคคลผู้นั้นย่อมมิใช่เพื่อนของท่าน ถ้าหากท่านยังต้องการคนกลางมาทำการไกล่เกลี่ย ระหว่างเขากับท่าน
17. ถึงแม้ท่านจะมอบโลกทั้งใบ มันก็ยังไม่เป็นการเพียงพอที่จะเอาชนะในมิตรภาพของผู้กลับกลอกให้กับท่านได้
18. ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน ผู้หนึ่งย่อมสามารถบอกได้ว่าใครเป็นมิตรใครเป็นศัตรู
19. เพื่อนที่เวลาที่สุดก็คือ ผู้ที่ไปมาหาสู่กับท่านยามรุ่งเรือง และละทิ้งท่านในยามตกอับ
20. ถ้าหากเพื่อนคนหนึ่งอิจฉาท่าน ดังนั้นเขาก็มิใช่เพื่อนที่แท้จริง
21. ผู้หนึ่งยังมิอาจพิจารณาให้เป็นเพื่อนได้จนกว่าจะได้ทำการทดสอบเขาด้วยกันสามโอกาสนั้นคือ ในยามจำเป็นเมื่อยู่ลับหลังท่าน และเมื่อภายหลังจากที่ท่านตายแล้ว
22. บรรดาผู้ที่มองหาท่านในยามรุ่งเรืองย่อมละทิ้งท่านในยามขัดสน
23. พี่น้องของท่านก็คือ ผู้ที่เขาช่วยเหลือท่านเมื่อท่านตกอยู่ในความลำบาก
24. มันมีบ่อยครั้งสักขนาดไหน ที่คนรักและชอบพอกันคู่หนึ่งถ้าหากเขาจะแยกทางกันก็ยังจะดีเสียกว่า
ท่านอิมามอะลี (อ.) กล่าวถึงคนดีว่า
1. คนดีย่อมมีชีวิตอยู่ แม้เมื่อเขาถูกหามไปยังสุสานก็ตาม
2. คนที่ดีที่สุดคือ เขาผู้ซึ่งให้ความช่วยเหลือรับใช้อย่างมากที่สุดแก่บรรดาผู้ที่มีฐานะเท่าเทียมกับเขา
3. คนดีคือ คนที่รู้คุณค่าในความสามารถของผู้อื่น
4. คนดีขบถเพื่อต่อต้านความรุนแรง แต่แสดงตัวเขาเองอย่างอ่อนโยนละมุนละไมและเป็นคนมีเหตุผล หากได้รับการปฏิบัติเป็นอย่างดี ส่วนคนเลวทรามหยาบช้าจะแข็งกระด้างและหยาบคาย เมื่อปรากฏอยู่ต่อหน้าความอ่อนโยนเมตตา แต่จะยอมหมอบราบคาบก็เฉพาะต่อหน้าความแข็งกร้าวเท่านั้น
5. สิ่งหนึ่งซึ่งดีงามที่สุดในอากัปกิริยาของเสรีชนก็คือ การไม่ถือเอาความได้เปรียบในสิ่งที่เขารู้ว่าคนอื่นไม่มี
6. บุคคลที่มีเกียรติ ไม่แสดงตนโอหังในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และหนักแน่ไม่ขยับเขยื้อน เหมือนภูเขาที่ถูกลมเหนือพัดกระหน่ำอย่างแรง ส่วนคนต่ำทรามถูกทำให้มัวเมาแม้โดย
7. วามสำเร็จเพียงน้อยนิดก็ตาม อุปมาดั่งต้นหญ้าที่ต้องสั่นไหวแม้เพียงลมอ่อน
8. สิ่งหนึ่งของความเจ็บปวดลำบากใจที่สุดของคนดี ก็คือพันธะหน้าที่ที่จะต้องให้เกียรติแก่คนชั่วร้าย
9. คนที่น่าสงสารที่สุด คือ ผู้รู้ที่อยู่ภายใต้คำสั่งของคนโง่เขลา คนที่มีธรรมชาติเป็นคนใจกว้างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต้องถูกชี้นำโดยคนละโมบโลภมาก และคนที่มีคุณธรรมแต่ต้องถูกบงการโดยความชั่วมั่วโลกีย์
การคบหากับคนไม่ดี
ท่านอิมามอะลี (ขอความสันติพึงมีแด่ทาน) กล่าวว่า “จงออกห่างจากการคบหากับคนไม่ดีเพราะเขาจะชักนำท่านให้เป็นเช่นเดียวกับเขา และตราบใดที่ยังครอบงำท่านให้เป็นเช่นเขาไม่ได้ เขาจะไม่เลิกคบกับท่าน”
ท่านอิมาม กล่าวอีกว่า “จงออกห่างจากเพื่อนที่ไม่ดี เพราะเขาจะขายท่านด้วยราคาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”
ท่านอิมามอะลี (อ.) กล่าวถึงคนชั่วไว้ว่า ..
1. คนเลวที่สุด คือ คนที่เห็นว่าตนเองดีที่สุด
2. คนชั่วคิดว่าคนอื่น ๆ ไม่มีใครดีเลย เขาจะคิดได้อย่างไรว่า คนอื่น ๆ มีในสิ่งที่ตัวเขาเองไม่มี
คนเลวที่สุด คือ คนที่กระตือรือร้นอยากรู้เห็นข้อบกพร่องต่าง ๆ ของคนอื่น แต่มองไม่เห็นความชั่วร้ายของตนเอง
3. คนที่ยึดถือตนเองเป็นใหญ่ จะมองไม่เห็นความบกพร่องของเขาเอง แต่เขาควรจะได้เรียนรู้ถึงความดีเลิศของอุปนิสัยของคนอื่น ๆ เขาจะถูกทำให้รู้สึกผิดโดยสิ่งซึ่งเขารู้สึกในขณะนี้ว่าในตัวเขาเองขาดสิ่งนั้น
4. คนเลวที่สุด คือคนที่หลงใหลในความชั่วมั่วโลกีย์ โดยยึดถือว่าเป็นสิ่งหอมหวนชวนชื่นที่สุด และมิได้ยับยั้งรั้งรอต่อความเกรงกลัวที่จะต้องเกลือกกลั้วกับสิ่งเลวร้ายนั้นเลย
5. คนที่น่ารังเกียจที่สุด คือ เขาผู้ซึ่งตอบแทนความดีด้วยความชั่ว และผู้ที่น่ายกย่องที่สุดคือ คนที่ตอบแทนแก่คนเลวร้ายด้วยการกระทำอย่างโอบอ้อมอารี
6. จงรีบอย่างเร่งด่วน เพื่อหลบหนีไปจากคนชั่วร้ายและคนหลงโลก
7. พิษร้ายของชาติคือ นักปราชญ์ผู้ชั่วร้าย และผู้ปกครองที่กดขี่คือพิษร้ายแห่งความยุติธรรม
8. คนที่น่ารังเกียจที่สุดในสายตาของพระผู้เป็นเจ้าคือ คนลำเค็ญที่หยิ่งผยองหนึ่ง คนแก่ที่ล่วงละเมิดประเวณีหนึ่ง และนักปราชญ์ผู้หลงระเริงสุรุ่ยสุร่ายหนึ่ง
9. คนชั่วร้ายชอบที่จะสนับสนุนความชั่วของคนอื่น ๆ ไว้ และจะมีข้อแก้ตัวอย่างมากมายเหลือเกินสำหรับความชั่วของตนเอง