แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

    1. home

    2. article

    3. 86. ซูเราะฮฺ อัฏฏอริก (At-Tariq)

    86. ซูเราะฮฺ อัฏฏอริก (At-Tariq)

    Rate this post

    ความหมายโดยสรุป
    เป็นบัญญัติมักกียะฮฺ มี 17 อายะฮฺ
    ซูเราะฮฺนี้ เป็นซูเราะฮฺมักกียะฮฺ ที่เยียวยาเรื่องบางเรื่องเกี่ยวกับอะกีดะฮฺอิสลามียะฮฺ แกนหลักของซูเราะฮฺกล่าวถึงเรื่องการศรัทธา การฟื้นคืนชีพ และการชุมนุม ข้อพิสูจน์อันชัดแจ้งและหลักฐานอันแน่นอนได้ยืนยันถึงความสามารถของอัลลอฮฺ ตะอาลา ที่จะให้มีการฟื้นคืนชีพเพราะผู้ที่ทรงบังเกิดมนุษย์จากไม่มีอะไรเลย ย่อมสามารถที่จะให้เขากลับฟื้นคืนชีพหลังจากตายไปแล้ว
    ซูเราะฮฺได้เริ่มด้วยการสาบานด้วยท้องฟ้าที่ประดับด้วยดวงดาวที่ประกายแสงที่ปรากฏให้เห็นในเวลากลางคืน เพื่อส่องแสงให้ความสะดวกแก่มนุษย์ในการเดินทาง และเพื่อชี้นำทางท่ามกลางความมืดทั้งทางบกและทางน้ำแก่มนุษย์ โดยที่มนุษย์ทุกคนถูกมอบหมายให้มีผู้คุ้มกันกิจการของเขาได้รับการระวังรักษาโดยมะลาอิกะฮฺผู้ทรงคุณธรรม “ขอสาบานด้วยท้องฟ้าและ (ดวงดาว) ที่มาในเวลาค่ำคืน และอะไรเล่าจะทำให้เจ้ารู้ได้สิ่งที่มาในเวลาค่ำคืนนั้นคืออะไร? คือดวงดาวที่ประกายแสง ไม่มีชีวิตใด (อยู่โดยลำพัง) เว้นแต่มีผู้เฝ้ารักษามัน”
    แล้วซูเราะฮฺได้นำหลักฐานและข้อพิสูจน์มายืนยันถึงเดชานุภาพของพระเจ้าแห่งสากลโลกที่จะให้มนุษย์กลับมีชีวิตขึ้นมาอีกหลักจากสูญสิ้นชีวิตไปแล้ว “ดังนั้นมนุษย์จงไตร่ตรองดูซิว่าเขาถูกบังเกิดมาจากอะไร? เขาถูกบังเกิดมาจากน้ำที่พุ่งออกมา มันออกมาจากกระดูกสันหลัง (ของชาย) และกระดูกหน้าอก (ของหญิง) แท้จริงพระองค์ทรงสามารถอย่างแน่นอนที่จะให้กลับมาอีก (คือฟื้นคืนชีพ)”
    ซูเราะฮฺได้กล่าวถึงการเปิดเผยสิ่งเร้นลับและเปิดม่านให้ความจริงประจักษ์ในวันอาคิเราะฮฺ โดยที่ไม่มีผู้ช่วยเหลือและผู้คุ้มครองมนุษย์ “วันที่สิ่งเร้นลับทั้งหลายจะถูกเปิดเผย ดังนั้นเขาจะไม่มีพลังใด ๆ และไม่มีผู้ช่วยเหลือใด ๆ“
    ซูเราะฮฺจบลงด้วยการกล่าวถึงอัลกุรอานอัลอะซีมเป็นปาฏิหารย์ของมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และเป็นพยานหลักฐานยืนยันแก่มวลมนุษย์ทั้งปวง และได้ชี้แจงความจริงของอัลกุรอานนี้ อีกทั้งได้สัญญาร้ายแก่พวกปฏิเสธศรัทธาที่กระทำความผิดถึงการลงโทษอันเจ็บปวด “ขอสาบนด้วยท้องฟ้าที่หลั่งน้ำฝน และแผ่นดินที่ปริออก (ให้เมล็ดพืชงอกเงย) แท้จริงอัลกุรอานนั้นคือพระดำรัสที่จำแนก (ระหว่างความจริงกับความเท็จ) และอัลกุรอานนั้นมิใช่เรื่องไร้สาระ แท้จริงพวกเขากำลังวางแผนการณ์กันอยู่ แล้วข้าก็วางแผนการณ์อยู่ ดังนั้นเจ้า (มุฮัมมัด) จงผ่อนปรนให้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเถิด ข้าก็จะผ่อนปรนให้แก่พวกเขาระยะหนึ่ง”
    ด้วยพระนามแห่งอัลลอฮฺ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตายิ่ง

    وَالسَّمَاءِ وَالطَّارِقِ
    1. ขอสาบานด้วยชั้นฟ้า และ (ดวงดาว) ที่มาในเวลาค่ำคืน
    وَمَا أَدْرَاكَ مَا الطَّارِقُ
    2. และอะไรเล่าจะทำให้เจ้ารู้ได้ว่าสิ่งที่มาในเวลาค่ำคืนนั้นคืออะไร ?
    النَّجْمُ الثَّاقِبُ
    3. คือดวงดาวที่ประกายแสง
    إِن كُلُّ نَفْسٍ لَّمَّا عَلَيْهَا حَافِظٌ
    4. ไม่มีชีวิตใด (อยู่โดยลำพัง) เว้นแต่มีผู้เฝ้ารักษามัน (*1*)
    فَلْيَنظُرِ الْإِنسَانُ مِمَّ خُلِقَ
    5. ดังนั้นมนุษย์จงไตร่ตรองดูซิว่าเขาถูกบังเกิดมาจากอะไร ?
    خُلِقَ مِن مَّاء دَافِقٍ
    6. เขาถูกบังเกิดมาจากน้ำที่พุ่งออกมา
    يَخْرُجُ مِن بَيْنِ الصُّلْبِ وَالتَّرَائِبِ
    7. มันออกมาจากกระดูกสันหลัง (ของชาย) และกระดูกหน้าอก (ของหญิง) (*1*)
    إِنَّهُ عَلَى رَجْعِهِ لَقَادِرٌ
    8. แท้จริงพระองค์ทรงสามารถอย่างแน่นอนที่จะให้เขากลับมาอีก (คือฟื้นคืนชีพ)
    يَوْمَ تُبْلَى السَّرَائِرُ
    9. วันที่สิ่งเร้นลับทั้งหลายจะถูกเปิดเผย (*1*)
    فَمَا لَهُ مِن قُوَّةٍ وَلَا نَاصِرٍ
    10. ดังนั้นเขาจะไม่มีพลังใด ๆ และไม่มีผู้ช่วยเหลือใด ๆ (*1*)
    وَالسَّمَاءِ ذَاتِ الرَّجْعِ
    11. ขอสาบานด้วยชั้นฟ้าที่หลั่งน้ำฝน
    وَالْأَرْضِ ذَاتِ الصَّدْعِ
    12. และแผ่นดินที่ปริออก (ให้เมล็ดพืชงอกเงย) (*1*)
    إِنَّهُ لَقَوْلٌ فَصْلٌ
    13. แท้จริงอัลกุรอานนั้น คือพระดำรัสที่จำแนก (ระหว่างความจริงกลับความเท็จ)
    وَمَا هُوَ بِالْهَزْلِ
    14. และอัลกุรอานนั้นมิใช่เรื่องไร้สาระ (*1*)
    إِنَّهُمْ يَكِيدُونَ كَيْدًا
    15. แท้จริงพวกเขากำลังวางแผนการณ์กันอยู่
    وَأَكِيدُ كَيْدًا
    16. และข้าก็วางแผนการณ์อยู่ (*1*)
    فَمَهِّلِ الْكَافِرِينَ أَمْهِلْهُمْ رُوَيْدًا
    17. ดังนั้น เจ้า (มุฮัมมัด) จงผ่อนปรนให้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเถิด ข้าก็จะผ่อนปรนให้แก่พวกเขาระยะหนึ่ง (*1*)