แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages
  1. home

  2. article

  3. หน้าที่ต่อสังคม-การพูดโกหก

หน้าที่ต่อสังคม-การพูดโกหก

เมื่อเข้าใจว่าการพูดความจริงคืออะไร  การพูดปดก็จะปรากฏชัดเจนขึ้นมาเอง  ซึ่งถือว่าการพูดปดนั้นเป็นศัตรูตัวฉกาจของสังคม  ส่วนคนพูดปดคือฆาตกรที่น่ากลัวที่มุ่งหวังแต่ทำลายล้างสังคม  เพราะคำพูดปดถ้าจะเปรียบแล้วเหมือนกับวัตถุดิบ หรือสารเคมีประเภททำลาย  ที่มักทำลายและสึกร่อนพลังแห่งการนึกคิดและสติปัญญาของสังคม  อีกมุมหนึ่ง คำพูดปดไม่แตกต่างอะไรไปจากสุราที่เมื่อดื่มเข้าไปแล้วเมาไม่ได้สติ  ไม่สามารถจำแนกได้ว่าสิ่งดีและไม่ดีคืออะไร
ด้วยเหตุนี้ อิสลามจึงถือว่าการพูดปดมดเท็จเป็นความผิดร้ายแรงหรือเป็นบาปใหญ่ และถือว่าคนพูดปดเป็นคนที่ไม่มีศาสนา ซึ่งพวกเขาต้องได้รับโทษทัณฑ์อันแสนสาหัสจากพระผู้เป็นเจ้า  การพูดปดมดเท็จเป็นการกระทำที่ขัดต่อบัญญัติอิสลามและจริยธรรม
ท่านศาสดามุฮัมมัด กล่าวว่า  “มีคนอยู่สมากลุ่มถึงแม้ว่าเขาจะดำรงนมาซและถือศีลอด  แต่ยังถือว่าเป็นพวก พวกกัลบกลอก (มุนาฟิกีน) อยู่ดีได้แก่ ผู้พูดปดมดเท็จ ผู้บิดพลิ้วสัญญา และผู้ที่ไม่รักษาอะมานะฮ (ของที่ฝากไว้) “
ท่านอิมามอะลี (ขอความสันติพึงมีแด่ทาน) กล่าวว่า “คนที่ได้ลิ้มรสที่แท้จริงของความศรัทธา คือคนที่ละเว้นการพูดปดแม้ว่าจะล้อเล่นก็ตาม”
ท่านอิมามอะลี (อ.) กล่าวถึงการพูดเท็จไว้ว่า
1. เงียบใบ้เสียดีกว่าพูดเท็จ
2. การพูดเท็จ เป็นการทรยศคดโกงทุจริต
3. สัจธรรมเพียงน้อยนิด พิชิตขับไล่ความหลงผิดมากมายได้เหมือนอย่างไฟเพียงน้อยนิด สามารถเผาไหม้ไม้ฟืนกองใหญ่ได้ฉันใดก็ฉันนั้น
4. ผู้พูดความจริงเป็นคนมีเกียรติ ส่วนผู้พูดเท็จเป็นคนน่าดูถูก
5. ผู้ใดก็ตามที่ลือลั่นสนั่นไปทั่วเพราะการพูดเท็จ จะเห็นได้ว่าความมั่นใจของคนทั้งหลายในตัวเขาเสื่อมลง
6. จงหลีกเลี่ยงจากคนพูดเท็จ ถ้าท่านจำเป็นจริง ๆ ที่จะต้องสัมพันธ์ติดต่อกับเขา ก็จงอย่าเชื่อว่าเขาถูกต้อง แต่อย่าให้เขาเห็นว่าท่านรู้ว่าเขาโกหก เพราะในไม่ช้าเขาจะเลิกคบท่านมากกว่าที่จะเลิกการโกหก
7. เมื่อความจริงใจเสื่อมลง ความหลงผิดก็เพิ่มกระจายขึ้น ลิ้นพูดถึงมิตรภาพแต่หัวใจเต็มไปด้วยความจงเกลียดจงจัง
8. การหลอกลวงคนที่ไว้เนื้อเชื่อใจในตัวท่าน คือความอกตัญญู
การนินทาและใส่ร้าย
การพูดถึงสิ่งไม่ดีของคนอื่นแม้ว่าจะเป็นความจริงก็ตาม  ถือว่าเป็นการนินทา  แต่ถ้าเป็นความเท็จถือว่าเป็นการใส่ร้าย
แน่นอน นอกจากบรรดาศาสดาทั้งหลายและอิมามผู้บริสุทธิ์แล้ว  อัลลอฮ (มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์) มิได้ทรงสร้างใครให้เป็นผู้บริสุทธิ์อีกเลย  และเนื่องจากความบกพร่องที่มีอยู่ในตัวนั้นเอง  ทำให้มนุษย์ไม่อาจรอดพ้นจากความผิดพลาดไปได้ แต่อัลลอฮ ทรงปกปิดความผิดเหล่านั้นเอาไว้อย่างมิดชิด  และถ้าหากม่านบังตาที่ปกปิดความบกพร่องของแต่ละคนได้ถูกดึงออก ทุกคนก็จะได้เห็นความน่าขยะแขยงของกันและกันและจะแสดงความรังเกียจออกมา เมื่อเป็นเช่นนั้นสังคมจะดำรงอยู่ได้อย่างไร ความพินาศย่อมล่มจมต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ อัลลอฮ จึงห้ามการนินทาว่าร้า พระองค์ตรัสว่า การนินทาเป็นบาปที่ร้ายแรง จงปล่อยให้เขาสำนึกและปรับปรุงแก้ไขตัวเองดีกว่าการที่เราจะพูดถึง
อัล-กุรอาน กล่าวว่า
وَلَا تَجَسَّسُوا وَلَا يَغْتَب بَّعْضُكُم بَعْضًا أَيُحِبُّ أَحَدُكُمْ أَن يَأْكُلَ لَحْمَ أَخِيهِ مَيْتًا
“สูเจ้าอย่ามุ่งจับผิดผู้อื่นและอย่านินทาซึ่งกันและกัน สูเจ้าชอบหรือที่จะกินเนื้อซึ่งเป็นซากศพของพี่น้องของเจ้า”  (บท อัล-หุจญรอต โองการที่ 12)
ส่วนใส่ร้ายผู้อื่นอิสลามถือว่ามีความรุนแรงกว่าการนินทามากมายนัก เพราะทำให้ชีวิตของคน ๆ หนึ่งต้องตกอยู่ในสภาพที่ตายทั้งเป็น ซึ่งความน่ารังเกียจและความเลวร้ายย่อมประจักษ์ชัด ณ ผู้พูดเสมอ
อัล-กุรอาน กล่าวว่า
إِنَّمَا يَفْتَرِي الْكَذِبَ الَّذِينَ لاَ يُؤْمِنُونَ بِآيَاتِ اللّهِ وَأُوْلئِكَ هُمُ الْكَاذِبُونَ
“ความจริงแล้ว ผู้ที่ทำการเสกสรรความเท็จขึ้นมา คือ พวกที่ไม่ศรัทธาในโองการของอัลลอฮ และพวกเหล่านั้นเป็นพวกมุสาทั้งสิ้น” (อัล-กุรอาน บท อัน-นะหลิ โองการที่ 105)
ท่านอิมามอะลี (อ.)  กล่าวถึงความมุ่งร้าย การลอบกัด การใส่ร้ายป้ายสีว่า
1. จงละทิ้งการพูดมุ่งร้ายทั้งปวง หากจะอยู่ที่นั่นก็เพื่อการให้ความยุติธรรมตามสมควร หาไม่แล้วก็อย่าไปอยู่ที่นั่นเลย
2. จงระวังการลอบกัด มันหว่านเมล็ดพันธุ์ทั้งหลายของความขมขื่นและแยกตัวท่านออกจากพระผู้เป็นเจ้าและมวลมนุษย์
3. ผู้ใดก็ตามที่ฟังการใส่ร้ายป้ายสี ตัวเขาเองคือคนใส่ร้ายป้ายสี
4. จงปกป้องตัวท่านให้พ้นจากคำพูดที่น่ารังเกียจ เพราะคำพูดเหล่านั้นทำให้หัวใจทั้งหลายลุกโชนด้วยความโกรธเดือดดาล