แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages
  1. home

  2. article

  3. แผนอุบาทว์ของวะฮ์ฮาบี

แผนอุบาทว์ของวะฮ์ฮาบี

แผนอุบาทว์ของวะฮ์ฮาบีเกี่่ยวกับมัสยิดฮะรอมและมัสยิดนะบี (ซ็อลฯ) คืออะไร / คำเตือนที่รุนแรงของชาวมุสลิมต่อราชวงศ์ซาอูด

“การทำลายมัสยิดินนะบี” คือประเด็นซึ่งดูคล้ายกับว่าจะเป็นเรื่องโจ๊กที่จืดชืดเสียมากกว่า ทั้งนี้เนื่องจากว่าบรรดาศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของอิสลามเองยังไม่อาจหาญพอแม้แต่จะคิดถึงประเด็นนี้ในความฝันต่าง ๆ ของตนเอง แล้วไฉนความคิดของบรรดาผู้นำของราชวงศ์ซาอูดซึ่งเสียงหัวเราะของพวกเขาในขณะบริการสุราขนานแท้ให้แก่บรรดาผู้นำของทำเนียบขาว ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังคงฝังตรึงอยู่ในความทรงจำของชาวมุสลิมโลกนั้น จึงหาญกล้าตัดสินใจที่จะแปลความหมายของฝันร้ายที่ไม่น่าเชื่อนี้ได้
ตามการรายงานของร่อญานิวส์ ; ภายหลังจากการสร้างหอนาฬิกาขนาดใหญ่ในเขตฮะรัมของมัสยิดิลฮะรอมซึ่งนอกเหนือจากการหมิ่นประมาทอย่างชัดเจนต่อสถานะความยิ่งใหญ่ของอาคารกะอ์บะฮ์ในฐานะที่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของโลก แม้แต่หลักการต่าง ๆ ที่ชัดแจ้งของบรรดาองค์การระหว่างประเทศในกรณีที่เกี่ยวกับร่องรอยทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีพวกเขาก็ไม่ได้ใส่ใจใด ๆ ขณะนี้มีข่าวสารและข่าวลือบางส่วนได้รายงานข่าวถึงแผนอัปยศของราชวงศ์ซาอูดและชาววะฮ์ฮาบีที่มีอำนาจปกครองเหนือแผ่นดินนี้ เกี่ยวกับการหมิ่นประมาทครั้งประวัติศาสตร์และเป็นประวัติการณ์ของพวกเขาต่อมัสยิดินนะบี (ซ็อลฯ)

หนังสือพิมพ์ ” The Independent ” ได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า : การรื้อทำลายส่วนต่าง ๆ ที่สำคัญของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นประวัติศาสตร์ของชาวมุสลิมในเมืองมะดีนะตุนนะบีกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในเดือนถัดไป (หลังเทศการฮัจญ์) บรรดาเจ้าหน้าที่ของซาอุดิอาระเบียได้กล่าวอ้างว่า พวกเขาจะดำเนินการกระทำดังกล่าวด้วยเหตุผลการขยายมัสยิดินนะบี แต่การดำเนินการก่อสร้างที่มีราคาแพงลิบลิ่วหลายพันล้านดอลลาร์ของบรรดาเจ้าหน้าที่ซาอุดิอาระเบียได้สร้างความวิตกกังวลขึ้นในท่ามกลางชาวมุสลิมที่ว่า พวกเขาจะมอบร่องรอยต่าง ๆ ทางประวัติศาสตร์และทางวัฒนธรรมของอิสลามให้อยู่ในการรื้อทำลายของรถแทรกเตอร์ทั้งหลาย ความโกรธของชาวมุสลิมที่มีต่อการดำเนินการของบรรดาเจ้าหน้าที่ชาวซาอุดิอาระเบียที่มีต่อสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดทางศาสนาของชาวมุสลิมได้ทวีความรุนแรงขึ้นนับตั้งแต่ช่วงเวลาที่พวกเขาได้สร้างหอนาฬิกาเคียงข้างมัสยิดิลฮะรอมซึ่งถูกนับว่าเป็นการหมิ่นประมาทอย่างชัดแจ้งต่อศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ของอิสลาม

ตามรายงานต่าง ๆ ที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ การรื้อทำลายส่วนใหญ่เกิดขึ้นในส่วนที่อยู่ทางทิศตะวันตกของมัสยิดินะบี กล่าวคือในบริเวณที่ตั้งของหลุมฝังศพของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ดร.อิรฟาน อัลอะละวี นักค้นคว้าวิจัยของสถาบันวิจัยมรดกอิสลามได้กล่าวในเรื่องนี้ว่า : ไม่เป็นที่สงสัยสำหรับใครที่ว่ามัสยิดินนะบีนั้นจำเป็นต้องมีการขยาย แต่วิธีการของราชวงศ์ซาอูดเกี่ยวกับกรณีนี้เป็นสิ่งที่สร้างความวิตกกังวลเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เขายังย้ำอีกว่ารัฐบาลซาอุดิอาระเบียในตลอดช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมาได้ทำลายสถานที่ทางศาสนาและประวัติศาสตร์อิสลามไปแล้วเป็นจำนวนมาก
บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมในซาอุดิอาระเบียต่างพูดว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลซาอุดิอาระเบีย โดยอาศัยความมั่งคั่งอันมหาศาลที่ได้จากการขายน้ำมันของตนและเมื่อพิจารณาถึงประเด็นที่ว่าพวกเขาเพียงเท่านั้นที่มีอำนาจตัดสินใจกระทำการใด ๆ ต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายของชาวมุสลิม พวกเขาได้ทำให้ร่องรอยทางประวัติศาสตร์และสัญลักษณ์ต่าง ๆ ของอิสลามในนครมักกะฮ์และมะดีนะฮ์ตกอยู่ในอันตรายอย่างร้ายแรง ก่อนหน้านี้ในนครมักกะฮ์ บรรดาเจ้าหน้าที่รัฐบาลของซาอุดิอาระเบียได้เปลี่ยนเนินเขาต่าง ๆ ทางประวัติศาสตร์ที่อยู่รอบ ๆ มัสยิดิลฮะรอมให้กลายเป็นศูนย์การค้าและอาคารคอมเพล็กซ์พาณิชย์สูงระฟ้าตามรูปแบบของตะวันตก และทำนองเดียวกันนี้ได้เปลี่ยนบ้านเกิดของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ให้เป็นห้องสมุดและบ้านของท่านหญิงคอดิญะฮ์ (อ.) ให้เป็นห้องน้ำสาธารณะ

การทำลายสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในนครมักกะฮ์และมะดีนะฮ์ และการก่อสร้างตามรูปแบบของรัฐบาลซาอุดิอาระเบียที่ได้รับอิทธิพลมาจากลัทธิวะฮ์ฮาบีและบรรดานักการศาสนาชาววะฮ์ฮาบี ซึ่งผลของมันคือการลบร่องรอยทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาเรียกว่าการบูชาเจว็ดและการตั้งภาคี (ชิริก)! ความวิตกกังวลจากการก่อสร้างต่าง ๆ ครั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้นในมัสยิดนะบี ที่มีมากกว่าทั้งหมดนั้นคือเกี่ยวกับส่วนที่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของมัสยิดแห่งนี้ กล่าวคือ บริเวณ “เราฎ้อตุลญันนะฮ์” การมาซิยาเราะฮ์ (เยือน) สถานที่แห่งนี้และการนมาซในสถานที่นี้นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับบรรดาผู้มาแสวงบุญ ณ มัสยิดินนะบี

http://www.sahibzaman.com