แหล่งที่มาของศาสนาอิสลาม

Languages
  1. home

  2. article

  3. 87. ซูเราะฮฺ อัลอะอฺลา (Al-Ala)

87. ซูเราะฮฺ อัลอะอฺลา (Al-Ala)

ความหมายโดยสรุป

เป็นบัญญัติมักกียะฮฺ มี 19 อายะฮฺ
ซูเราะฮฺอัลอะอฺลา เป็นซูเราะฮฺ มักกียะฮฺ ที่เกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ โดยย่อ ดังต่อไปนี้
ซาตอันสูงส่งและคุณลักษณะบางประการของอัลลอฮฺ ญัลละวะอะลา และหลักฐานต่าง ๆ เกี่ยวกับเดชานุภาพและความเป็นเอกภาพ
อัลวะฮฺยฺและอัลกุรอานที่ถูกประทานลงมาแก่ร่อซูลคนสุดท้าย ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และการให้ง่ายในการท่องจำแก่ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม
คำแนะนำที่ดีอันจะเป็นประโยชน์แก่บรรดาผู้มีหัวใจกระฉับกระเฉง และผู้ที่มีความสุข มีศรัทธาจะได้รับประโยชน์จากมัน
ซูเราะฮฺได้เริ่มด้วยการให้ความบริสุทธิ์ แด่อัลลอฮฺ ญัลละวาอะลา ซึ่งทรงสร้างแล้วทรงทำให้มันดีขึ้น ทรงสร้างแล้วทรงทำให้สวยงาม ทรงให้หญ้าและพืชผักงอกเงยออกมา เพื่อเป็นความเมตตาแก่ปวงบ่าว “จงแซ่ซ้องสดุดีพระนามแห่งพระเจ้าของเจ้า ผู้ทรงสูงส่งยิ่ง ผู้ทรงสร้างแล้วทรงทำให้สมบูรณ์ แล้วผู้ทรงกำหนดสภาวะแล้วทรงชี้แนะทาง”
แล้วได้กล่าวถึงอัลวะฮฺยฺและอัลกุรอาน และทำความพอใจให้แก่ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ด้วยการแจ้งข่าวดีในการคุ้มครองรักษาคัมภีร์อันทรงเกียรติ โดยจะให้เป็นการง่ายดายที่จะท่องจำ ไม่มีวันลืมเลย “เราจะสอนให้เจ้าอ่านและเจ้าจะไม่ลืม เว้นแต่สิ่งที่อัลลอฮฺ ทรงประสงค์ แท้จริงพระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่เปิดเผยและสิ่งซ่อนเร้น”
ซูเราะฮฺได้ใช้ให้ตักเตือนกันด้วยอัลกุรอานนี้ซึ่งบรรดามุมินอฺผู้ศรัทธาจะได้รับประโยชน์จากแสงสว่างของอัลกุรอาน และบรรดาผู้ยำเกรงจะได้รับบทเรียนจากการชี้นำของอัลกุรอาน “ดังนั้นจงตักเตือนกันเถิดเพราะการตักเตือนนั้นจะยังคุณประโยชน์ ผู้หวั่นกลัวจะได้รำลึก และผู้ที่ชั่วช้ายิ่งจะหลีกเลี่ยงการตักเตือนนั้น”
ซูเราะฮฺได้จบลงด้วยการชี้แจงถึงชัยชนะ ของผู้ที่ขัดเกลาตัวเองจากความผิดและโทษต่าง ๆ และขัดเกลาตัวเองด้วยผลงานที่ดี และแน่นอนผู้ที่ขัดเกลาตนเองย่อมบรรลุความสำเร็จ และเขารำลึกถึงพระนามของพระเจ้าของเขา แล้วเขาทำละหมาด”
ด้วยพระนามแห่งอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ผู้ทรงปรานี
سَبِّحِ اسْمَ رَبِّكَ الْأَعْلَى
1. จงแซ่ซ้องสดุดี พระนามแห่งพระเจ้าของเจ้า ผู้ทรงสูงสุดยิ่ง
الَّذِي خَلَقَ فَسَوَّى
2. ผู้ทรงสร้างแล้วทรงทำให้สมบูรณ์ (*1*)
وَالَّذِي قَدَّرَ فَهَدَى
3. และผู้ทรงกำหนดสภาวะแล้วทรงชี้แนะทาง
وَالَّذِي أَخْرَجَ الْمَرْعَى
4. และผู้ทรงนำทุ่งหญ้าออกมา (ให้งอกเงยเป็นอาหารของปศุสัตว์)
فَجَعَلَهُ غُثَاءً أَحْوَى
5. แล้วทรงทำให้มันซังแห้งสีคล้ำมอซอ (*1*)
سَنُقْرِؤُكَ فَلَا تَنسَى
6. เราจะสอนให้เจ้าอ่าน แล้วเจ้าจะไม่ลืม
إِلَّا مَا شَاءَ اللَّهُ إِنَّهُ يَعْلَمُ الْجَهْرَ وَمَا يَخْفَى
7. เว้นแต่สิ่งที่อัลลอฮฺทรงประสงค์ แท้จริงพระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่เปิดเผยและสิ่งที่ซ่อนเร้น (*1*)
وَنُيَسِّرُكَ لِلْيُسْرَى
8. และเราจะทำให้เป็นการง่ายดายแก่ เจ้าซึ่งบัญญัติศาสนาอันง่ายดาย
فَذَكِّرْ إِن نَّفَعَتِ الذِّكْرَى
9. ดังนั้นจงตักเตือนกันเถิด เพราะการตักเตือนกันนั้นจะยังคุณประโยชน์ (*1*)
سَيَذَّكَّرُ مَن يَخْشَى
10. ผู้ที่หวั่นกลัวจะได้รำลึก (*1*)
وَيَتَجَنَّبُهَا الْأَشْقَى
11. และผู้ที่ชั่วช้ายิ่งจะหลีกเลี่ยงการตักเตือนนั้น
الَّذِي يَصْلَى النَّارَ الْكُبْرَى
12. ซึ่งเขาจะเข้าไปเผาไหม้ในไฟกองใหญ่
ثُمَّ لَا يَمُوتُ فِيهَا وَلَا يَحْيَى
13. แล้วเขาจะไม่ตายในนั้นและจะไม่เป็นด้วย (*1*)
قَدْ أَفْلَحَ مَن تَزَكَّى
14. แน่นอนผู้ที่ขัดเกลาตนเอง ย่อมบรรลุความสำเร็จ
وَذَكَرَ اسْمَ رَبِّهِ فَصَلَّى
15. และเขารำลึกถึงพระนามแห่งพระเจ้าของเขา แล้วเขาทำละหมาด (*1*)
بَلْ تُؤْثِرُونَ الْحَيَاةَ الدُّنْيَا
16. หามิได้ แต่พวกเจ้าเลือกเอาการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ต่างหาก
وَالْآخِرَةُ خَيْرٌ وَأَبْقَى
17. ทั้ง ๆ ที่ปรโลกนั้นดีกว่าและจีรังกว่า (*1*)
إِنَّ هَذَا لَفِي الصُّحُفِ الْأُولَى
18. แท้จริง (ข้อตักเตือนสติ) นี้มีอยู่ในคัมภีร์ก่อน ๆ มาแล้ว
صُحُفِ إِبْرَاهِيمَ وَمُوسَى
19. คือคัมภีร์ของอิบรอฮีมและมูซา (*1*)