แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages
  1. home

  2. article

  3. หลักคำสอนบางประการ

หลักคำสอนบางประการ

นอกจากบรรดาสาขาที่เป็นข้อบังคับที่สำคัญที่สุดของศาสนามีอยู่ด้วยกัน 10 ประการ แล้ว อิสลามยังมีหลักคำสอนอื่น ๆ อีกซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตัวของมุสลิมทุกคน เนื่องจากโดยหลักการแล้วอิสลามเชื่อว่าศาสนามิได้เป็นเพียงหลักยึดเหนี่ยวทางจิตใจเท่านั้น เมื่อยามเดือดร้อนคนเราจึงเข้าพึ่งพิงศาสนา ทว่าอิสลามถือว่าศาสนา คือ ชีวิตการเป็นอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก และทุกอิริยาบถที่แสดงออก คือ คำสอนของศาสนา ดังนั้น คำว่าศาสนาโดยหลักการของอิสลามแล้วหมายถึง
ความศรัทธาในเอกภาพของพระผู้เป็นเจ้า การแสดงความเคารพภักดี การเชื่อฟังปฏิบัติตาม ความมีใจบุญสุนทานและอื่น ๆ ความหมายเหล่านี้มีความผูกพัน และสัมพันธ์กันโดยตรงกับความศรัทธาในพระผู้สร้าง
บางครั้งหมายถึงความเชื่อเรื่องการตัดสิ้น การตอบแทนผลรางวัล หรือการลงโทษผู้ทำบาป คำบัญชา และกฎหมาย ความหมายเหล่านี่มีความส้มพันธ์อันบ่งบอกถึงความเชื่อในภพหน้า
และบางครั้งศาสนาบ่งบอกถึง จารีตประเพณี หลักความประพฤติ นิใสใจคอ หลักธรรม และคำตรัสของท่านศาสดามุฮัมมัด หรือบรรดาอิมามผู้บริสุทธิ์
โดยหลักการแล้วอิสลามเชื่อว่าแนวความคิดที่อยู่เบื้องหลังศาสนา คือ โดยธรรมชาติแล้วมนุษย์ต้องมีแบบฉบับในการดำรงชีวิต ซึ่งต้องอยู่บนพื้นฐานของอุดมคติ หรือแนวความคิดทางจิตใจบางประการ ซึ่งอิสลามเรียกว่า ความศรัทธา มนุษย์คือสัตว์สังคม ต่างต้องพึ่งพาอาศัยซึงกันและกันเพื่อการดำรงชีวิตของเขาและเพื่อความจำเป็นในชีวิตนานานประการ เมื่อเป็นดังนี้ สังคมมนุษย์ทุกสังคมจึงจำเป็นต้องมีหลักเกณฑ์บางอย่าง เพื่อที่จะเป็นเครื่องป้องกันจากความอยุติธรรม และรักษาสิทธิต่าง ๆของบรรดาสมาชิกแต่ละรายในสังคม แต่ใครเล่าจะเป็นผู้มีสิทธิออกกฎหมายมาปกครองสังคม อิสลามเชื่อว่า มนุษย์ไม่สิทธิออกกฎหมายแน่นอน เนื่องจากโดยสัญชาติญาณทางธรรมชาติแล้ว มนุษย์ย่อมเล็งเห็นผลประโยชน์ของตัวเองเป็นประการแรก ที่สำคัญไปกว่านั้นมนุษย์อาจมีการลงความเห็นที่ผิดพลาด ดังเป็นที่ประจักษ์อยู่ในสังคมโลกปัจจุบัน
อิสลามจึงเชื่อว่าบรรดากฎหมายต่าง ๆ จะต้องถูกกำหนดขึ้นโดยผู้ที่อยู่ในสถานะที่สูงส่งกว่ามนุษย์ และเหนือกว่ามนุษย์ ผู้ซึ่งไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับบรรดากฎหมายเหล่านั้น และจะต้องเป็นผู้ที่มนุษย์ทุกคนต่างมีความเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ซึ่งผู้นั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก อัลลอฮฺ พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเกรียงไกร ประมวลคำสอน กฎหมาย และหลักการที่พระองค์ประทานลงมาจึงเป็นครรลองในการดำเนินชีวิตที่สมบูรณ์ของมนุษย์ทุกคนภายใต้ชื่อว่า อิสลาม หรือ ศาสนาอิสลาม
ดัวยเหตุนี้ คำสอนของอิสลามจึงมิได้มีบทบาทอยู่ที่การแสดงความเคารพภักดีต่อพระเจ้าเท่านั้น ในทางกลับกันอิสลามสอนว่าการแสดงออกของทุกอิริยาบถ ถ้ามีจุดหมายเพื่อพระเจ้า ถือว่าสิ่งนั้นเป็นการแสดงความเคารพภักดีต่อพระเจ้าอย่างแท้จริง ดังนั้น ไม่ว่ามนุษย์จะประกอบอาชีพการงานใด มีหน้าที่การงานในทางสังคมอย่างไร กำลังพูด หรือกระทำสิ่งใดอยู่ก็ตาม ถ้าเขาตั้งเจตนาแน่วแน่ว่า สิ่งที่ตนกำลังทำนั้นมีเป้าหมายเพื่อพระผู้เป็นเจ้า แน่นอน สิ่งเหล่านั้นถือว่าเป็นการแสดงความเคารพภักดี
ดังนั้น ถ้ามนุษย์พูดในนามของพระเจ้า กระทำการงานทุกสิ่งในนามของพระองค์ เขาจะพูดหรือกระทำสิ่งผิดได้อย่างไร เมื่อมนุษย์ไม่พูดหรือกระทำสิ่งผิดความเห็นแก่ตัว ความอยุติธรรม การฉ้อฉลสิทธิของบุคคลอื่น และบาปก็จะไม่เกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ อิสลามจึงเชื่อว่าศาสนา คือ ชีวิตการเป็นอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก และทุกอิริยาบถที่แสดงออก คือ คำสอนของศาสนา โดยหลักการอิสลามจึงเชื่อว่าศาสนาครอบคลุมอยู่บน 3 หลักการสำคัญ กล่าวคือ ความเชื่อ การปฏิบัติ และจริยธรรม ซึ่งทั้งสามหลักการดังกล่าวมีพื้นฐานวางอยู่บนหลักคำสอนของศาสนาทั้งสิ้น
ดังนั้น นอกจากข้อบังคับที่สำคัญที่สุด 10 ประการ ดังกล่าวไปแล้วอิสลามยังมีข้อบังคับอันเป็นหลักคำสอนด้านการปฏิบัติอื่น ๆ อีก ซึ่งจะขอกล่าวเฉพาะประเด็นหัวข้อเท่านั้นโดยจะไม่ลงไปในรายละเอียด
หลักคำสอนบางประการเกี่ยวกับการปฏิบัติ
บทบัญญัติเกี่ยวกับการปฏิบัติตาม (ตักลีด)
การตักลีด หมายถึงการปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของมุจญ์ตะฮิดที่มีความรู้สูงสุดในสมัยของตน ซึ่งนักปราชญ์ของอิสลามที่สามารถค้นคว้าหาเหตุผล และวินิจฉัยบทบัญญัติของศาสนาได้เรียกว่า “มุจญ์ตะฮิด” ผู้เป็นตัวแทนโดยทั่วไปของอิมามผู้บริสุทธิ์
บทบัญญัติเกี่ยวกับความสะอาด
อัลลอฮฺ พระผู้เป็นเจ้่าผู้ทรงเกรียงไกร ไม่ทรงประสงค์ที่จะสร้างความยากลำบาก และความคับแค้นใด ๆ แก่สูเจ้า แต่ทว่าพระองค์ทรงประสงค์ที่จะทำความสะอาดสูเจ้า และประสงค์ให้ความโปรดปรานของพระองค์ที่ประทานให้แก่สูเจ้า เกิดความสมบูรณ์เพื่อสูเจ้าจะได้ขอบคุณพระองค์   (อัล-กุรอาน อัล-มาอิดะฮ์ โองการที่ 6)
1.) ประเภทของน้ำ น้ำบริสุทธิ์และน้ำผสม
น้ำกุร หมายถึง น้ำที่มีปริมาตรอยู่ในพิกัดกำหนด คือ ประมาณ 377 กก. หรือบรรจุอยู่ในภาชนะที่มีความกว้าง ยาว สูงประมาณ 3.5 คืบ
น้ำน้อย หมายถึงน้ำที่มีปริมาณน้อยกว่าน้ำกุร
น้ำไหล เช่น น้ำในแม่น้ำ ลำคลอง หรือลำธาร
น้ำฝน
น้ำบ่อ
บทบัญญัติเกี่ยวกับน้ำ
2.) บทบัญญัติเกี่ยวกับการขับถ่าย
บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง การปัสสาวะ อุจจาระ
บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง การทำความสะอาดหลังปัสสาวะและอุจจาระ
บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง สิ่งดีงามและสิ่งน่าเกลียดในเวลาขับถ่าย
3.) สิ่งโสโครกและบทบัญญัติเกี่ยวกับสิ่งโสโครก
ประเภทของสิ่งโสโครก
ปัสสาวะและอุจจาระ ของมนุษย์และสัตว์ทุกประเภทที่ไม่อนุญาตให้บริโภคเนื้อเป็น็นนนนอาหาร  และเป็นสัตว์ที่มีเลือดไหลพุ่ง
น้ำอสุจิ ของคนและสัตว์ทุกประเภทที่มีเลือดไหลพุ่ง  ถึงแม้จะเป็นสัตว์ที่อนุญาตให้บริโภคเนื้อเป็นอาหารก็ตาม
เลือด  ของมนุษย์และสัตว์ทุกประเภทที่มีเลือดไหลพุ่ง
ซากศพ  ของคนและสัตว์ทุกประเภทที่มีเลือดไหลพุ่ง
สุนัข ที่อาศัยอยู่บนบก ซึ่งอวัยวะทุกส่วนเป็นสิ่งโสโครก
สุกร ที่อาศัยอยู่บนบก ซึ่งอวัยวะทุกส่วนเป็นสิ่งโสโครก
สุรา และสิ่งมืนเมา ที่เป็นของเหลวทุกชนิด
เบียร์  (เครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่สกัดมาจากข้าวบาร์เล่ย์ เป็นส่วนใหญ่)
กาฟิร ผู้ปฏิเสธอัลลอฮฺ พระผู้เป็นเจ้า ศาสดา และหลักคำสอนของอิสลาม
สิ่งมืนเมาประเภทเบียร์
เหงื่อที่เกิดจากการผิดประเวณี
เหงื่อของอูฐที่กินสิ่งโสโครก
บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง วิธีพิสูจน์สิ่งของที่เป็นสิ่งโสโครก
บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง วิธีพิสูจน์สิ่งของที่สะอาดแต่กลายเป็นสิ่งโสโครก
บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง สิ่งโสโครกทั้งหลาย
4.) สิ่งที่ใช้ทำความสะอาดสิ่งโสโครกทั้งหลาย
1.     บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง น้ำที่ใช้ทำความสะอาดสิ่งโสโครก
2.     บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง พื้นดินที่ใช้ทำความสะอาดสิ่งโสโครก
3.     บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง แสงแดดที่ใช้ทำความสะอาดสิ่งโสโครก
4.     บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง การเปลี่ยนสภาพของสิ่งโสโครก
5.     บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง การต้มน้ำองุ่นให้เหลือน้อย 2 ใน 3 ของภาชนะ
6.     บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง การเคลื่อนย้าย
7.     บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง การยอมรับอิสลาม
8.     บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง การตาม
9.     บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง การขจัดสิ่งโสโครกต่าง ๆ ให้สะอาด
10.  บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง การกักขังสัตว์ที่กินสิ่งโสโครกก่อนนำไปเชือดเป็นอาหาร
11.  บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง การหายตัวไปของมุสลิม
12.  บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง ภาชนะต่าง ๆ ที่เปื้อนสิ่งโสโครก
5.) วุฎูอ์ หรือการทำความสะอาดก่อนนมาซ
บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง วิธีทำความสะอาดก่อนนมาซประเภทจุ่มอวัยวะส่วนที่ต้องทำความสะอาดลงในน้ำ
บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง คำขอพรขณะทำความสะอาดก่อนนมาซอันเป็นสิ่งดีงาม
เงื่อนไขของการทำความสะอาดก่อนนมาซ
บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง การทำความสะอาดก่อนนมาซ
บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง อวัยวะส่วนที่ต้องทำความสะอาดก่อนนมาซ
บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง สิ่งที่เป็นสาเหตุทำการทำความสะอาดก่อนนมาซโมฆะ
บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง การทำความสะอาดก่อนนมาซขณะที่อวัยวะที่ต้องทำความสะอาดนั้นมีผ้าพันแผลปิดอยู่ หรือเข้าเฝือกไว้
6.) การอาบน้ำตามศาสนบัญญัติ
บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง ประเภทของการอาบน้ำตามศาสนบัญญัติ ซึ่งมีทั้งที่เป็นข้อบังคับ และสมัครใจทำ และการอาบน้ำดังกล่าวมีความแตกต่างกับการอาบน้ำทั่วไปตรงที่ได้กุศลบุญ และเป็นคำสั่งของศาสนา
การอาบน้ำตามศาสนบัญญัติที่เป็นข้อบังคับ (วาญิบ) ได้แก่
การอาบน้ำหลังการร่วมหลับนอนกับภรรยา
การอาบน้ำหลังการหมดรอบเดือน
การอาบน้ำหลังการหมดโลหิตหลังการคลอดบุตร
การอาบน้ำขณะทีระดูดเกินกำหนด
การอาบน้ำหลังการสัมผัสคนตายที่ร่างกายเย็นหมดทุกส่วน
การอาบน้ำให้คนตายตามศาสนบัญญัติ
การอาบน้ำหลังจากที่ได้บนบานไว้
บทบัญญัติเกี่ยวกับการอาบน้ำตามศาสนบัญญัติ
ก. การหลับนอนกับภรรยา
1.     บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง สิ่งต้องห้ามมิให้กระทำหลังการร่วมหลับนอนกับภรรยา เช่น สัมผัสอักษรคัมภีร์อัล-กุรอาน เข้าไปในมัสยิดอัลฮะรอมหรือมัสยิดนบี เข้าไปหยุดในมัสยิดอื่น ๆ นำสิ่งของไปวางในมัสยิด อ่านมหาคัมภีร์อัล-กุรอานบางโองการที่บังคับให้กราบหลังการอ่าน
2.     บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง สิ่งที่น่าเกลียดห้ามมิให้กระทำหลังการร่วมหลับนอนกับภรรยา เช่น กินหรือดื่ม นอนหลับ ทาน้ำมัน อ่านคัมภีร์เกิน 7 โองการ สัมผัสคำอธิบายคัมภีร์ ฯลฯ
3.     บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง การอาบน้ำตามขั้นตอนโดยเริ่มที่ศีรษะ ซีกขวา และซีกซ้าย
4.     บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง การอาบน้ำโดยลงไปในน้ำ
5.     บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง การอาบน้ำตามศาสนบัญญัติ
บทบัญญัติเกี่ยวกับเกี่ยวกับการอาบน้ำตามศาสนบัญญัติสำหรับสตรี
ข. ระดูเกินกำหนด
ลักษณะของระดูเกินกำหนด
บทบัญญัติว่าด้วยเรื่องการมีระดูเกินกำหนด
ค. ระดูหรือรอบเดือน
ลักษณะของระดูและบทบัญญัติเกี่ยวกับระดู
บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง ของระดู
บทบัญญัติว่าด้วยเรือง ประเภทของรอบเดือน
บทบัญญัติต่าง ๆ เกี่ยวกับรอบเดือน
ง. โลหิตหลังการคลอดบุตร
จ. การอาบผู้เสียชีวิตและบทบัญญัติเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต
บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง การอาบน้ำเมื่อสัมผัสคนตาย
บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง บุคคลใกล้สิ้นใจ
บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง หลังการสิ้นใจ
บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง การอาบน้ำให้คนเสียชีวิต
บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง การห่อศพ
บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง การใส่พิมเสน
บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง การนมาซให้คนเสียชีวิต
บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง สิ่งดีงามเกี่ยวกับนมาซให้คนเสียชีวิต
บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง การฝังผู้เสียชีวิติ
บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง สิ่งดีงามเกี่ยวกับการฝังคนเสียชีวิต
บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง นมาซให้ผู้เสียชีวิตในคืนแรกของการฝังศพ
บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง การขุดศพ
7.) บทบัญญัติเกี่ยวกับการ ตะยัมมุม
หากสูเจ้าป่วยไข้หรืออยู่ระหว่างเดินทางหรือคนใดในหมู่สูเจ้ามาจากที่ถ่ายทุกข์  หรือสูเจ้าได้ร่วมประเวณีกับผู้หญิง แล้วสูพวกเจ้าหาน้ำไม่ได้   ฉะนั้น จงตะยัมมุมด้วยดินที่สะอาด ดังนั้น จงเช็ดใบหน้าของสูเจ้า และมือทั้งสองของสูเจ้า (อัล-กุรอาน บทอัล-มาอิดะฮฺ โองการที่ 6)
ก. บทบัญญัติว่าด้วยการ ตะยัมมุมเพื่อทดแทนการอาบน้ำตามหลักศาสนา หรือการทำความสะอาดก่อนนมาซเนื่องจากว่า
เมื่อใดก็ตาม ที่ไม่มีน้ำ และไม่สามารถหาน้ำได้
เกรงว่าน้ำอาจเป็นอันตรายกับตัวเอง (เช่นใช้น้ำแล้วอาจทำให้ไม่สบาย)
ถ้าใช้น้ำอาบน้ำหรือทำความสะอาดก่อนนมาซ เกรงว่าตัวเองหรือครอบครัว เพื่อน คนสนิทอาจพบกับความกระหายจนถึงขั้นเสียชีวิต หรือไม่สบายได้ เป็นข้อบังคับต้องปกป้องชีวิตคน  ซึ่งความกระหายถึงขั้นที่ว่าถ้าไม่ให้น้ำดื่มต้องตายแน่นอน หรือแม้แต่ชีวิตสัตว์เลี้ยงของตนก็ตาม
ร่างกายและเสื้อผ้าเปื้อนสิ่งโสโครก และน้ำมีแค่ทำความสะอาดร่างกายกับเสื้อผ้าเท่านั้น ประกอบกับเสื้อผ้าตัวอื่นไม่มี
ไม่มีเวลาพอที่จะอาบน้ำหรือทำความสะอาดก่อนนมาซ
การใช้น้ำ หรือภาชนไม่อนุมัติสำหรับตน เช่น เป็นสิ่งที่ขโมยมา
ข. บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง สิ่งของที่ตะยัมมุมลงบนนั้นแล้วถูกต้อง
ค. บทบัญญัติว่าด้วยเรื่อง วิธีการตะยัมมุม